วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

HPV ไม่เลือกเพศ : ทำไมผู้ชายควรใส่ใจ? โดย นพ.ณัฐพงศ์ เสริมสุขเจริญชัย

HPV ไม่เลือกเพศ : ทำไมผู้ชายควรใส่ใจ? โดย นพ.ณัฐพงศ์ เสริมสุขเจริญชัย

เชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา (Human Papillomavirus: HPV) เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยที่สุดในระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ทั้งเพศหญิงและชาย

โดยติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสทางผิวหนังระหว่างอวัยวะเพศ เชื้อไวรัส HPV มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยจำแนกเป็นสายพันธุ์เสี่ยงต่ำ (Low-Risk HPV) ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ (anogenital warts) และสายพันธุ์เสี่ยงสูง (High-Risk HPV, HR-HPV) ซึ่งก่อให้เกิดมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งองคชาติ มะเร็งในช่องปากและลำคอ มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด และมะเร็งทวารหนักบางชนิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ทำความรู้จักมะเร็งรังไข่: ภัยเงียบที่คร่าชีวิตสตรีทั่วโลก

มะเร็งปากมดลูก 'HPV The Toilab'  ตรวจรู้ก่อนเป็นโรค-ป้องกัน-รักษาหาย

ทำไมผู้ชายจึงควรใส่ใจเรื่องเชื้อไวรัส HPV

1.ความชุกของการติดเชื้อ HPV ค่อนข้างสูงและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่า คนที่มีเพศสัมพันธ์เกือบทั้งหมดจะเคยติดเชื้อ HPV อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต และบางคนอาจติดเชื้อซ้ำ แม้ว่าการติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่าเป็นพาหะ จึงมีโอกาสแพร่เชื้อไปยังคู่นอนได้โดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าการติดเชื้อ HPV ในเพศชายจะได้รับการศึกษาในระดับที่น้อยกว่าในเพศหญิง แต่มีการประเมินว่า ความชุกของ HPV ในผู้ชายทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 30% โดยมีช่วงอายุที่พบการติดเชื้อสูงสุดระหว่าง 25–29 ปี และมีอัตราการติดเชื้อ HR-HPV อยู่ที่ 21% โดยกลุ่มที่เสี่ยงสูงได้แก่ กลุ่มชายที่มีคู่นอนหลายคน ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) และกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือผู้ที่ติดเชื้อ HIV

2.HPV ทำให้เกิดโรคในผู้ชายได้โดยตรง เชื้อ HPV ไม่ได้ทำให้เกิดโรคเฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโรคในผู้ชาย เช่น หูดที่อวัยวะเพศ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและคอหอย และมะเร็งองคชาต การติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่รุนแรง (high-risk types) ในระยะยาว (persistent infection) ก่อให้เกิดมะเร็งได้ โดยมีการประมาณว่า 4.5% ของมะเร็งทั้งหมดทั่วโลกมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV จากจากข้อมูลเชิงสถิติพบว่า มะเร็งช่องปากและคอหอยส่วนกลาง (oropharyngeal carcinoma) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศพัฒนาแล้ว และพบในผู้ชายวัยกลางคนมากกว่าผู้หญิงถึง 5 เท่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ยังไม่มีวิธีคัดกรองโรคนี้ ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

HPV ไม่เลือกเพศ : ทำไมผู้ชายควรใส่ใจ? โดย นพ.ณัฐพงศ์ เสริมสุขเจริญชัย

3.ผู้ชายเป็นพาหะในการแพร่เชื้อ HPV ต่อไปยังผู้อื่น เชื้อ HPV สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสทางผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ ช่องปาก ทวารหนัก หรือแม้แต่บริเวณที่ไม่ได้ถูกปกป้องด้วยถุงยางอนามัย นอกจากนี้ การติดเชื้อในผู้ชายมักยังไม่สามารถตรวจพบได้ง่ายเนื่องจากยังไม่มีการตรวจที่ได้มาตราฐานสำหรับเพศชาย ทำให้ผู้ชายกลายเป็น “พาหะเงียบ” ที่อาจส่งต่อเชื้อ HPV ให้คู่นอนได้โดยไม่รู้ตัว

4.การติดเชื้อ HPV ของเพศชายนำไปสู่การลดลงของภาวะเจริญพันธุ์ มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ความสัมพันธ์อย่างชัดเจนระหว่างการติดเชื้อ HPV กับ คุณภาพของอสุจิ ภาวะมีบุตรยากของคู่สมรส การเพิ่มอัตราการแท้งบุตร และการคลอดก่อนกำหนดโดยธรรมชาติ

เริ่มป้องกันก่อนที่จะติด คือกุญแจสู่การดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก

ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องการติดเชื้อ HPV โดยในประเทศไทยมีวัคซีน 2 ชนิด ได้แก่วัคซีน HPV แบบ 4 สายพันธุ์ (quadrivalent HPV vaccine; 4vHPV) และแบบ 9 สายพันธุ์ (9-valent HPV vaccine; 9vHPV) วัคซีน 4vHPV ครอบคลุมสายพันธุ์ HPV 6, 11, 16 และ 18 โดยสายพันธุ์ 6 และ 11 เป็นสาเหตุของหูดที่อวัยวะเพศ ในขณะที่สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น วัคซีน 9vHPV เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อจาก 4vHPV โดยเพิ่มการป้องกันต่อสายพันธุ์ที่รุนแรง ได้แก่ HPV 31, 33, 45, 52 และ 58 เข้ามา ทำให้สามารถป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ได้ครอบคลุมมากขึ้น

จากการศึกษาทางคลินิกในเพศชายอายุ 16–26 ปี พบว่าวัคซีนทั้งสองชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันรอยโรคที่อวัยวะเพศที่เกิดจากสายพันธุ์ในวัคซีนค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังไม่เคยติดเชื้อ HPV มาก่อน และสามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ใกล้เคียง 100% (seroconversion) หลังการฉีดวัคซีนครบ โดยผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการเฉพาะที่บริเวณฉีด เช่น ปวดหรือบวมชั่วคราว และไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงในระยะยาวที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัคซีน

WHO สนับสนุนการให้วัคซีนแบบครอบคลุมทั้งสองเพศ (Gender-Neutral Vaccination) เพื่อเสริมการควบคุมโรคและลดการแพร่เชื้อในประชากร โดยแนะนำกลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่กลุ่มเด็กชายอายุ 16–26 ปี และกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) และผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ HPV และโรคที่ตามมา

สรุป HPV ไม่เลือกเพศ และไม่เลือกคนติดเชื้อ ทุกคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสามารถเป็นผู้ติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ ผู้ชายควรตระหนักถึงบทบาทของตนทั้งในฐานะผู้มีความเสี่ยงและพาหะของเชื้อ การส่งเสริมให้เพศชายได้รับวัคซีน HPV จึงเป็นการลงทุนทางสุขภาพที่คุ้มค่า ทั้งในระดับบุคคลและสาธารณสุข โดยเฉพาะในยุคที่ความเท่าเทียมทางเพศและการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงเป็นเป้าหมายร่วมของสังคมไทย  Facebook : สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย - TGCSthai  (www.tgcs.or.th)