บริษัท กิฟท์เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด (Gift Fertility) ลงทุน 100 ล้านบาท เปิด “กิฟท์เฟอร์ทิลิตี้ นอร์ธปาร์ค” (Gift Fertility North Park) ศูนย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ชูแนวคิด “Total Fertility Solution”เน้นส่งต่อเคสรักษา ตั้งเป้าสัดส่วนผู้รับบริการกว่า 60% มั่นใจศักยภาพไทยรุกตลาด Upper Segment ทั่วเอเชีย
ภาพรวมตลาดเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ในปี 2568 เติบโตอยู่ที่ประมาณ 3.8% ลดลงจากปี 2567 ที่เติบโตราว 4% เนื่องมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมีบุตรของคนไทย รวมถึงตลาดต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม มูลค่าตลาดรวมในปัจจุบันยังคงสูงถึง 6.1 พันล้านบาท โดยได้รับแรงส่งจากพฤติกรรมของประชากรที่มีบุตรช้าลง ทำให้มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์มากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘รักษามีบุตรยาก’ รายได้หด-โตชะลอ เดินหน้าปรับกฎหมาย รับตลาด
ตลาดภาวะมีบุตรยากพุ่ง! แตะ 6.1 พันล้านบาท ขยายแบบชะลอตัว 3.1%
เด็กเกิดต่ำดันเทคโนโลยี“มีบุตรยาก”โต
สถานการณ์ดังกล่าวสอดรับกับวิกฤติโครงสร้างประชากรไทย โดยข้อมูลล่าสุดจาก สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานสถิติปี 2568 พบว่ามีจำนวนเด็กเกิดใหม่เพียง 416,574 คน ซึ่งถือเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 75 ปี และเป็นการเกิดน้อยกว่าตายต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
ในขณะที่ตัวเลขการเกิดลดต่ำลงแต่ความต้องการพึ่งพาเทคโนโลยีกลับสวนทางสูงขึ้น ข้อมูลจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่าในปี 2567 มีการให้บริการทำเด็กหลอดแก้วในประเทศไทยกว่า 20,000 รอบต่อปี การผสมเทียมกว่า 12,000 รอบ มีการอนุญาตดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกว่า “อุ้มบุญ” จำนวน 754 ราย อัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์เฉลี่ยระดับประเทศที่ 48.5% ถือว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็น “ทางเลือกหนึ่ง” ในการเพิ่มประชากรคุณภาพให้กับประเทศ
ข้อมูลดังกล่าวมีความสอดคล้องโดยตรงกับฐานข้อมูลผู้รับบริการของ กิฟท์เฟอร์ทิลิตี้ ซึ่งพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ความสมบูรณ์ของระบบเจริญพันธุ์เริ่มลดลงตามธรรมชาติ ทำให้การมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติทำได้ยากขึ้น เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยเติมเต็มครอบครัวให้กับกลุ่มคนที่พร้อมด้านวุฒิภาวะและเศรษฐกิจได้
เปิดตัว "กิฟท์เฟอร์ทิลิตี้ นอร์ธปาร์ค"
ล่าสุดเปิดตัวกิฟท์เฟอร์ทิลิตี้ นอร์ธปาร์ค เป็น “First Access Point” ดูแลด้านการเจริญพันธุ์แบบครบวงจร ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ด้วยแนวคิดTotal Fertility Solution ให้บริการ Preventiveการป้องกันและวางแผนก่อนเกิดปัญหา Curative การรักษาด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และ Wellness การดูแลสุขภาพองค์รวมเพื่อส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์
“ผกาวดี เกตุจรูญ” ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ บริษัท กิฟท์เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด กล่าวว่าสาขาดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางการแพทย์ (Medical Collaborative Hub)เป็นฐานรับส่งต่อผู้รับบริการ (Referral Case)จากโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตรทั่วประเทศ ซึ่งมีประมาณ 60% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 40% จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เข้ามารับบริการโดยตรง (Walk-in) โมเดลนี้จะช่วยให้ผู้รับบริการในต่างจังหวัดเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานเดียวกันได้สะดวกขึ้น ลดภาระการเดินทาง และช่วยขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบแจ้งเตือนป้องกัน“ตัวอ่อน”
นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมความปลอดภัย “Electronic Witnessing” ระบบตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลในห้องปฏิบัติการเพื่อป้อง
กันความผิดพลาดจากการสลับตัวอ่อนหรือเซลล์สืบพันธุ์ โดยระบบจะแจ้งเตือนทันทีหากตัวอย่างที่ไม่ใช่คู่กันมาอยู่ใกล้กัน ช่วยยกระดับความปลอดภัยสูงสุดโดยไม่ต้องพึ่งพาการสแกนบาร์โค้ดด้วยมนุษย์เพียงอย่างเดียว
โดยการให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ตรวจร่างกาย กระตุ้นไข่ ปฏิสนธิ แช่แข็ง เตรียมตัวอ่อน ใส่ตัวอ่อน จนถึงตรวจการตั้งครรภ์ รวมทั้งคนที่เคยรักษาแล้วไม่สำเร็จ หรือต้องใช้ยาปริมาณมาก/ตรวจลึกขึ้น เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับคลินิกเฉพาะทาง (Stand-alone) อาทิ
IUI (Intrauterine Insemination) การฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นวิธีที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด โดยแพทย์จะคัดเลือกเชื้ออสุจิที่แข็งแรงที่สุด แล้วฉีดผ่านท่อเล็กๆ เข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงในช่วงที่ฝ่ายหญิงไข่ตกพอดี เพื่อช่วยย่นระยะทางให้อสุจิเจอกับไข่ได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีปัญหาน้อย เชื้ออสุจิอ่อนแอเล็กน้อย หรือฝ่ายหญิงมีปัญหาเรื่องมูกที่ปากมดลูก แต่ท่อนำไข่ยังต้องใช้งานได้ปกติ
IVF (In Vitro Fertilization) การทำเด็กหลอดแก้ว เทคโนโลยีคลาสสิกที่นำไข่และอสุจิออกมาผสมกันภายนอกร่างกาย (ในจานเพาะเลี้ยง) ให้เกิดการปฏิสนธิเองตามธรรมชาติ เมื่อได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์แล้วจึงย้ายกลับเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก เหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่มีท่อนำไข่อุดตัน, มีภาวะพังผืดในอุ้งเชิงกราน หรือคู่สมรสที่พยายามด้วยวิธี IUI แล้วไม่สำเร็จ
และ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) การทำอิ๊กซี่ นักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือก “อสุจิ 1 ตัวที่ดีที่สุด” (รูปร่างสมบูรณ์,วิ่งดี) แล้วใช้เข็มแก้วขนาดเล็กเจาะฉีดเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง เพื่อช่วยการปฏิสนธิแบบเจาะจง เหมาะสำหรับฝ่ายชายที่มีปัญหาเชื้ออสุจิน้อยมาก หรือรูปร่างผิดปกติรุนแรง รวมถึงฝ่ายหญิงที่มีเปลือกไข่หนาจนอสุจิเจาะเองไม่ได้ วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิได้
“อัตราความสำเร็จเฉลี่ยของเครืออยู่ที่ 73% ส่วนตลาดเพื่อนบ้าน แม้ประเทศเวียดนามจะมีขนาดตลาด IVF ที่ใหญ่และมีปริมาณเคสสูงกว่าไทยมาก แต่อัตราความสำเร็จ (Success Rate)และคุณภาพเทคโนโลยียังเป็นรอง กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเลือกเข้ามารักษาในประเทศไทย เช่นเดียวกับตลาดอินเดีย ที่มีจำนวนคลินิกมากแต่คุณภาพยังหลากหลาย บริษัทฯ จึงเน้นเจาะกลุ่มลูกค้า “ระดับบน” (Upper Segment)ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการรักษาเป็นหลัก”
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความได้เปรียบด้านกฎระเบียบ (Regulation)ที่อนุญาตให้มีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซม (PGT-A) อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับฝั่งตะวันตก ค่าใช้จ่ายในการรักษาของไทยยังต่ำกว่าถึงเกือบ 70% ปัจจัยเหล่านี้ผนวกกับการสร้างพันธมิตรในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ
โอกาสใหม่จากกลุ่มLGBTQA+
“ผกาวดี” กล่าวว่าโอกาสทางธุรกิจในอนาคตหากกฎหมายสมรสเท่าเทียมขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงสิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร จะเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQA+)ในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 5 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 8% ของประชากร ซึ่งปัจจุบันทางศูนย์ฯ สามารถให้บริการได้เพียงการฝากไข่ (Egg Freezing) เพื่อเตรียมความพร้อม และมีการให้คำปรึกษาสำหรับการวางแผนอนาคต
ทั้งนี้ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมการสืบพันธุ์และวิทยาเอ็มบริโอแห่งยุโรป European Society of Human Reproduction and Embryology 2025 ระบุว่าอัตราการตั้งครรภ์จากการย้าย“ตัวอ่อนแช่แข็ง” (Frozen Embryo Transfer)สูงถึง 35.9% ซึ่งสูงกว่าการย้ายรอบสด (Fresh cycle) ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 33.2% สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีการแช่แข็งในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และกลุ่ม LGBTQ ที่ต้องการวางแผนครอบครัวอย่างรัดกุม
ดังนั้น ปีนี้ กิฟท์เฟอร์ทิลิตี้ จึงตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 20% จากปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายเครือข่ายพันธมิตร (Network)ที่เข้มแข็ง และการเปิดสาขา Satellite ในภูมิภาคต่างๆ ปัจจุบัน มีศูนย์ให้บริการรวม 4 แห่ง มีผู้รับบริการประมาณ 500 - 600 รายต่อปี
“อุ้มบุญ”ทางออกคนมีบุตรยาก
ขั้นตอนการรักษา เริ่มตั้งแต่งานเอกสารแพทย์และคู่สมรส ต้องรวบรวมหลักฐานและแผนการรักษายื่นเสนอต่อ “คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.)” เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ โดยเริ่มจากการกระตุ้นไข่และเก็บอสุจิจากคู่สมรสนำมาปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนในห้องแล็บ (IVF/ICSI) แล้วจึงย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกของแม่อุ้มบุญ
สิทธิของเด็กที่เกิดมากฎหมายฉบับนี้คุ้มครองสิทธิของเด็กอย่างเต็มที่ โดยระบุว่าเมื่อเด็กคลอดออกมา “ให้ถือเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของสามีและภรรยาที่ประสงค์จะมีบุตร (พ่อแม่จริง)ทันที” แม่อุ้มบุญไม่มีสิทธิใดๆ ในตัวเด็กและคู่สมรสก็ห้ามปฏิเสธการรับเลี้ยงดูเด็กในทุกกรณีไม่ว่าเด็กจะเกิดมามีสุขภาพสมบูรณ์หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ภาวะมีบุตรยาก เกิดจาก‘ฝ่ายชาย’ 40% จากคุณภาพของ “อสุจิ ปริมาณ การเคลื่อนที่ หรือรูปร่างที่ผิดปกติ การรักษาควรเริ่มจากการ “ตรวจวิเคราะห์ฝ่ายชาย” (Advanced Sperm Analysis) เพื่อค้นหาและคัดเลือกเชื้อที่สมบูรณ์ที่สุดระดับ DNA มาใช้ในการปฏิสนธิด้วย





