background-default

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม 2569

Login
Login

‘อวดสุขภาพ” เทรนด์ใหม่มาแรง แซงโชว์กระเป๋าหรู รับนิยามความมั่งคั่งใหม่

‘อวดสุขภาพ” เทรนด์ใหม่มาแรง แซงโชว์กระเป๋าหรู  รับนิยามความมั่งคั่งใหม่

เมื่อ Health is the new luxury หรือการมีสุขภาพดีกลายเป็นความหรูหราใหม่ ทำให้เทรนด์การอวดสุขภาพดี กำลังกลายเป็นกระแสหลักที่มาแรงในปี 2026 โดยเปลี่ยนจากการโชว์สินค้าแบรนด์เนมราคาแพง มาเป็นการโชว์ดัชนีชี้วัดทางสุขภาพที่ต้องอาศัยวินัยและการดูแลตัวเองอย่างหนัก เพราะความหรูหราในยุคนี้ไม่ได้วัดกันที่ฐานะเพียงอย่างเดียว แต่ระบุชัดไปที่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตดี

เทรนด์ "อวดสุขภาพ" มาแรง แบบเซอร์ไพรส์

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ  ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า วงการสุขภาพโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ "Health is the new luxury" หรือการมีสุขภาพดีกลายเป็นความหรูหราใหม่อย่างเต็มตัว

โดยพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2026 จะเปลี่ยนจากการอวดกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง มาเป็นการอวดดัชนีสุขภาพที่ดีแทน เช่น อวดคุณภาพการนอนหลับลึก 2 ชั่วโมง เดินมาก ไขมันน้อย สาวขึ้น เป็นต้น

“เทรนด์การอวดสุขภาพไม่ต้องใช้ตังค์ แต่ต้องใช้ฝีมือ เมื่อโชว์สิ่งเหล่านี้ไป เพื่อนๆก็จะเริ่มมาถามทำไมหลับลึก ทำไมเดินได้เยอะ  เทรนด์นี้จะมาอีกหลายปีและมาแรงแบบเซอร์ไพรส์หรือคาดไม่ถึง”นพ.ตนุพลกล่าว

ปีแห่งการทำสมาธิ-นอน เพื่อลดเครียด   

นอกจากนี้ เรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่มาแรงมากในปี 2026 ตั้งแต่เรื่องสุขภาพใจ สุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความเครียด การนอน ซึ่งแม้ใครกายจะไม่ป่วยเลย ก็จะมีป่วยใจ จึงต้องหาที่ไปแล้วทำให้พลังจิตพลังใจเพิ่มเติม

ส่วนหนึ่งที่เริ่มเห็นแนวโน้มตั้งแต่ปีที่ผ่านมา คือ การเติบโตของการใช้เครื่องมือติดตามตัว (เช่น กามิน ที่มียอดคนใช้นั่งสมาธิสูงขึ้นถึง 148% เพราะต้องการวัดค่าความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) เพื่อดูว่าร่างกายฟื้นฟูได้ดีเพียงใด

ในการดูแลความเครียดเชิงป้องกัน คนเริ่มเฝ้าระวังความเครียดด้วยสมาร์ตวอทช์  ซึ่งการรับรู้ความเครียดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถปรับพฤติกรรมได้ทันท่วงที เช่น การพักผ่อน การฝึก หายใจ หรือการทำสมาธิ
‘อวดสุขภาพ” เทรนด์ใหม่มาแรง แซงโชว์กระเป๋าหรู  รับนิยามความมั่งคั่งใหม่

ฝึกสมาธิ ลดความเครียด 25 %

ประโยชน์ของการพักผ่อนเพื่อการฝึกสมาธิ เจริญสติส่งผลดี ทั้งการฝึกแบบระยะสั้นและระยะยาว มีงานวิจัยการพักผ่อนเพื่อการฝึกสมาธิระยะยาว (3-9 เดือน) โดยผู้เข้าร่วมวิจัยฝึกสติ 30 นาทีต่อวัน, 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 3-9 เดือน บทเรียนของการฝึกฝนมุ่งเน้นการจดจ่อ ความเมตตา และการเข้าใจมุมมองของผู้อื่นเมื่อตรวจระดับคอร์ติซอล(ฮอร์โมนที่เกี่บวกับความเครียด)และคอร์ติโซนจากผม พบว่า

  • ระดับคอร์ติซอลจากผมลดลงประมาณ 25-30% ใน 6 เดือน และอยู่ในระดับคงที่หลังจาก 9 เดือน
  • การลดลงของระดับคอร์ติซอล ยิ่งเห็นผลมากขึ้น หากเพิ่มความถี่ในการฝึกสมาธิ การฝึกจิตใจเพื อทำสมาธิเป็นประจำ ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดเรื้อรังอย่างมีนัยสำคัญ

อีกทั้ง มีงานวิจัยที่บอกว่าอารมณ์มีผลต่อความยาวเทโลเมียร์ (ส่วนปลายสุดของโครโมโซม เมื่อร่างกายยิ่งแก่จะยิ่งสั้น) โดยเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่า ผู้หญิงที่ได้รับความเครียดเป็นประจำทุกวัน พบว่า Oxidative Stress เพิ่มขึ้น, การทำงานของเทโลเมียร์ลดลง และ ความยาวเทโลเมียร์สั้นลง โดยสั้นกว่ากลุ่มปกติถึง 10 ปีของอายุชีวิต

“ในปีนี้คนจะใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพจิต ความเครียด จะเป็นปีแห่งการทำสมาธิและการนอน เพื่อที่จะไม่เครียด ซึ่งมีข้อมูลว่าคนเครียดกับคนไม่เครียด ตายช้าเร็วกว่ากัน 10 ปี”นพ.ตนุพลกล่าว   

การตรวจที่เป็นเทรนด์ในคนไม่ป่วย

นพ.ตนุพล กล่าวด้วยว่า การดูแลสุขภาพจึงเปลี่ยนจากป่วยแล้วมาเจอแพทย์ เป็นไม่ป่วยก็มาเจอได้เลย ซึ่งตัวชี้วัดสมัยใหม่ ที่จะเป็นเทรนด์การตรวจในปีนี้ และปีหน้า ตัวอย่างเช่น

1.Body Fat Percentage การสแกนบอดี้แฟตเพื่อโชว์มวลกล้ามเนื้อและไขมัน โดยมาตรฐานความภูมิใจคือ ผู้หญิงไม่ควรมีไขมันเกิน 32% และผู้ชายไม่ควรเกิน 28%

2. Liver Scan (MRI) การอวดผลสแกนตับที่ไม่มีไขมันพอก (Fatty Liver) แม้จะมีรูปร่างผอม ซึ่งปัจจุบันผู้หญิงมีภาวะไขมันพอกตับสูงขึ้นจากการบริโภคของหวาน

3.การเจาะเลือดเพื่อปรับวิตามินตามความต้องการจริงของร่างกายแต่ละบุคคคล เพื่อปรับแต่งการทานวิตามินเฉพาะบุคคล (Personalization) แทนการทานวิตามินรวมแบบทั่วไป

4.การตรวจประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันผ่านการทำงานของ NK Cell เพื่อดูว่าร่างกายแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็งหรือไวรัสได้เพียงใด ประเมินความเสี่ยงต่อโรคร้ายและมะเร็ง

5.การตรวจรหัสพันธุกรรมเพื่อหาเซลล์กลายพันธุ์(ctDNA) หรือ มะเร็งระยะเริ่มต้น

6. การวัดความยาวของ เทโลเมียร์ (Telomere) เพื่อบอกอายุทางชีวภาพ (Biological Age) ซึ่งสะท้อนถึงความเสื่อมของร่างกายที่อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าอายุตามบัตรประชาชน