background-default

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569

Login
Login

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

การลงทุนในนวัตกรรมทางการแพทย์กำลังกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของ โรงพยาบาลไทย  เพราะไม่เพียงแต่ยกระดับผลลัพธ์การรักษา แต่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวมของระบบสุขภาพในระยะยาว  "มะเร็งปอด" เป็นอีกหนึ่งสมรภูมิหลักที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาใช้เปลี่ยนโฉมหน้าของการตรวจคัดกรอง และนวัตกรรมในการผ่าตัด เพื่อช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตปกติ หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้วยภาพจำของคนส่วนใหญ่ “โรคมะเร็งปอด” ถือเป็นโรคที่น่ากลัว ร้ายแรง และแทบไม่มีความหวังในการรักษาให้หายขาด ซึ่งความเชื่อนี้ฝังรากลึกในสังคมไทย ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงการตรวจคัดกรอง เพราะความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย อีกทั้งอดีต มะเร็งปอดมักจะเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ  แต่ปัจจุบันไม่ใช่ “ผู้หญิง และกลุ่มคนอายุน้อย” กลายเป็นแนวโน้มการเกิดมะเร็งปอดมากขึ้น

วันนี้ (17 พ.ย.2568) โรงพยาบาลพญาไท 1 เล็งเห็นถึงความสำคัญในการตระหนักรู้การคัดกรองมะเร็งปอด ซึ่งเป็นมะเร็งอันดับ 1 ที่พบอัตราผู้เสียชีวิตสูงสุด และมีแนวโน้มคนไข้เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันกลุ่มคนไข้เพศชายและเพศหญิง สัดส่วน 60:40 และเกิดในกลุ่มคนไข้อายุน้อยลง ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบผู้ป่วยรายใหม่วันละ 49 คน หรือ 17,947 คน/ปี แบ่งเป็นเพศชาย 10,060 คน และเพศหญิง 6,887 คน ส่วนอัตราเสียชีวิตจากมะเร็งปอดวันละ 41 คน หรือ 15,022 คน/ปี เพศชาย  9,450 คน และเพศชาย 5,572 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ทำไม? ผู้หญิงไม่สูบบุหรี่ เสี่ยง‘มะเร็งปอด’ ตรวจคัดกรองก่อนสาย

หยุดมะเร็งปอด! คร่า 41 ชีวิต/วัน พบผู้ป่วยรายใหม่ 57 คน /วัน

ลงทุนนวัตกรรมรักษา’มะเร็งปอด’

นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท1 ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่านโยบายหลักของเครือโรงพยาบาลพญาไท คือ การลงทุนในนวัตกรรม และมีการกำหนดให้เป็นแผนงานและวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ยกระดับคุณภาพการรักษาเพื่อคนไข้  ลดความซับซ้อนในการทำงานของทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว

“โรงพยาบาลในเครือ BDMS มีการจัดตั้ง Innovation Lab และมีการจัดประกวดผลงานนวัตกรรม สำหรับพนักงานและผู้บริหารทุกปีโดยเน้นย้ำถึง mindset ของคนในองค์กร ต้องยอมรับและตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้ นวัตกรรมหลังบ้านจึงไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างลอยๆ แต่เกิดจากการระบุและแก้ไข "จุดที่เจ็บปวด" (Pain Point) ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือคนไข้ และการทำงานของบุคลากรหน้างาน"

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

AI ช่วยลดต้นทุนในการรักษา

โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้นำเทคโนโลยี X-ray AI (เช่น AI Inspectra CXR) เข้ามาใช้ร่วมกับการอ่านภาพถ่ายรังสีปอด (Chest X-ray) เพื่อช่วยในการค้นหาความผิดปกติ รวมถึงมะเร็งปอด การนำ AI มาใช้ถือเป็นทางออกที่สำคัญ เนื่องจากทุกคนไม่สามารถเข้าถึงการตรวจ Low-dose CT Scan ได้ เพราะจะทำให้รัฐบาลต้องใช้จ่ายสูงเกินไป

นพ.อภิรักษ์ กล่าวต่อว่า การลงทุนในเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองไม่ได้หมายถึงการเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่เป็นการสร้างความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์อย่างชัดเจน ซึ่งมีการทำ Cost-Effectiveness Study ที่ยืนยันว่า การนำ AI มาใช้ช่วยให้เจอโรคเร็วขึ้น และลดต้นทุนในการรักษา (cost of treatment) ลงได้อย่างมาก

นอกจากนั้น โรงพยาบาลได้มีการลงทุนใน ยาใหม่ ๆ และเทคโนโลยีการผ่าตัด ซึ่งได้เข้ามาเปลี่ยนผลลัพธ์การรักษา โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการคิดค้นยาใหม่ ๆในการรักษามะเร็งปอด เกือบ 100 ชนิด ทำให้อัตราการรอดชีวิตในระยะลุกลามเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 40% การผ่าตัดปัจจุบันมีความก้าวหน้ามาก ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวเร็ว และเดินเข้าห้องน้ำได้ทันที

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

70% คนไข้มะเร็งปอดพบระยะสุดท้าย

พญ.ประพินทุ์ภา จงกิตติพงศ์ อายุรแพทย์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ภาพจำของคนไข้มะเร็งปอดจะเป็นผู้สูงอายุ เป็นผู้ชายและเป็นคนที่สูบบุหรี่อย่างหนัก แต่ปัจจุบันไม่ใช่ตอนนี้คนที่เป็นมะเร็งปอดจะเป็นผู้หญิงและอายุน้อยประมาณ 20 กว่าปี มากขึ้น  ซึ่งทำให้ทราบว่ามะเร็งปอดเกิดขึ้นได้ทุกเพศ และในกลุ่มอายุที่น้อยลง เพราะมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

“พบว่ามีคนไข้มะเร็งปอดรายใหม่ 2.4 คนต่อชั่วโมง และ 70% ของคนไข้มักจะมารู้ตัวตอนเป็นระยะแพร่กระจาย หรือระยะสุดท้าย ซึ่งมะเร็งปอดเมื่อพบในระยะสุดท้ายจะทำให้การรักษาไม่ดีเท่ากับระยะแรก และการรักษาระยะแรก หากรู้ไว้ รักษาหายขาดได้ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ เพราะมะเร็งปอด มักไม่มีอาการถ้าไม่ใช่ระยะลุกลาม และเกิดได้ในทุกเพศ คนไม่สูบบุหรี่ก็สามารถเป็นได้”

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

"ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดนั้นมีมากมาย อย่าง การสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเราสูบเอง หรือเป็นบุหรี่มือสอง ,ฝุ่น  PM2.5 , สารพิษ และการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรม ซึ่งชาวเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิงจะพบมะเร็งปอดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม คือ ยีน EGFR Mutation ประมาณ 60% และผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่มักจะมีการกลายพันธุ์ของยีนชนิดนี้

การเอกซเรย์ปอดในอดีต เมื่อมีจุดเล็กมากๆ มักจะมองไม่เห็น เป็นข้อจำกัดของสายตามนุษย์ในการมองภาพ ถ้าจุดเล็ก จุดจาง หรือจุดที่มองเห็นได้ยาก แต่ปัจจุบันมี AI มาช่วยปิดช่องว่าง ทำให้เห็นผลได้ง่าย เพราะต่อให้จุดเล็กขนาดไหน AI ก็สามารถวิเคราะห์และส่งผลไปยังแพทย์รังสี และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้อง แม่นยำมากขึ้น

"การใช้ AI เป็นการลดช่องว่างการอ่านภาพเอกซเรย์ปอด นอกจากนั้นจะมีการแสดงอัตราการรอดชีวิตของคนไข้ร่วมด้วย อันนำไปสู่การรักษาและทำให้อัตราการรอดชีวิตสูงมากขึ้น ซึ่งหากเป็นระยะแรกสามารถรักษาให้หายขาด แต่ถ้ารู้ในระยะอื่น อัตราการรอดชีวิตเหลือเพียง 20% เท่านั้น"

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

ผ่าตัดโรคมะเร็งปอด รักษาหาย90%

รศ. นพ. ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอก ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องปอดและต่อมไทมัส โรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวในหัวข้อ “ประสิทธิภาพการรักษามะเร็งปอดด้วยการผ่าตัด” ว่าหากตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นได้เร็ว ด้วยการวินิจฉัยที่แม่นยำอย่าง AI และ LDCT ทำให้มีทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เช่น การผ่าตัดส่องกล้องแบบบาดเจ็บน้อย (MIS - Minimally Invasive Surgery) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและมีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน ศัลยแพทย์สามารถตัดก้อนมะเร็งออกไปได้อย่างสมบูรณ์ผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2-3 จุด ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดหลังการผ่าตัดได้มาก ลดการเสียเลือด และช่วยให้ปอดกลับมาทำงานได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีความบอบช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็วขึ้น

"อัตราการหายขาดจากโรคมะเร็งปอดระยะแรกหลังจากการผ่าตัดสูงถึง 90% ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความพึงพอใจสูง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรคเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือ การทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

"ความกลัว" คืออุปสรรคสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

รศ. นพ. ศิระ  กล่าวด้วยว่าแม้ว่าเทคโนโลยีการรักษาและการคัดกรองจะก้าวหน้าไปมาก แต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มีอัตราป่วยมะเร็งปอด และอัตราการเสียชีวิตสูงนั้น เกิดจากความตระหนักของประชาชนในการตรวจคัดกรอง เพราะกลัวว่าไปตรวจคัดกรองแล้วตัวเองจะเป็นโรค เป็นมะเร็งปอด ทั้งที่ต่อให้มีจุดเล็กในปอดก็ไม่ได้หมายความว่าจะป่วยเป็นมะเร็งปอด และมะเร็งปอดหากรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ ได้รับการผ่าตัดเร็วจะทำให้หายเร็วมากยิ่งขึ้น 

"ข้อจำกัดที่ทำให้ประชาชนไม่ตระหนักที่จะมาตรวจคัดกรองมะเร็งปอด  คือ ความกลัวที่จะพบความผิดปกติ เนื่องจากมี "ภาพจำ" ว่าหากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดแล้ว ผลลัพธ์สุดท้ายคือ "แย่แน่ เสียชีวิต ส่งผลให้คเกิดความล่าช้าในการตรวจคัดกรอง จนกระทั่งเมื่อผู้ป่วยมีอาการและมาพบแพทย์ 70% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในประเทศไทยถูกพบในระยะ 4"

นอกจากนั้น ผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่สูบบุหรี่หนักๆ มักจะมีความเข้าใจผิดว่าตนเองไม่สามารถรักษาได้แล้ว หรือไม่ต้องการเป็นภาระให้ลูก จึงไม่ต้องการตรวจหรือรับการรักษาต่อ ทั้งที่ในขณะนี้มียา และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้การรักษาคนไข้ได้ดีมากขึ้น

"อย่าไปกลัวที่จะเจอ ขอให้เจอแล้วมันเจอเร็ว  เพราะถ้าเจอเร็วสามารถจัดการได้ทัน แต่หากเจอช้าและปล่อยให้น้ำตาตก การให้ความรู้จึงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากหลายคนยังไม่ทราบว่า ปัจจุบัน อายุเท่าไหร่ก็เป็นมะเร็งปอดได้ และไม่ทราบว่ามีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แม้จะอยู่ในระยะ 3 หรือ 4 ก็ตาม"

ทั้งนี้ การรณรงค์สร้างความตระหนักจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แม้หน่วยงานรัฐและเอกชนจะพยายามโปรโมตอยู่แล้ว แต่ถ้าประชาชนไม่สนใจ การสื่อสารเหล่านั้นก็จะไม่เกิดผล การสร้างกระแสผ่านช่องทางโซเชียล โดยเฉพาะจากกรณีตัวอย่างของดาราหรือผู้มีชื่อเสียงที่ประสบความสำเร็จในการรักษาจึงมีผลกระทบสูงกว่าการประกาศจากหน่วยงานรัฐ

AI เพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจของแพทย์

สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ ผู้บริหารบริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด กล่าวว่า อินสเป็คทรา ซีเอ็กซ์อาร์ (Inspectra CXR) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการพบรอยโรคล่าช้า โดยมีเป้าหมายให้ทุกคนได้รับการวินิจฉัยที่ดีอย่างเท่าเทียมกันโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการช่วยปิดช่องว่างของข้อจำกัดต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น ความขาดแคลนบุคลากร ข้อจำกัดของสายตามนุษย์ หรือข้อจำกัดเวลาในการอ่านภาพจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมให้การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดมีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงขึ้นในทุกสถานพยาบาล

ระบบอินสเป็คทรา ซีเอ็กซ์อาร์ ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือแพทย์ในการตรวจจับความผิดปกติอย่างละเอียดและแม่นยำ ระบบได้รับการฝึกฝนด้วยภาพเอกซเรย์คุณภาพสูงกว่า 1.9 ล้านภาพ โดยมีภาพจากประชากรเอเชียถึง 60% ทำให้ AI สามารถเรียนรู้และจดจำลักษณะทางกายวิภาคและรูปแบบรอยโรคที่เฉพาะเจาะจงของคนเอเชียได้อย่างแม่นยำ เรียกได้ว่าเป็น AI ที่เข้าใจร่างกายคนเอเชีย โดยระบบปัญญาประดิษฐ์ทำงานโดยการสแกนและวิเคราะห์ภาพในระดับพิกเซล ช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบรอยโรคขนาดเล็กหรือก้อนที่อาจมองไม่เห็นชัดด้วยสายตามนุษย์ ลดความเสี่ยงในการมองพลาดความผิดปกติที่สำคัญ และช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน อินสเป็คทรา ซีเอ็กซ์อาร์ ได้รับการบรรจุอยู่ในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ในโรงพยาบาลรัฐจำนวน 167 แห่งในปี 2568 เพื่อช่วยให้แพทย์ในพื้นที่สามารถอ่านภาพเอกซเรย์เบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลจึงมีโอกาสเข้าถึงการวินิจฉัยที่รวดเร็วและมีคุณภาพในระดับใกล้เคียงกับผู้ป่วยในเมืองใหญ่ และทำให้การรักษาสามารถเริ่มต้นได้เร็วขึ้น ซึ่งในบางกรณีอาจหมายถึงการรักษาชีวิตไว้ได้ทันเวลา

ทั้งนี้ ประโยชน์และประสิทธิภาพของ AI มีดังนี้ 

1. ตรวจจับรอยโรคเล็กน้อย: AI ช่วยให้แพทย์สามารถ ค้นพบจุดหรือความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ของปอดได้ตั้งแต่ระยะแรกและเร็วที่สุด และลดโอกาสที่รอยโรคจะถูกมองข้าม การมี AI เหมือนเป็น "ตัวเตือน" (alert) ให้แพทย์ตระหนักถึงรอยโรคได้อย่างรวดเร็ว

2. ความจำเพาะต่อคนไทย: AI ดังกล่าวถูกฝึกฝนโดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายรังสีปอดจากโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทย โดยมีภาพของคนไทยประมาณ 40% และใช้ภาพรวมกว่า 900,000 ภาพ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า การใช้ข้อมูลคนไทยมีความสำคัญมาก เพราะความชุกของโรคในภูมิภาคเอเชีย (เช่น วัณโรคและมะเร็งปอด) มีความแตกต่างจากโลกตะวันตกโดยสิ้นเชิง

3. การเข้าถึงเชิงโครงสร้าง: ปัจจุบันประชาชนที่ใช้สิทธิ์บัตรทองในโรงพยาบาลภาครัฐสามารถ เข้าถึงการใช้ AI ในการอ่านภาพ X-ray ได้ในทุกเคส ซึ่งช่วยให้การคัดกรองแพร่หลายมากขึ้น

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย

รักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดและยามุ่งเป้า

พญ.พจีพธู วรรณรัตน์ อายุรแพทย์สาขามะเร็งวิทยาลัย โรงพยาบาลพญาไท 1  กล่าวถึง การรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดและยาแบบมุ่งเป้าว่า โรงพยาบาลพญาไท 1 มีทีมสหสาขา ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ครบทุกสาขาในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งในส่วนของการรักษามะเร็งปอดสามารถทำได้ทั้งการผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ภูมิคุ้มกันบำบัด และยามุ่งเป้า ซึ่งปี 2000 เริ่มมียาภูมิคุ้มกันบำบัด และยามุ่งเป้า เป็นการใช้ตรงจุดมะเร็ง 

การที่เราฉีดยาเข้าไปและกระตุ้นเม็ดเลือดขาวมาสู้กับมะเร็ง เป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมในช่วง 4 ปีให้หลัง ซึ่งการรักษามะเร็งปอด มีหลายวิธี แบ่งตามระยะของโรค โดย

  • ระยะที่ 1 การรักษาหลักจะใช้การผ่าตัด อัตราการหาย 80-90%
  • ระยะที่ 2 รักษาหลักคือการผ่าตัด รักษาเสริมด้วยยาและหรือการฉายรังสี อัตราการรอดชีวิต 50-65% 
  • ระยะที่ 3 รักษาหลายวิธีร่วมกัน ใช้เคมีบำบัด รังสีรักษา ภูมิคุ้มกันบำบัด  และการใช้ยามุ่งเป้า อัตรารอดชีวิต 20-40%
  • ระยะที่ 4 รักษาด้วยยาเป็นหลัก อาจมีการฉายรังสี เพื่อบรรเทาอาหาร อัตรารอดชีวิต 10%

"รพ.พญาไท 1 เน้นการรักษาโรคมะเร็งด้วยการแพทย์แบบแม่นยำ โดยรักษาโรคมะเร็งแบบตรงจุด ด้วยยามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัด โดยใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมของมะเร็ง ที่จำเพาะต่อรายบุคคลมาวางแผนการรักษา  อยากให้คนไข้มะเร็งปอด รักษาหายได้มากที่สุด โดยเฉพาะการพบตั้งแต่ระยะแรก  ดังนั้น แนะนำให้ทุกคนมาตรวจคัดกรองมะเร็งปอด "

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะลุกลาม 70% แนะตรวจคัดกรอง รู้เร็ว รักษาหาย