“โอ้กรุงเทพ ฯ เมืองฟ้าอมร สมเป็นนครมหาธานี” ท่อนหนึ่งของบทเพลงเก่าหลายสิบปีบ่งบอกความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเป็นเมืองหลวงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ รวมทั้งโรคอ้วนอันเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในหลายๆ ประเทศ
ข้อมูลจากบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในประเทศไทยประชากรมากกว่า 40% มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ตัวเลขนี้ยิ่งสูงขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีอัตราความชุกของโรคอ้วนอยู่ที่ราว 58% ซึ่งโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญก่อให้เกิดโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิก อาทิ เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง เกือบหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นโรคอ้วนประสบกับภาวะเรื้อรังเหล่านี้
"สถานการณ์โรคอ้วนในผู้ใหญ่และเด็กค่อนข้างรุนแรง กทม.น่าจะสูงสุดในประเทศไทย เพราะเป็นที่รวมของคนเมือง กิจกรรมต่างๆอาจจะมีตัวช่วยเยอะทำให้ไม่ได้ออกกำลังกาย ผู้ใหญ่อยู่ในระดับ 50 กว่า% เด็กอยู่ในระดับ 20 กว่า% เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมเป็นหลัก เมืองก็ต้องพัฒนาช่วยให้คนมีกิจกรรมที่ดีขึ้นได้ ก็น่าเป็นห่วงแต่คิดว่าถ้าเราร่วมมือกันก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้" ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวกับผู้สื่อข่าว หลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) จัดตั้งโครงการ “Bangkok, City for Better Health” ระหว่างกรุงเทพมหานคร สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด ที่สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกับการเปิดตัว “หลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน” ซึ่งเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ของโครงการ
- สามเสาหลักเพื่อสุขภาพ
โครงการ “Bangkok, City for Better Health” มีเสาหลักสำคัญสามประการคือ
หลักสูตรลดโรคอ้วนในเด็ก: ภายในงานมีการเปิดตัว “หลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน” ที่จะเริ่มนำไปประกอบการเรียนการสอนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในช่วงภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2568 หลักสูตรนี้เป็นความร่วมมือของสำนักงานการศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กร Nudge Thailand โดยหลักสูตรนี้มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราความชุกของโรคอ้วนในเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งความชุกของโรคอ้วนปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 20% ของเด็กนักเรียนทั้งหมด
พื้นที่สันทนาการ: Bangkok, City for Better Health เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจที่คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้เดินทางไปเยือน Spor 10 อันเป็นพื้นที่ของโครงการ CBH ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โครงการในกรุงเทพฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาพื้นที่ในสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ เพื่อเป็นสนามสำหรับกีฬา pickleball ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากในกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่ฝึกซ้อมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเสริมสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพและส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีในพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้
อาหารกลางวันสุขภาพดีของโรงเรียน: โครงการมุ่งเป้าออกแบบระบบรับประกันความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารกลางวันที่โรงเรียนเพื่อช่วยลดโรคอ้วนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
- สอดรับสภาพเศรษฐกิจ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติอธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างสามหน่วยงานคือสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก โนโวนอร์ดิสก์และกรุงเทพมหานคร หัวใจหลักอยู่ที่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาสุขภาพคนกรุงเทพฯ ในสามเรื่อง ได้แก่ ทำครัวกลางสำหรับโรงเรียนให้นักเรียนได้มีอาหารที่มีคุณภาพ เพราะอาหารเป็นเรื่องสำคัญ, ทำหลักสูตรและดูแลพฤติกรรมของเด็ก พัฒนาหลักสูตรที่ช่วยให้สุขภาพดี ให้เด็กกระจายไปถึงครอบครัว มีการติดตามพฤติกรรมของเด็กดูว่าเดิน ทำกิจกรรมที่ช่วยลดหรือเพิ่มแคลอรี และพัฒนาสวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกายโดยโนโวนอร์ดิสก์มาช่วยติดตั้งเครื่องออกกำลังกายในสวนเบญจกิติและสวนลุมพินี ทั้งหมดนี้เป็นการทำโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์เอื้อกับการมีสุขภาพดีขึ้น
- เน้นความร่วมมือทุกภาคส่วน
ผู้ว่า กทม. ย้ำด้วยว่า ความร่วมมือสำคัญมาก โรคอ้วน เบาหวาน ความดัน เป็นโรคจากพฤติกรรม ถ้าทุกคนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้อง เลือกการบริโภคที่เหมาะสมทำให้สุขภาพดีขึ้นได้
"เราคงไม่สามารถกำจัดอาหารไม่มีประโยชน์ทั้งหมดได้ ดีที่สุดคือปรับพฤติกรรมตนเองให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องราคาแพง ในจำนวนเงินที่ใช้เท่ากันเราสามารถเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ได้ แถมยังดีต่อการลดค่าใช้จ่ายเพื่อสุขภาพ หน้าที่ของเมืองคือเคลียร์พื้นที่สาธารณะให้คนไปออกกำลังกายใกล้บ้านได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเมืองต้องสนับสนุนการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพ เช่น จัดแอโรบิกในชุมชน ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ชุมชน เป็นการป้องกันการเจ็บป่วย เพราะถ้าป่วยขึ้นมาย่อมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น" ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุ
อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อแย้งว่า อาหารดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงก็จริงแต่ต้องใช้เวลาปรุง พ่อแม่หาเช้ากินค่ำหรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศอาจไม่มีเวลา ซึ่งผู้ว่า กทม.ให้คำตอบที่ชัดเจน
“ก่อนอื่นเลยอย่างน้อยอาหารโรงเรียนต้องดีก่อน เราเตรียมอาหารเช้า อาหารกลางวันให้เด็ก ส่วนพ่อแม่ผมเชื่อว่าถ้าเรามีข้อมูลที่ถูกต้อง แนะนำเมนูทำง่ายๆ ไม่เสียเวลาก็เป็นทางเลือกให้กับพ่อแม่ได้”
- ทำไมต้องเดนมาร์ก
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเดนมาร์ก นับย้อนไปได้กว่า 400 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แดนนี แอนนัน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นด้านการค้าไปสู่ความสัมพันธ์หลากหลายสาขาในปัจจุบัน กรุงโคเปนเฮเกนเป็นเมืองหนึ่งที่มีอัตราผู้ป่วยเบาหวานต่ำที่สุดในยุโรป เป็นเมืองแรกๆ ที่ทำโครงการ Cities for Better Health ร่วมกับโนโว นอร์ดิสค์ซึ่งเป็นบริษัทยาของเดนมาร์ก และเมื่อเร็วๆ นี้โคเปนเฮเกนได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2025
"นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราต่อสุขภาพในเมือง ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิต โครงการ Cities for Better Health initiative เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นวิสัยทัศน์ให้เป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม วัดผลได้" ทูตเดนมาร์กกล่าว
- เป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน
ทูตแอนนันเล่าว่า ความเป็นพันธมิตรสุดพิเศษระหว่าง กทม. สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก และโนโว นอร์ดิสค์ เริ่มต้นขึ้นในปี 2024 เมื่อคณะตัวแทนด้านสาธารณสุขประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จาก กทม.และหน่วยงานภาครัฐหลายส่วนไปเยือนเดนมาร์ก แล้วได้รู้จักกับโครงการ Cities for Better Health กลายเป็นพันธสัญญาร่วมกันว่าจะกลับมาทำที่ประเทศไทย
ปีนี้คณะ ผู้ว่าฯ กทม. ไปเยือนพื้นที่ Spor 10 พื้นที่ต้นแบบของโครงการ Cities for Better Health ในกรุงโคเปนเฮเกน ผู้ว่าฯ ชัชชาติประทับใจกับสิ่งอำนวยความสะดวกใน Spor 10 จึงมีแผนนำมาใช้ที่สวนเบญจกิติ
ทูตกล่าวด้วยว่า นอกจากคณะผู้ว่าฯ กทม. ได้แรงบันดาลใจจากโคเปนเฮเกนแล้ว โคเปนเฮเกนก็ได้เรียนรู้จาก กรุงเทพฯ เช่นกัน เช่น สวนเบญจกิติเป็นตัวอย่างระดับเวิลด์คลาสเรื่องการวางผังเมือง การรับมือน้ำท่วม แหล่งน้ำธรรมชาติ และมีสถานที่ให้คนออกกำลังกาย ซึ่งทูตมักไปที่นี่เสมอเมื่อมีเวลา
“เส้นทางของการแลกเปลี่ยนนี้เป็นตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบถึงความร่วมมือต่างภาคส่วนข้ามประเทศ สามารถแปลงวิสัยทัศน์ไปสู่การกระทำที่ส่งผลจริง ปรับปรุงสุขภาพคนเมืองได้” ทูตกล่าวทิ้งท้าย
- บทบาทภาคเอกชน
จิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลจิก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าโรคอ้วนเป็นปัญหาระยะยาว คนกรุงเทพฯ 6 ใน 10 เป็นโรคอ้วน น้ำหนักเกิน แต่ใช่ว่าทุกคนจะตระหนักว่านี่คือปัญหา สิ่งที่โนโวนอร์ดิสค์ทำในฐานะบริษัทยาไม่ใช่แค่แนะนำนวัตกรรมแก้ปัญหาโรคอ้วน แต่ยังร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนอื่นๆ
“ที่โนโว นอร์ดิสค์ เราเชื่อในการใช้พลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-private partnership) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทางบวกเพื่อการดูแลสุขภาพ โครงการ Bangkok, City for Better Health เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของโนโว นอร์ดิสค์ในการสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาวะที่ดีและส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนในสภาพแวดล้อมในเมือง ซึ่งโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิก รวมถึงโรคอ้วน กำลังส่งผลกระทบต่อประชากรในเมืองอย่างมีนัยสำคัญ”





