background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'OSSICURE Bone Graft'เชื่อมกระดูกสันหลัง เพิ่มโอกาสผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย

'OSSICURE Bone Graft'เชื่อมกระดูกสันหลัง เพิ่มโอกาสผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย

พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทำงานของคนไทย ส่งผลให้ปัญหากระดูกสันหลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติพบว่ามีประชากรทั่วโลกกว่า 403 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบ และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากถึง 104 ล้านคน โดยการรักษาส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ในบางกรณีต้องใช้การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง ซึ่งปัจจุบันใช้กระดูกจากผู้ป่วยเองหรือจากผู้บริจาค

“โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม” เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารพบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจและการดำเนินชีวิตในสังคม ยิ่งขณะนี้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ การปลูกถ่ายกระดูกด้วยวิธีมาตรฐาน นิยมใช้กระดูกของผู้ป่วยเอง โดยมักจะนำมาจากกระดูกเชิงกราน ซึ่งวิธีดังกล่าวกระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อจำกัดในหลายประการ อาทิ  ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ มักประสบปัญหาด้านคุณภาพและปริมาณที่จะหามาใช้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ  (เอ็มเทค) ได้พัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ฝังใน OSSICURE Bone Graft ในการเชื่อมกระดูกสันหลัง เพื่อรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ทดแทนการปลูกถ่ายกระดูกโดยใช้กระดูกของผู้ป่วยเอง ซึ่งเป็นวิจัยพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ระยะเวลากว่า 1 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'โรคกระดูกและข้อ' ไม่แก่ก็ป่วย เพราะปัจจัยเสี่ยงมีมากกว่าเรื่องอายุ 

ปัญหา 'กระดูกและข้อ' โรคยอดฮิตชีวิตแอคทีฟ

OSSICURE Bone Graft ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วย

วานนี้(17 ก.พ.2568) ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงนามสัญญาทดสอบทางคลินิกผลิตภัณฑ์ OSSICURE Bone Graft เพื่อนำไปศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยกับผลิตภัณฑ์อ้างอิง Infuse Bone Graft ในการเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอว

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัญหากระดูกสันหลัง โดยเฉพาะโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประชากรไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรัง โดยในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยกระดูกสันหลังเข้ามารับการรักษาจำนวนมาก 

การรักษาโรคกระดูกสันหลังที่ต้องใช้การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง ปัจจุบันใช้กระดูกจากผู้ป่วยเองหรือจากผู้บริจาค แต่วิธีดังกล่าวมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุน ความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และระยะเวลาพักฟื้นที่ยาวนาน

ทั้งนี้ การพัฒนา OSSICURE Bone Graft เป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้ทดแทนกระดูกได้ โดยผ่านการศึกษาในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง พบว่ามีความปลอดภัย และผลข้างเคียงใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA

'OSSICURE Bone Graft'เชื่อมกระดูกสันหลัง เพิ่มโอกาสผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย

'OSSICURE Bone Graft'เชื่อมกระดูกสันหลัง เพิ่มโอกาสผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย

นำร่องทดลองคลินิกผู้ป่วย 60 ราย

“ความร่วมมือกับทางศิริราชครั้งนี้ จะเป็นโครงการจะดำเนินการทดสอบทางคลินิกเป็นระยะเวลา 3 ปี นำร่อง 60 ราย ที่เป็นไปตามความสมัครใจของผู้ป่วย เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ และยังเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล”ศ.นพ.อภิชาติ กล่าว

ลดนำเข้าวัสดุทดแทนกระดูกต่างประเทศ

ผศ.นพ.ศิริชัย วิลาศรัศมี แพทย์ผู้วิจัย ภาควิชาออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าในแต่ละเดือน จะมีผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังมาเข้ารับการรักษาที่ศิริราช เฉลี่ย 100 กว่าราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวจะมีทั้งเข้ารับการผ่าตัด และไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

โดยเมื่อเข้ารับการผ่าตัดจะเป็นการใช้กระดูกของตัวเอง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนกระดูกซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยค่าวัสดุทดแทนกระดูกที่นำเข้าจากต่างประเทศ ประมาณ 40,000-50,000 บาท  ส่วนค่ารักษาพยาบาลตลอดการผ่าตัดการเชื่อมกระดูกและการดูแลรักษาอื่นๆ จะประมาณ 2 แสนกว่าบาท

“ผลิตภัณฑ์ OSSICURE Bone Graft ซึ่งเป็นผลงานของนักวิจัยไทย และมีการนำมาทดลองทางคลินิกจะเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น  และหากผลการทดลองตลอด 3 ปี มีมาตรฐานไม่แตกต่างจากวัสดุทดแทนกระดูกจากต่างประเทศ จะถือเป็นโอกาสของคนไทยที่จะได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ และลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัสดุทางการแพทย์จากต่างประเทศได้” ผศ.นพ.ศิริชัย กล่าว

'OSSICURE Bone Graft'เชื่อมกระดูกสันหลัง เพิ่มโอกาสผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย

ผลักดันงานวิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์

ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีภารกิจชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมผลักดันให้เศรษฐกิจของชาติดีขึ้น จึงเป็นที่มาของงานวิจัยดังกล่าวและเป็นหนึ่งในความพยายามของนักวิจัยที่มีการพัฒนาและผลิตภัณฑ์ได้

การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ นักวิจัยเก่งเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ  เพราะต่อให้พัฒนาได้ในห้องปฎิบัติการ หรือสัตว์ทดลองแต่ไม่สามารถจบงานวิจัยได้ ต้องมีการทดสอบต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มาตรฐานทั้งในไทยและต่างประเทศ ในการตรวจสอบกระบวนการต่างๆ การพัฒนาและการทดสอบการใช้งาน

“มีความจำเป็นที่ต้องมีพันธมิตรที่ดี อย่าง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  ในการทดสอบทางคลินิกให้แก่งานวิจัย เพื่อให้ได้การยอมรับมาตรฐาน ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว ใช้เวลาเกือบ 10 ปี หากผ่านการทดสอบทางคลินิกได้จะเป็นการเปิดประตูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของนักวิจัยที่เป็นฝีมือของคนไทยเอง ยิ่งประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ถ้าไม่มีการพัฒนาหรือสนับสนุนเกี่ยวกับงานวิจัยจะทำให้เราสูญเสียงบประมาณมากขึ้น ดังนั้น ต้องมีการผลักดันงานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการแพทย์ให้มีความก้าวหน้าและไปสู่ตลาดใหม่ๆ ให้มากขึ้น” ดร.สมบุญ กล่าว  

OSSICURE Bone Graft นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ฝังใน

รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการเอ็มเทค กล่าวว่า OSSICURE Bone Graft นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ฝังใน ที่ช่วยลดการใช้กระดูกของผู้ป่วยเอง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน โดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน นอกจากนี้ นวัตกรรมดังกล่าวยังมีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ

ทั้งนี้ ความร่วมมือได้รับการยกระดับผ่าน MU-NSTDA Research Consortium ที่มุ่งส่งเสริมงานวิจัยเชิงพาณิชย์ สาธารณะ และนโยบาย โดย OSSICURE Bone Graft เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาสู่ระดับอุตสาหกรรมและการใช้งานจริง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ

'OSSICURE Bone Graft'เชื่อมกระดูกสันหลัง เพิ่มโอกาสผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย