background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เช็กเลย! สมองซีกซ้าย สมองซีกขวา คุณมีความถนัด..ใช้สมองซีกไหน?

เช็กเลย! สมองซีกซ้าย  สมองซีกขวา คุณมีความถนัด..ใช้สมองซีกไหน?

หลายคนคงกำลังมองหาความถนัดของตนเอง เพราะต่อให้อายุมากขึ้น ทำงานมามากมาย หรือใช้ชีวิตมา แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ทำอยู่ทุกๆ วันนั้น  เป็นความถนัดของเราจริงๆ หรือไม่?

ว่ากันว่า “สมองซีกซ้าย สมองซีกขวา” กำหนดความถนัด บุคลิกภาพ และพฤติกรรมของบุคคล ผู้ที่ถนัดใช้สมองซีกซ้ายมักมีความสามารถด้านตัวเลข ตรรกะ หรือการคิดวิเคราะห์

ขณะที่ผู้ที่ถนัดใช้สมองซีกขวามักมีความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะการสื่อสาร หรือจินตนาการ แท้จริงแล้วความเชื่อนี้เป็นจริงหรือไม่ แม้สมองส่วนต่าง ๆ มีหน้าที่การทำงานแตกต่างกัน แต่สมองทุกส่วนต่างทำงานเชื่อมโยงประสานกันเป็นองค์รวม

“สมอง” เป็นอวัยวะที่ซับซ้อน แม้จะมีน้ำหนักแค่ประมาณ 1.3 กิโลกรัม แต่ก็ประกอบด้วยเซลล์ประสาทกว่าแสนล้านเซลล์ และมีส่วนเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทถึงร้อยล้านล้านส่วน สมองของเราแบ่งออกเป็น 2 ซีก ได้แก่ สมองซีกซ้าย และสมองซีกขวา โดยสมองแต่ละซีกก็ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายที่แตกต่างกันออกไป

แม้สมองทั้งสองซีกจะดูคล้ายคลึงกัน แต่วิธีการประมวลข้อมูลของสมองทั้งสองซีกก็แตกต่างกันมาก แต่ถึงอย่างนั้น สมองสองซีกของเราก็ไม่ได้ทำงานแยกกันโดยสิ้นเชิงแบบที่ใครหลายคนเข้าใจ โดยปกติแล้ว สมองแต่ละส่วนจะเชื่อมต่อกันด้วยเส้นใยประสาท (nerve fibers) หากสมองได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการเชื่อมต่อของสมองแต่ละส่วนหรือแต่ละซีก ร่างกายของคุณก็จะยังสามารถทำงานต่อไปได้ แต่การสอดประสานกันก็อาจจะไม่ดีเท่าปกติ หรือทำให้ร่างกายทำงานบกพร่องไปบ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เช็กเลย!ความเชื่อเรื่องโรคทางสมองและการเคลื่อนไหว เรื่องไหนจริงบ้าง?

โรคสมองเสื่อมในคนอายุน้อย วัยทำงานพึงระวัง!!

สมองทำงานอย่างไร?

รศ.พญ. ภิรดี สุวรรณภักดี กุมารแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลเมดพาร์ค อธิบายผ่านบทความว่าสมอง (Brain) เป็นอวัยวะที่มีการทำงานที่ซับซ้อน ทำหน้าที่ควบคุม เชื่อมโยงการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายเข้าไว้ด้วยกันทั้งประสาทสัมผัส การหายใจ การมองเห็น ความจำ การรับรู้ ความคิด ความหิว การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย และการตอบสนองทางร่างกาย

ภายในสมองมีเซลล์ประสาท  3 ชนิดที่ทำหน้าแตกต่างกัน ทั้งเซลล์ประสาทรับความรู้สึก (Sensory neurons) เซลล์ประสาทสั่งการ (Motor neurons) และเซลล์ประสาทประสานงาน (Interneurons) ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล ประมวลผล และแปรผลสิ่งที่สัมผัสหรือมองเห็น จากนั้นจึงส่งสัญญาณข้อมูลไปยังระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system: CNS) และไขสันหลังผ่านการกระตุ้นและเหนี่ยวนำของคลื่นไฟฟ้าและสารเคมีในร่างกายไปยังเครือข่ายของเซลล์ประสาทเชื่อมโยงทั่วร่างกายเพื่อให้อวัยวะต่าง ๆ มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้า

สมองมีกี่ส่วน?

สมองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน มีเซลล์ประสาทมากกว่า 1 แสนล้านเซลล์และมีเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง รับข้อมูล และส่งสัญญาณระหว่างสิ่งเร้าภายนอกเข้าสู่เซลล์ประสาทรับความรู้สึกภายในถึงกว่า 100 ล้านล้านเซลล์เพื่อประมวลผล โดยสมองแต่ละส่วนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • ซีรีบรัม (Cerebrum)

เป็นสมองส่วนที่ใหญ่ที่สุด หรือเรียกว่าซีกสมองใหญ่ (Cerebral hemisphere) ตั้งอยู่บริเวณส่วนหน้า ด้านบนของกะโหลกศีรษะ แบ่งออกเป็น 2 ซีก สมองซีกซ้าย (Left cerebral hemisphere) และสมองซีกขวา (Right cerebral hemisphere) ที่ทำหน้าที่แปรผลข้อมูลที่ได้รับจากประสาทสัมผัสการรับรู้ รูป รส กลิ่น เสียง เป็นสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ความรู้สึก การใช้เหตุผล และการเรียนรู้ เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการคิด การเรียงลำดับความคิด และนำไปสู่การลงมือทำ

  • ซีรีเบลลัม (Cerebellum) หรือสมองน้อย

คือ สมองส่วนที่อยู่ด้านหลังของกะโหลกศีรษะ อยู่เหนือและด้านหลังส่วนที่เชื่อมกับไขสันหลังที่ควบคุมการทรงตัวและสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การหายใจ การย่อยอาหาร และการกลืนโดยการรับคำสั่งจากเซลล์ประสาทสั่งการที่ถ่ายทอดไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

  • ก้านสมอง (Brainstem)

คือสมองส่วนที่อยู่ล่างสุด มีลักษณะเป็นก้านอยู่ด้านล่างที่เชื่อมต่อสมองส่วนอื่นกับไขสันหลัง ก้านสมองส่งสัญญาณการรับรู้และสั่งการไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำงาน เช่น การหายใจ อุณหภูมิร่างกาย การควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย วงจรการนอนหลับ และการควบคุมการทำงานของจิตใต้สำนึก

ทฤษฎีสมองซีกซ้าย ซีกขวา คืออะไร?

ทฤษฎีสมองซีกซ้าย สมองซีกขวาเป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบายหน้าที่และการทำงานที่แตกต่างกันของสมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) ทั้ง 2 ซีกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา (Neuropsychologist) โรเจอร์ สเพอร์รีย์ (Dr. Roger W. Sperry) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีระวิทยาและการแพทย์ในปี ค. ศ. 1981 ที่ค้นพบทฤษฎีการเรียนรู้ หน้าที่ และการควบคุมอวัยวะที่แตกต่างกันของสมองซีกซ้าย (Left Hemisphere) และสมองซีกขวา (Right Hemisphere)

โดยพบว่าสมองทั้ง 2 ซีกทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะข้างซ้าย-ขวาสลับข้างกัน (Bilaterally symmetric) สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ควบคุม สั่งการการเคลื่อนไหวของร่างกายซีกขวา สมองซีกขวาควบคุม สั่งการการเคลื่อนไหวของร่างกายซีกซ้าย สมองทั้ง 2 ซีกยังกำหนดคุณลักษณะ ความถนัดเฉพาะ ความคิด และพฤติกรรมส่วนบุคคลในภาพรวมอีกด้วย

สมองซีกซ้าย สมองซีกขวาทำงานแยกกันหรือไม่?

สมองซีกซ้าย และสมองซีกขวาประกอบด้วยกลีบสมองข้างละ 6 กลีบ สมองแต่ละซีกมีทั้งส่วนที่ทำหน้าที่ร่วมกันและแยกกัน แต่ไม่ขาดกันออกจากกัน สมองทั้ง 2 ซีกทำงานเชื่อมโยงประสานกัน และสามารถสื่อสารถึงกันผ่านใยประสาท (Nerve fiber) ในส่วนที่เรียกว่า คอร์ปัส แคลโลซัม (Corpus callosum) ในกรณีที่สมองซีกใดซีกหนึ่งได้รับบาดเจ็บ สมองอีกซีกยังสามารถทำงานได้ตามปกติโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการสื่อสารจากสมองซีกที่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

สมองซีกซ้าย สมองซีกขวา ทำหน้าที่อย่างไร?

ตามทฤษฎีการทำงานของสมองของ Dr. Sperry สมองซีกซ้าย และสมองซีกขวาควบคุมการทำงานของอวัยวะร่างกายต่างกัน รวมถึงกำหนดความถนัดเฉพาะบุคคล ความคิด และพฤติกรรม คุณลักษณะของสมองทั้ง 2 ซีกมีดังต่อไปนี้

  • สมองซีกซ้าย

สมองซีกซ้ายทำหน้าที่รับข้อมูลและควบคุมการใช้ภาษา การประมวลคำศัพท์ การสร้างประโยค และการใช้คำพูดในการสื่อสาร ตรรกะ ทักษะด้านตัวเลข วิทยาศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ ความเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน รวมถึงทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของมือขวา และร่างกายซีกขวา คุณลักษณะของสมองซีกซ้าย ได้แก่

  • ตรรกะ
  • ข้อเท็จจริง
  • การคิดวิเคราะห์
  • การให้เหตุผล การคิดที่เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน
  • การจัดลำดับความคิด
  • การคิดคำพูด การพูด
  • คณิตศาสตร์ ตัวเลข การคำนวณ
  • วิทยาศาสตร์
  • การวางกลยุทธ์
  • การแก้ปัญหา

 

  • สมองซีกขวา

สมองซีกขวาทำหน้าที่ควบคุมการรับรู้เชิงมิติสัมพันธ์ (Spatial ability) การมองเห็นภาพแบบ 3 มิติ การประมวลผลภาพ การจัดลำดับทางความคิด ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ จินตนาการ การจดจำใบหน้า ผัสสะด้านดนตรี สุนทรียศาสตร์ บริบทการสื่อสาร การตีความภาษากาย สัญลักษณ์ทางสังคม สมองซีกขวาทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของมือซ้าย และร่างกายซีกซ้าย คุณลักษณะของสมองซีกขวาได้แก่

  • ความจำ
  • ความคิดสร้างสรรค์
  • จินตนาการ
  • การคิดแบบองค์รวม หรือการมองเชิงภาพรวม (Big picture)
  • สัญชาตญาณ การหยั่งรู้
  • สามัญสำนึก
  • ศิลปะ
  • ดนตรี จังหวะ
  • การรับรู้ภาษากาย
  • ความเข้าใจสัญลักษณ์ต่าง ๆ
  • การประมวลผลต่อสิ่งที่มองเห็น
  • การตอบสนองทางอารมณ์

ทั้งนี้  การเลี้ยงลูกนั้นจะต้องพัฒนาลูกในทุกๆ ด้าน ทั้งร่างกายและสมอง วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของสมองกันค่ะ โดยสมองนั้นแบ่งเป็น 2 ซีกคือ ซ้ายกับขวาที่ทำงานกันคนละด้าน ไปดูกันดีกว่าว่าสมองแต่ละด้านทำงานเกี่ยวกับอะไรบ้าง พร้อมกับวิธีการพัฒนาสมองให้เจ้าตัวเล็ก

สมองซีกซ้าย เป็นสมอง “ส่วนของการตัดสิน” คือ ทำหน้าที่ในเรื่องของการใช้ภาษา การเขียน การอ่าน ทักษะด้านตัวเลข การใช้เหตุผล การควบคุม การพูด ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ การควบคุมการทำงานของมือขวา

สมองซีกขวา เป็นสมอง “ส่วนของการสร้างสรรค์” คือ ทำหน้าที่ในเรื่องของศิลปะ ความเข้าใจการเห็นภาพสามมิติ ความรู้สึกดื่มด่ำต่อศิลปะ ความมีสุนทรียะด้านดนตรี เพลง และการใช้จินตนาการในการดำเนินชีวิต รวมทั้งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของมือซ้าย

วิธีการพัฒนาสมอง

  • วิธีการพัฒนาสมองซีกซ้าย ควรให้ลูกเล่นเกมที่ใช้ทักษะความคิด เช่น รูบิค หมากรุก ครอสเวิร์ด เป็นต้น เพื่อฝึกการวางแผน การคิดให้เป็นระบบ

  • วิธีการพัฒนาสมองซีกขวา ควรให้ลูกทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ อย่างเช่น วาดรูป ทำงานศิลปะ เล่นดนตรี เพื่อทำให้สมองส่วนนี้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ถ้าอยากพัฒนาทั้งสองด้านพร้อมกันก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยกิจกรรมมือซ้ายจับหู-มือขวาจับจมูกสลับกันไป หรือการวาดรูปทั้งสองมือพร้อมกัน แต่เป็นคนละรูป เช่น มือซ้ายวาดสามเหลี่ยม มือขวาวาดวงกลม เป็นต้น

ทฤษฎีสมองซีกซ้าย ซีกขวา มีข้อเท็จจริงอย่างไร?

จากรายงานผลการวิจัยผู้เข้าร่วมทดสอบกว่า 1,000 คนแบบไม่เจาะจงบุคลิกภาพ โดยทำการสแกนสมองในตำแหน่งต่าง ๆ กว่า 7,000 ตำแหน่ง พบว่าผู้เข้าร่วมทดสอบต่างใช้สมองทั้งซีกซ้าย และซีกขวาในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน ในงานวิจัยพบว่าผู้เข้าทดสอบบางคนมีความถนัดในงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า

ในขณะที่ผู้เข้าทดสอบบางคนมีความถนัดในงานที่ใช้การคิดวิเคราะห์มากกว่า ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะสมองซีกหนึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่า หรือด้อยกว่า แต่ด้วยทักษะการทำงานในชีวิตประจำวันที่ทำให้บุคคลเกิดความชำนาญในทักษะนั้นมากกว่าทักษะอื่น ซึ่งหากบุคคลได้รับการฝึกฝนทักษะที่ไม่ชำนาญ อย่างต่อเนื่อง สมองก็จะได้รับการกระตุ้นการเรียนรู้และเกิดความชำนาญในทักษะนั้นได้ในที่สุด

เราจะลับสมองซีกซ้าย สมองซีกขวาได้อย่างไร?

เป็นเรื่องปกติที่บุคคลมีทักษะบางอย่างโดนเด่น ในขณะที่ทักษะบางอย่างด้อยกว่า แท้จริงแล้วบุคคลสามารถฝึกฝนทักษะที่ไม่ชำนาญให้เก่งขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนทักษะที่ไม่ชำนาญนั้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นให้สมองตื่นตัว เกิดการเรียนรู้ และเกิดความชำนาญในทักษะนั้น ตัวอย่างวิธีการฝึกลับสมองมีดังต่อไปนี้

  • เป็นผู้ไม่หยุดเรียนรู้ เป็นนักเรียนรู้ไปตลอดชีวิต (Lifelong learning)
  • ฝึกนิสัยการเป็นผู้รักการอ่าน ฝึกทักษะการฟัง การพูด และการเขียน
  • การเข้าชั้นเรียนใหม่ ๆ เพื่อลับสมองอีกซีกหนึ่ง เช่น หากเป็นผู้ที่ถนัดตัวเลข ลองเข้าชั้นเรียนศิลปะ หรือดนตรี
  • ฝึกเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ (Crossword) เกมต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw puzzle) เกมซูโดกุ (Sudoku) หรือเกมสะกดคำ (Spelling bee)
  • เล่นเกมฝึกความจำ เกมกระดาน เกมการ์ด หรือเกมออนไลน์
  • ฝึกวิธีการแก้ปัญหาใหม่ ๆ หรือวิธีการทำงานใหม่ ๆ
  • ฝึกการจดจำรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ
  • สอนทักษะที่ตนชำนาญแก่ผู้อื่น
  • ฝึกการพูดต่อหน้าคนหมู่มาก
  • ฝึกการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในสังคม
  • ฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ การคิดเลขเร็ว
  • เข้าคลาสเรียนภาษาใหม่ ๆ
  • เข้าคลาสเรียนการเต้นจังหวะต่าง ๆ
  • เข้าคลาสเรียนดนตรี
  • ฝึกการทำสมาธิ

สมองซีกซ้ายขวา สามารถกระตุ้นพัฒนาการได้หรือไม่?

สมองซีกซ้าย และสมองซีกขวาสามารถกระตุ้นพัฒนาการได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • ฝึกฝนทักษะการคิด และการเรียนรู้ตลอดเวลา
  • ฝึกการเข้าสังคม พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่น
  • ทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารไขมันสูง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • นอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่เครียด และรู้จักผ่อนคลาย

สมองซีกซ้ายสมองซีกขวา พัฒนาพร้อมกัน สู่ความเป็นเลิศ

แม้สมองซีกซ้าย และสมองซีกขวาจะกำหนดความถนัดและควบคุมอวัยวะต่างกัน แต่สมองทั้ง 2 ซีกทำงานเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างล้ำลึก หากนักฟิสิกส์ปราศจากจินตนาการ สมมุติฐานนั้นคงไม่สามารถต่อยอดไปสู่ความสำเร็จได้ เช่นเดียวกันกับนักออกแบบที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการแต่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง สิ่งที่ออกแบบก็คงไม่สามารถสร้างให้สำเร็จได้เช่นกัน

ความเป็นเลิศของบุคคล ไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของสมองซีกใดซีกหนึ่ง แต่อยู่ที่การทำงานส่งเสริมกันและกันของสมองทั้ง 2 ซีกที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของบุคคลให้ดีเลิศ สมองทั้ง 2 ซีก จึงควรได้รับการพัฒนาไปพร้อม ๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการรอบด้านให้ได้ผลการทำงานที่ดีขึ้น เพื่อที่บุคคลจะสามารถใช้ศักยภาพของตนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อ้างอิง:โรงพยาบาลเมดพาร์ค ,สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข