background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

สาวๆ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยง ป้องกัน "โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ"

สาวๆ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยง ป้องกัน "โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ"

อีกหนึ่งปัญหากวนใจสาวๆ คือ “ต่อมบาร์โธลินอักเสบ” ซึ่งต่อมบาร์โธลิน (Bartholin’s Cyst)  เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอวัยวะเพศหญิง ต่อมบาร์โธลินจะอยู่บริเวณปากช่องคลอด มีหน้าที่ผลิตสารหล่อลื่นขณะปฏิบัติกิจกรรมรัก เมื่อเกิดความผิดปกติจนทำให้ ต่อมบาร์โธลินอักเสบ เกิดบวมโตและมีลักษณะคล้ายถุงน้ำ บ้างเรียกว่า ฝีที่ปากช่องคลอด การอักเสบบริเวณนี้ทำให้เกิดความเจ็บปวด ระคายเคือง เป็นอย่างมาก

โดย สาเหตุที่ทำให้ ต่อมบาร์โธลินอักเสบ นั้น ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นจาก

  • ความสกปรกจากคราบเหงื่อ ตกขาว เมือกใส ฯลฯ ไปอุดตันบริเวณรูเปิดของ ต่อมบาร์โธลิน
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย หลังการอุดตันบริเวณรูเปิดของ ต่อมบาร์โธลิน เช่น สแตฟิโลคอคคัส หรือแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ (Gonorrhea) หรือหนองในเทียม (Chlamydia)
  • สวมใส่เสื้อผ้า ชุดชั้นในที่รัดแน่น กดปิดรูเปิดของ ต่อมบาร์โธลิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รู้ให้ลึก "ปวดหัวตำแหน่งไหน" บ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง?

จริงหรือไม่! ทาน "ยาบำรุงเลือด" แล้วทำให้อ้วน

อาการ "ต่อมบาร์โธลินอักเสบ"

พญ.เบญจวรรณ ลิมป์วนัสพงศ์ แพทย์ชำนาญพิเศษ สูติศาสตร์นรีเวชวิทยาการผ่าตัดและวินิจฉัยผ่านกล้องทางนรีเวช อธิบายว่าต่อมบาร์โธลินอักเสบอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในคุณผู้หญิง แน่นอนว่าหากเป็นโรคนี้เมื่อไหร่ มักจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ดังนั้นเรามาเช็กพฤติกรรมเสี่ยงและเรียนรู้วิธีป้องกันให้ห่างไกลจากโรคต่อมบาร์โธลินอักเสบกัน

ต่อมบาร์โธลินเป็นต่อมขนาดเล็กที่อยู่บริเวณด้านข้างของช่องคลอด ทำหน้าที่ผลิตของเหลวที่ช่วยหล่อลื่นในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ หากต่อมบาร์โธลินเกิดการอุดตันหรือติดเชื้อ จะทำให้เกิดถุงน้ำหรือฝี (บาร์โธลินซีสต์) ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง

อาการต่อมบาร์โธลินอักเสบ

  • ปวดบริเวณช่องคลอดหรือขาหนีบ
  • มีก้อนหรือถุงน้ำใกล้ช่องคลอด
  • บริเวณที่เป็นอาจบวม แดง และร้อน
  • อาจมีไข้และอาการเจ็บปวดเมื่อเดินหรือนั่ง

สาวๆ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยง ป้องกัน "โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ"

โรคที่เกิดที่ต่อมบาร์โธลิน

1. ภาวะถุงน้ำต่อมบาร์โธลิน (Bartholin’s gland cyst): เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในสตรีวัยเจริญพันธุ์ เกิดจากท่อของต่อมบาร์โธลิน อุดตัน ทำให้เมือกที่สร้างออกมาจากต่อมสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นก้อนถุงน้ำ ที่พบอยู่บริเวณปากช่องคลอด และมักพบเกิดทีละข้าง

2. ภาวะต่อมบาร์โธลินเป็นหนอง (Bartholin’s gland abscess): เป็นภาวะที่พบได้บ่อยเช่นกันในสตรีวัยเจริญพันธุ์ เกิดจากการติดเชื้อของถุงน้ำต่อมบาร์โธลิน ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวด และบวม ที่ปากช่องคลอด มักพบเป็นทีละข้าง

3. โรคเนื้องอกต่อมบาร์โธลิน (Bartholin gland tumor): เป็นเนื้องอกที่เกิดที่ต่อมนี้ พบไม่บ่อย มักพบในสตรีวัยหมดประจำเดือน ลักษณะจะเป็นก้อนค่อนข้างแข็ง ผิวไม่เรียบ การรักษาโรคเนื้องอกต่อมบาร์โธลิน จำเป็นต้องตัดต่อมบาร์โธลินออกทั้งหมด ทั้งนี้ อาจพบโรคมะเร็งของต่อมบาร์โธลินได้ แต่พบได้น้อยมากๆ โดยมะเร็งของต่อมบาร์โธลิน จะจัดรวมอยู่ใน โรคมะเร็งอวัยวะเพศหญิง (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคมะเร็งอวัยวะเพศหญิง)

เมื่อมีอาการควรไปพบแพทย์เมื่อใด?

เมื่อมีก้อนหรือถุงน้ำเกิดที่บริเวณปากช่องคลอด ย่อมไม่ใช่สิ่งปกติแน่ จริงๆอยากให้ไปพบแพทย์ เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องว่าไม่เป็นโรคที่ร้ายแรง แต่หากมั่นใจว่าเป็นถุงน้ำบาร์โธลินจากตามตำแหน่งที่เกิด และลักษณะเป็นก้อนถุงน้ำและมีขนาดเล็ก ไม่มีอาการเจ็บปวด สามารถลองนั่งแช่น้ำอุ่นวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-20 นาที 2-3 วัน หากก้อนยุบไป ก็ไม่มีปัญหา แต่หากก้อนไม่ยุบ แนะนำไปพบแพทย์/สูตินรีแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม

สาวๆ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยง ป้องกัน "โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ"

การวินิจฉัยโรค ต่อมบาร์โธลิน

การวินิจฉัยต่อมบาร์โธลินอักเสบมักเริ่มจากการซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยแพทย์ โดยแพทย์จะตรวจบริเวณอวัยวะเพศภายนอกเพื่อหาการบวม แดง หรือมีฝีที่เกิดขึ้น หากแพทย์สงสัยว่ามีการติดเชื้อ อาจทำการเจาะหนองจากฝีเพื่อนำไปตรวจเพาะเชื้อ ซึ่งช่วยระบุชนิดของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อและช่วยในการเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม ในบางกรณี

โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อแยกโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็ง โดยเฉพาะหากพบว่ามีการเกิดก้อนที่มีลักษณะผิดปกติ ทั้งนี้ ภาวะเรื้อรังนี้ยังสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น พังผืดและอาการปวดเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

พ.ญ.วิทัศศนา เขตต์กลาง แพทย์เฉพาะทางด้านสูติ-นรีเวช และศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวชขั้นสูง USA โรงพยาบาลแพทย์รังสิต กล่าวว่า หากพบว่าเกิดความผิดปกติบริเวณนี้ จนแน่ใจแล้วว่า เป็นต่อมบาร์โธลินอักเสบ หรือ ฝีที่ปากช่องคลอด แบบนี้ไม่ต้องกังวล สามารถรักษาให้หายได้เช่นเดียวกัน ด้วยวิธีที่ทำได้ด้วยตัวเอง การรักษาต่อบาร์โธลินอักเสบ เบื้องต้น สามารถนั่งแช่น้ำอุ่น วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที จะช่วยบรรเทาอาการบวมโตให้ยุบลงได้

แต่หากมีอาการหนักขึ้นและพบว่าความบวมนั้นไม่ลดลงเลย ก็ควรเข้าพบ สูติ – นรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้ารับคำแนะนำและการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดการรุกรามและเป็นโรครุนแรงขึ้นนั่นเอง

เมื่อพบว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะ ต่อมบาร์โธลินอักเสบ นั้น ไม่ควรบีบหรือกรีดหนองด้วยตัวเองเพราะอันตรายมากๆ ทำให้ติดเชื้อและลุกลามได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องเข้าการทำ ศัลยกรรมตกแต่งช่องคลอด นั้น ควรแจ้งสูตินรีแพทย์ถึงอาการที่เคยเกิดขึ้น หรือกำลังเกิดขึ้น เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบว่า น้องสาวของคุณพร้อมที่จะทำการตกแต่งความงามหรือไม่ และควรดูแลรักษาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ หรือเกิดขึ้นซ้ำได้อีก

สาวๆ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยง ป้องกัน "โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ"

แนวทางการรักษา

  • การใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อ
  • การเจาะถุงน้ำเพื่อระบายของเหลวออก
  • ในกรณีที่อาการรุนแรงมากอาจต้องมีการผ่าตัดหรือทำการใส่ท่อระบาย

ไม่ว่าจะเป็นฝีต่อมบาร์โธลิน หรือฝีธรรมดาบริเวณอวัยวะเพศหญิง ไม่ควรที่จะเจาะหนอง และรักษาด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อ การอักเสบลุกลามขึ้น ไม่สามารถทำให้ฝีหายขาดได้ การดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดต่อมบาร์โธลินอักเสบสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น การรักษาความสะอาด เลี่ยงความอับชื้นบริเวณอวัยวะเพศ หมั่นสังเตความผิดปกติบริเวณปากช่องคลอด หากสงสัยควรรีบพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและรักษา

การป้องกันต่อมบาร์โธลินอักเสบ

  • รักษาความสะอาดอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ ทั้งก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์
  • เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ ทุก 3 – 4 ชั่วโมง ในช่วงมีประจำเดือน ไม่ควรปล่อยให้อวัยวะเพศอับชื้นนาน
  • งดบีบหนองออกจากถุงน้ำที่ต่อมด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียได้
  • พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติใด ๆ ที่อวัยวะเพศ เช่น บวม แดง ปวด มีหนอง หรือเป็นก้อน ไม่ควรปล่อยหรือรอให้ก้อนดังกล่าวแตกเอง หรือ กรีดหนองออกด้วยตนเองโดยเด็ดขาด

การดูแลรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดต่อมบาร์โธลินอักเสบ และป้องกันไม่ให้โรคลุกลาม นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา

สาวๆ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยง ป้องกัน "โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ"

ภาวะถุงน้ำต่อมบาร์โธลินหายขาดได้หรือไม่

การเกิดเป็นถุงน้ำต่อมบาร์โธลินมักเป็นทีละข้าง และมีแนวโน้มทีจะเป็นซ้ำได้อีกบ่อยๆ หากมีการอุดตันท่อระบายเมือกอีก หลังการเปิดปากถุง อาการจะดีขึ้น แต่มักไม่ค่อยหายขาด

ส่วนระยะเวลาที่กลับเป็นซ้ำมักไม่แน่นอน หากการรักษาเพียงแค่ใช้เข็มดูดเมือกออกจะมีโอกาสกลับเป็นซ้ำเร็ว, หากใช้วิธีเปิดปากถุงกว้างพอประมาณ การกลับมาอุดตันจะช้ากว่า

อย่างไรก็ตาม หากไม่รักษาโรค/ภาวะต่อมบาร์โธลินเป็นหนอง ก้อนหนองอาจแตกเองได้ หรือทำให้มีไข้สูง หนาวสั่น เจ็บปวด สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ)

ในกรณีที่ก้อนหนองไม่ใหญ่มาก ซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานแต่ไม่ได้กรีดหนองออก เชื้อโรคสามารถถูกทำลายไปได้แต่หนองอาจกลายเป็นของเหลว แล้วค้างอยู่ในต่อมฯเหมือนเดิม จะคลำได้เป็นถุงน้ำดังเดิม

อ้างอิง: โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล , หาหมอ.com ,โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ,talktopeach