รับมือ '5 โรคใหม่' ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

รับมือ '5 โรคใหม่' ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

ใครๆต่างก็อยากจะมีสุขภาพที่ดี 'การป้องกันโรค การดูแลสุขภาพ' จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนทุกเพศทุกวัย แต่หลายๆครั้ง การดูแลสุขภาพกลับกลายเป็นเรื่องที่ยาก เพราะปัจจัยด้านต่างๆ

Keypoint:

  • โรคยอดฮิตของมนุษย์เงินเดือน ไม่ได้มีเพียงออฟฟิศซินโดรม หรือภาวะหมดไฟเท่านั้น แต่มีโรคใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายที่ส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิต โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับเรื่องของจิตเวช
  • ทำความรู้จัก 5 โรคใหม่ ที่หลายๆ คนอาจจะไม่คาดคิดว่าสามารถทำให้เป็นโรคได้ ไม่ว่าจะเป็น การมองโลกในแง่บวก  ยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ เกลียดเสียง รอ Deadline และ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ
  • 4 เรื่องสุขภาพที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ หากอยากป้องกันการเกิดโรค ต้องวางแผนรับมือกับการเจ็บป่วย ลดการปาร์ตี้ การดื่มแอลกอฮอล์ หมั่นออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ยิ่งวัยทำงานที่มีภาระล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ทำให้คนวัยทำงานหลายๆ คนมีปัญหาด้านสุขภาพ อย่าง ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่มักเกิดกับคนวัยทำงานทั่วไป หรือ ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)

แต่โรคสมัยนี้มีพัฒนาการไปมากแล้วทีเดียว มีโรคใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีในการทำงาน หรือโรคที่เกี่ยวกับเรื่องของจิตเวช  ข้อมูลจาก JobsDB ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ  5 โรคใหม่ ที่จะมาทำร้ายมนุษย์เงินเดือน ที่เราต้องรีบหาทางป้องกันตัวเองกัน

จากข้อมูลการสำรวจของ Laws of Attraction จาก JobsDB พบว่าพนักงานประจำทั้งหลายต่างก็มองหาสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลที่ตอบโจทย์ สาเหตุก็เนื่องจากมีโรคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอันมีสาเหตุมาจากการทำงานทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น ในวงการเอเจนซีหรือวงการโฆษณานั้นพบว่าพนักงานออฟฟิศต้องการสวัสดิการความคุ้มครองทางการแพทย์สำหรับพนักงานและครอบครัว อยู่ที่ 64.6% ขณะที่งานด้านไอที อยู่ที่ 67.5% ส่วนงานธนาคาร สูงถึง 78.4% นั่นแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เงินเดือนต่างก็ใส่ใจสุขภาพเป็นอย่างมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เบาได้เบา! ทำงานหนักเกินไปเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?..ถึงขั้นเสียชีวิต

โรคใหม่ยอดฮิตสำหรับคนวัยทำงาน

1.TOXIC POSITIVITY โรคมองโลกในแง่บวกเกินไป

การคิดบวกเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีจนเกินไป อาจกลายเป็นพิษ และนำไปสู่อาการของโรค Toxic Positive Syndrome (โรคมองโลกในแง่บวกเกินไป) ได้ มาเช็คอาการกันสักนิดว่าคุณกำลังเข้าข่ายเป็นโรคนี้อยู่หรือเปล่า

อาการ :ปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ จะรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองโลกในแง่ลบ เก็บกดความรู้สึกลบไว้ในใจ ปลอบประโลมความคิดของตัวเองด้วยคำคม หรือ Quote โดนใจ และคิดแต่ว่ามีคนที่แย่กว่าเรานะ

รักษา :สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง พยายามปรับความคิดให้มองทุกเรื่องใน 2 แง่มุม ทั้งด้านลบและด้านบวก เราสามารถมีเรื่องเครียดได้หรือมองโลกในแง่ลบได้ แต่อย่าเก็บกดเอาไว้ในใจคนเดียว ให้พูดหรือระบายความรู้สึกออกมา จะพูดกับเพื่อนสนิท กับครอบครัว หรือกับที่ปรึกษาทางจิตก็ได้

รับมือ '5 โรคใหม่' ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

2. PRINCE SYNDROME โรคยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่

Prince Syndrome หรือบางครั้งถูกเรียกว่า Princess Syndrome โรคเจ้าชาย เจ้าหญิง คือโรคยึดติดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ โรคนี้เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ขาดความอบอุ่นในวัยเด็ก สร้างปมให้เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่

อาการ: จะขี้โวยวาย เอาแต่ใจ อิจฉาไม่ลืมหูลืมตา หลงตัวทั้งรูปร่างหน้าตา ไปจนถึงความคิดของตัวเองว่าดีที่สุด เหยียดหยามคนอื่น ไม่สามารถยอมรับความคิดของคนอื่นได้

รักษา :หากไม่หาทางรักษา อาจนำไปสู่อาการทางจิตที่รุนแรงกว่านี้ได้ ต้องแก้ไขที่ครอบครัวโดยการให้ความรักและความใส่ใจตั้งแต่เด็ก การรักษาที่ดีที่สุดคือครอบครัวบำบัด ต้องคอยรับฟัง ให้กำลังใจ และไม่ส่งเสริมอาการหลงตัวเอง หรือเหยียดหยามผู้อื่น

 

เช็กอาการโรคใหม่ ที่ควรรู้

3.MISOPHONIA โรคเกลียดเสียง

โรคนี้ สมองส่วน Amygdala จะรับรู้เสียงไวกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเคี้ยว เสียงหาว เสียงผิวปาก เสียงขูดเล็บ สมองจะตีความว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่อันตราย และสมองสั่งให้เกลียดเสียงที่ได้ยิน

อาการ :รู้สึกรำคาญ หงุดหงิด โมโหเมื่อได้ยินเสียง แม้แต่เสียงผิวปาก

รักษา :ทำจิตให้สงบ ไม่หงุดหงิดกับเรื่องใดง่าย ๆ ให้พยายามคลายความหงุดหงิด โดยไปสนใจเรื่องอื่น หรือโทรหาเพื่อน เดินหนีจากเสียงที่ทำให้หงุดหงิด อย่าไปโฟกัสเสียงที่ได้ยิน และถ้าไม่ดีขึ้น ท้ายที่สุดให้ปรึกษาจิตแพทย์

4.STUDENT SYNDROME โรครอ Deadline

โรคที่มนุษย์เงินเดือนเป็นกันมาก ไม่เห็น Deadline ไม่หลั่งน้ำตา จริง ๆ แล้วโรค Student Syndrome แต่ก่อนมักเกิดกับเด็กนักเรียนที่ถ้าไม่ถึงกำหนดส่งงานหรือการบ้านจะยังไม่ลงมือทำ แต่ปัจจุบันโรคนี้เป็นกันมากในกลุ่มของมนุษย์เงินเดือน จะด้วยความขี้เกียจ หรือจะด้วยงานที่ล้นมือก็ตาม มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่จึงมักนั่งปั่นงานก่อนส่งแค่วันเดียว บางคนก็เรียกว่าโรคผลัดวันประกันพรุ่ง

อาการ: ขาดความกระตือรือร้นจนกระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนต้องส่งงานตามกำหนด สรรหาข้ออ้างตลอดเวลาที่จะผลัดวันประกันพรุ่ง

รักษา :แทนที่จะผลัดวันประกันพรุ่ง ลองมาให้เวลากับการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อทำให้งานชิ้นนั้นออกมาดีที่สุด ลองลงมือทำเลยดีกว่ารอทำ แม้งานที่ทำส่งก่อนเวลาอาจไม่ดีที่สุด แต่เราก็สามารถทำสำเร็จลงได้ แถมยังมีเวลาเหลือให้แก้ไขได้อีกด้วย

รับมือ '5 โรคใหม่' ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

5.TEXT NECK SYNDROME โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ

โรคเก่าที่เอามาเล่าใหม่ Text Neck Syndrome หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ อันมีสาเหตุหลักมาจากสังคมก้มหน้า หมกมุ่นกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือนานจนเกินไป ก้มลงทุก ๆ 15 องศา ทำให้คอต้องรับน้ำหนักมากขึ้นถึง 25 กิโลกรัม ทำให้เกิดการปูด แตก และเคลื่อนของหมอนรองกระดูกจนไปกดทับเส้นประสาทส่วนคอ

อาการ :ปวดเรื้อรังที่บริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ หรือสะบัก หนักเข้าจะมีอาการชาตามมือ แขนและมืออ่อนแรง

รักษา :งดใช้โทรศัพท์ต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินกว่าวันละ 10 ชั่วโมงรวมทั้งการนั่งก้มหน้ากดโทรศัทพ์ ควรหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ หากอาการเป็นมากต้องทำการผ่าตัด

หลาย ๆ โรคมนุษย์เงินเดือนสามารถป้องกันได้โดยการใช้ตัวช่วยเพื่อลดอาการเจ็บป่วยลง เช่น เครื่องนวดกดจุด เมื่อมีอาการเมื่อยล้า เก้าอี้ที่ปรับระดับได้ หมอนอิง ที่พักเท้า การขยับร่างกายบ่อยครั้งเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ รวมไปถึงการปรับทัศนคติ 

รับมือ '5 โรคใหม่' ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

4 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ หากไม่อยากทำพลาด

1.ต้องวางแผนรับมือกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

ไลฟ์สไตล์ของมนุษย์เงินเดือนก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยสูง จึงต้องไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาดูแลสุขภาพ พร้อมหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมวางแผนรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยอีกทาง

อย่างการซื้อประกันชีวิตและสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมไว้ ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจว่า เงินเก็บที่มีจะไม่ละลายหายไปกับความเจ็บป่วย พร้อมทั้งอย่าชะล่าใจว่า เรามีสวัสดิการของบริษัทรองรับไว้อยู่แล้วไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะบางโรคก็อาจเพิ่งแสดงอาการในช่วงวัยที่มากขึ้น หลังเราเกษียณอายุงาน หากไม่วางแผนสุขภาพเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อถึงเวลาต้องการ แม้แต่สวัสดิการที่มีก็อาจไม่เพียงพอต่อความคุ้มครองก็เป็นได้

2.สายปาร์ตี้ ดื่มหนักจัดเต็ม ต้องเว้นบ้าง

ทำงานมาเหนื่อยๆ มนุษย์เงินเดือนสายตี้ก็อยากมีเวลาสังสรรค์กับเพื่อน แต่ไม่ควรเที่ยวหนักหรือดื่มหนักติดต่อกันทุกวัน เพราะนอกจากจะเพิ่มความเหนื่อยล้าสะสมให้ร่างกายแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะกับอวัยวะภายในอย่างตับ ที่จะถูกกระตุ้นให้มีไขมันสะสมจนเกิดการอักเสบจนเป็นพังผืด

หากเกิดขึ้นในระยะยาวจะทำให้ตับแข็ง การทำงานของตับลดลง ตับวาย และนำไปสู่มะเร็งตับได้ในที่สุด กลายเป็นหมดเงินไปกับการปาร์ตี้ แล้วยังต้องเสียเงินให้กับอาการเจ็บป่วย และค่ารักษาพยาบาลมากมายอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วย มนุษย์เงินเดือนสายตี้คนไหนกำลังทำพลาด ละเลยสุขภาพเพราะเห็นแก่ความสนุกสนานอยู่ต้องระวัง เร่งปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต และหันมาดูแลร่างกายให้แข็งแรง เพื่อความสุขระยะยาวจะดีกว่า

รับมือ '5 โรคใหม่' ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

3.ปรับสมดุลการกิน ลดหวาน มัน เค็ม

อาหารอร่อย รสจัด ทั้งหวาน มัน และเค็ม ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราบริโภคเข้าไปอย่างเกินขนาดในแต่ละวัน ล้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดโรคร้าย ที่เรียกว่า “NCDs” (Non-Communicable Diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างโรคเบาหวาน กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุงในปัจจุบัน

รวมทั้งยังถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย ซึ่งมักแฝงตัวอยู่ในอาหารแปรรูป ขนม หรือเครื่องดื่มต่างๆ ในรูปแบบของน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจึงควรหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกต้อง ค่อยๆ ปรับปริมาณการปรุงให้พอดี รับประทานผักและผลไม้ แทนอาการจำพวกแป้งหรือไขมันให้มากขึ้น ที่สำคัญคือควรออกกำลังการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับร่างกาย แบ่งเวลาให้กับการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ จะได้ห่างไกลโรคภัย และไม่ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาให้กับความเจ็บป่วย

รับมือ '5 โรคใหม่' ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

4.หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

นอกจากความท้าทายเรื่องงานแล้ว ความเจ็บป่วยและเรื่องสุขภาพ ก็เป็นอีกความท้าทายของมนุษย์เงินเดือนเช่นกัน หากยังละเลยเรื่องสุขภาพอยู่แบบนี้ ก็มีแต่โรคจะรุมเร้าถามหา เพราะฉะนั้นจึงต้องรีบเสริมเกราะป้องกันให้กับร่างกาย ด้วยการปฏิวัติวิถีชีวิตเสียใหม่ ทำงานหนักแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองให้หนักยิ่งกว่า หันมาเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ โดยอาจเริ่มจากการออกกำลังที่ใช้แรงน้อยๆ เช่น การแกว่งแขน เดินเร็ว วิ่งเหยาะ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสุขภาพที่ดีในระยะยาวเช่นกัน ช่วยให้หัวใจและปอดทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ทั้งยังป้องกันโรคร้าย ลดไขมันส่วนเกินและน้ำหนักตัว เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ทำให้ห่างไกลโรค และประหยัดค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยไปได้อีกมากมาย

อ้างอิง: JobsDB ,โรงพยาบาลรามาธิบดี ,สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)