background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ระวัง! เสพข่าว ‘เรือใต้น้ำไททัน’ มากเกินไป อาจกระตุ้น ‘โรคกลัวทะเล’

ระวัง! เสพข่าว ‘เรือใต้น้ำไททัน’ มากเกินไป อาจกระตุ้น ‘โรคกลัวทะเล’

หลายคนที่ติดตามข่าวพบซาก “เรือไททัน” ที่ไปสำรวจเรือไททานิค ระเบิด แล้วเกิดอาการใจสั่น เหงื่อออก เมื่อเห็นภาพมหาสมุทรที่กว้างไกล ระวังอาจจะเป็น “โรคกลัวทะเล” หรือ “Thalassophobia”

Key Points; 

  • โรคกลัวทะเล (Thalassophobia) เป็นโรคกลัวน้ำขนาดใหญ่และ/หรือลึก ถือว่าเป็นหนึ่งใน “โรคกลัวเฉพาะอย่าง” (Specific Phobias)
  • ตัวกระตุ้นให้เกิดอาการกลัวทะเลของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป สำหรับบางคนเพียงแค่เห็นภาพสัตว์ในท้องทะเลก็เกิดอาการแล้ว ขณะที่บางคนไม่สามารถทนดูภาพหรือวิดีโอของมหาสมุทรลึกได้ บางส่วนอาจจะอาการกำเริบเมื่ออยู่กลางทะเลที่ไม่เห็นชายฝั่ง
  • โรคกลัวน้ำทะเลมีแนวโน้มมาจากประสบการณ์ที่ไม่ดีจากน้ำลึก เช่น จมน้ำ หรืออาจเรียนรู้จากบุคคลอื่น แต่สามารถรักษาให้หายได้

 

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับ “เรือใต้น้ำไททัน” เมื่อ พลเรือตรีจอห์น มอเกอร์ จากหน่วยยามฝั่งของสหรัฐ แถลงว่า พบชิ้นส่วนจำนวน 5 ชิ้น ของเรือใต้น้ำไททัน ที่คาดว่าเกิดจากการระเบิด และผู้ที่อยู่บนเรือทั้ง 5 คน เสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการค้นหาต่อไปเพื่อหาสาเหตุของการระเบิด สร้างความเสียใจให้แก่ผู้ที่ติดตามข่าวที่ลุ้นเอาใจช่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

นอกจากนี้ การติดตามข่าวสารเรื่อง"เรือไททัน" ที่ส่วนมากมีรูปของมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล และบางวิดีโอคลิปยังพาผู้ชมดำดิ่งลึกลงไปภายใต้มหาสมุทรที่ลึก ดำมืด และน่ากลัว จนทำให้เกิดความรู้สึกหายใจไม่ออก อึดอัด ไม่สบายตัว ซึ่งเป็นสัญญาณของ “โรคกลัวทะเล” หรือ “Thalassophobia

  • โรคกลัวทะเล คืออะไร

โรคกลัวทะเล เป็น โรคกลัวน้ำขนาดใหญ่และ/หรือลึก เช่น มหาสมุทร ทะเล และทะเลสาบ โดยต้นกำเนิดของคำนี้มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ thalasso แปลว่า “ทะเล” และ phobia แปลว่า “ความกลัว”

แม้ว่าโรคนี้จะไม่ได้บรรจุอยู่ในคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต หรือ DSM (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders) แต่จะถือว่าเป็นหนึ่งใน “โรคกลัวเฉพาะอย่าง” (Specific Phobias) เช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ นับไม่ถ้วน เช่น กลัวงู กลัวแมลงบิน กลัวเข็ม เป็นต้น

ที่สำคัญ โรคกลัวทะเลแตกต่างจาก “โรคกลัวน้ำ” (Aquaphobia) เพราะโรคกลัวน้ำมีอาการกลัวน้ำทุกอย่าง แม้แต่น้ำที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ฝักบัว อ่างอาบน้ำ หรือแม้แต่การดื่มน้ำ

คนที่เป็นโรคกลัวทะเลมักจะรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อคิดว่าต้องสัมผัสกับน้ำลึก หัวใจของพวกเขาจะเต้นแรง อาจสั่นเทา เหงื่อออก หายใจเร็ว หายใจถี่ วิงเวียนศีรษะ อาเจียน ยิ่งหากต้องสัมผัสกับน้ำลึกในระยะใกล้และไม่ได้ตั้งตัว ปฏิกิริยาทางร่างกายเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนมีอาการกลัวตาย เกิดความวิตกกังวล รู้สึกถึงอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา พยายามหลบหนีจากสถานการณ์นี้

อย่างไรก็ตาม ตัวกระตุ้นให้เกิดอาการกลัวทะเลของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป สำหรับบางคนแล้ว เพียงแค่เห็นภาพสัตว์ในท้องทะเลก็เกิดอาการแล้ว ขณะที่บางคนไม่สามารถทนดูภาพหรือวิดีโอของมหาสมุทรลึกได้ บางส่วนอาจจะอาการกำเริบเมื่อได้ไปสัมผัสสถานที่จริง มีน้ำทะเลอยู่รายรอบตัว มองไม่เห็นแผ่นดิน หรือแม้แต่แสดงอาการเมื่อรถต้องขับข้ามสะพานกลางน้ำ หรือนั่งอยู่บนเครื่องบินเหนือมหาสมุทรก็เป็นได้ทั้งนั้น

แม้ว่าปัจจุบัน จะยังไม่มีการศึกษาที่ประมาณการจำนวนผู้ที่เป็นโรคกลัวทะเล แต่หากมองผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะคาดเดาได้ว่ามีผู้ที่เป็นโรคนี้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

บนเว็บไซต์ Reddit ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดชื่อดังของโลก มีสมาชิกในห้องสนทนา Thaslassphobia กว่า 1.4 ล้านคน ถือว่าเป็นห้องสนทนาที่มีสมาชิกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 325 ของเว็บบอร์ดนี้ ขณะที่ Horizon Forbidden West วิดีโอเกมแนวแอคชันผจญภัยยอดนิยม พึ่งได้เพิ่มโหมดกลัวทะเลเข้ามาในการอัปเดตครั้งล่าสุด หลังจากที่ผู้เล่นส่งคำขอมาตั้งแต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยโหมดนี้จะช่วยให้แสดงใต้ทะเลสว่างขึ้น และตัวละครสามารถหายใจในน้ำได้ปรกติ

นอกจากนี้ ในสื่อบันเทิงยังมีภาพยนตร์และหนังสือจำนวนมากที่บอกเล่าถึงความน่ากลัวของท้องทะเลลึก ไม่ว่าจะเป็น Twenty Thousand Leagues Under the Seas นิยายที่เล่าเรื่องเรือดำน้ำที่ออกผจญภัยในโลกใต้ทะเล แล้วพบกับสัตว์ประหลาดมากมาย, The Abyss ภาพยนตร์แนวไซไฟที่ต้องค้นหาเรือดำน้ำที่อับปางในหุบเหวทะเลลึก ของผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน, และ ภาพยนตร์ชุด Deep Blue Sea ที่เล่าเรื่องของฝูงฉลามที่กลายเป็นภัยพิบัติต่อมวลมนุษยชาติ รวมถึงภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่เล่าถึงอสุรกายลึกลับในมหาสมุทร

 

  • ที่มาของโรคกลัวทะเล

เช่นเดียวกับโรคกลัวเฉพาะส่วนใหญ่ "โรคกลัวน้ำทะเล" มีแนวโน้มมาจากประสบการณ์ที่ไม่ดีจากสิ่งนั้น เช่น เคยจมในน้ำลึกก่อนที่จะว่ายน้ำได้ เมื่อพวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ยิ่งจะทำให้ความกลัวเพิ่มขึ้นจนพัฒนาเป็นความกลัว เนื่องจากเมื่อเราอยู่ห่างจากสิ่งที่กลัว จะทำให้เราไม่มีโอกาส ต่อสู้กับความกลัว และเรียนรู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด 

นอกจากนี้ อาการกลัวน้ำทะเล อาจจะเกิดขึ้นผ่านการเรียนรู้ความกลัวจากผู้อื่น เด็กที่ถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ที่กลัวและไม่ชอบน้ำลึกมีแนวโน้มที่จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกลัวทะเล รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่ความกลัวนี้จะถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมจนกลายเป็นนิสัยติดตัว

“หากมองในมุมวิวัฒนาการแล้ว ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้วที่มนุษย์จะมีแนวโน้มที่จะกลัวและหลีกเลี่ยงน้ำลึก เนื่องจากไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่นั้น อาจทำให้เกิดความเสี่ยงนานัปการ ซึ่งวิวัฒนาการของมนุษย์ได้ตั้งโปรแกรมให้กลัวกับสถานการณ์บางอย่าง” ดร.มาร์ติน แอนโทนี ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยไรเออร์สัน ในแคนาดา เปิดเผย

วิวัฒนาการสอนให้มนุษย์หลีกเลี่ยงแมงมุมและงู แม้ว่าพวกมันจะไม่ค่อยทำอันตรายใครก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่โจมตีมนุษย์ เช่นเดียวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่า “มีอะไร” ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำอันเงียบสงบนั้น และที่แห่งนั้นเป็นที่ที่เราไม่คุ้นชิน ไม่ได้มีอำนาจเหนือสุดบนห่วงโซ่อาหาร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากสัญชาตญาณจะสั่งให้เรากลัวทะเล และรู้สึกปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่บนบก

ความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อพื้นดินและทะเลนั้นแตกต่างกัน ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา เป็นส่วนที่ลึกที่สุดของโลกเท่าที่มีการสำรวจพบ โดยมีความลึกถึง 10,911 เมตรจากระดับน้ำทะเล หรือประมาณ 11 กิโลเมตร ซึ่งหากเทียบเป็นระยะทางบนบกแล้ว ยังเป็นระยะทางที่สั้นกว่าการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานของใครหลายคนด้วยซ้ำ เราสามารถเดินทางบนบกในระยะทาง 11 กิโลเมตร ที่คุ้นชินได้โดยไม่มีความกลัว แตกต่างจากการเดินทางในน้ำที่เราแทบไม่มีข้อมูลอะไรเลย และคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แถมลงไปในน้ำแค่ไม่กี่กิโลเมตรก็มืดสนิท แสงอาทิตย์ส่องลงมาไม่ถึง ยิ่งทำให้ “ความกลัว” ของเราเพิ่มขึ้น

  • เอาชนะโรคกลัวทะเล

สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวทะเลเล็กน้อย การใช้ชีวิตประจำวันอาจไม่ใช่ปัญหามากนัก แต่ถ้ามันกลายเป็นความหมกมุ่นหรือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถเดินทางข้ามแม่น้ำได้ อาจจะถึงเวลาต้องเข้ารับการรักษา

โดยทั่วไป โรคกลัวเฉพาะอย่างสามารถรักษาได้ ด้วยการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) แบบ "ค่อยเป็นค่อยไป" นักบำบัดจะค่อย ๆ ให้ผู้ป่วยสัมผัสกับสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำ อาจเริ่มด้วยการจินตนาการ เมื่อรับมือได้แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นการดูรูปภาพและวิดีโอ ก่อนจะสร้างประสบการณ์ในสถานที่จริง เช่น การว่ายน้ำ หรือพายเรือ พร้อมกับการสอนเทคนิคช่วยให้ผ่อนคลาย เพื่อรับมือกับอาการที่เกิดขึ้น

เมื่อได้ลองสัมผัสกับสิ่งที่คุณกลัวแล้ว ในที่สุดแล้วความกลัวจะค่อย ๆ จางหายไป และจนเกิดการเรียนรู้ว่าสิ่งที่คุณกลัวไม่สามารถคุกคามคุณได้เลย หากไม่ประมาทและมีสติ



ที่มา: Big ThinkHow Stuff WorksPatientScience FocusThe VergeVery Well HealthVery Well Mind