background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เตือนภัย 'ฮีทสโตรก' กรณี 'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์' ภัยร้ายเสี่ยงตายหน้าร้อน

เตือนภัย 'ฮีทสโตรก' กรณี 'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์' ภัยร้ายเสี่ยงตายหน้าร้อน

จากข่าวกรณี 'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์' ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จากอาการ 'ฮีทสโตรก' และเสียชีวิตในเวลาต่อมา กรุงเทพธุรกิจ ได้รวบรววมความรู้เกี่ยวกับโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก รวมถึงอาการ การป้องกัน และโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในสภาวะที่อากาศร้อนจัดในช่วงนี้

Key Point :

  • 'โรคลมแดด' หรือ 'ฮีทสโตรก' เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ  
  • ที่ผ่านมาพบอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นในฤดูร้อน โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง คือ คนทำงานกลางแจ้ง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กและผู้สุงวัย  ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หากไม่ได้รับการรักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ดังนั้น เมื่อพบเห็นผู้มีอาการควรนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

 

จากกรณี นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ( เอ๋ ) นักธุรกิจ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลบุรีรัมย์อย่างเร่งด่วน หลังมีอาการฮีทสโตรก ขณะซ้อมแข่งรถยนต์ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และล่าสุด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศคนดังเผยผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ช่อง 3 ว่า นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เสียชีวิตแล้ว

 

ฮีทสโตรก คืออะไร 

 

ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อน และมีอากาศร้อนจัด บางพื้นที่อุณหภูมิสูงสุดอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส เมื่อเร็วๆ นี้ กรมการแพทย์ ได้ออกมาเตือน ประชาชนถึงความเสี่ยง 'โรคลมแดด' หรือ 'ฮีทสโตรก' (Heat Stroke) ได้โดยเฉพาะคนทำงานกลางแจ้ง กลุ่มเสี่ยง  และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

ทั้งนี้ โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ซึ่งพบว่ามีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นในฤดูร้อน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

6 กลุ่ม ความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป มี 6 กลุ่ม ได้แก่

1. ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ออกกำลังกาย

2. เด็กเล็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว

3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง

4. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

5. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ โดยร่างกายของคนอ้วนและผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอจะตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ

6. ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ซึ่งแอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว ไปออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิต

 

อาการ 'ฮีทสโตรก'

  • อาการจะเริ่มจากอุณหภูมิร่างกายค่อยๆ สูงขึ้น
  • เมื่อเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมได้
  • ทำให้รู้สึกผิดปกติ ปวดศีรษะ หน้ามืด กระสับกระส่าย ซึม สับสน ชัก ไม่รู้สึกตัว
  • ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ตัวแดง
  • ถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้มีอาการอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อ
  • หากไม่ได้รับการรักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
  • เมื่อพบผู้ที่มีอาการจากโรคลมแดด ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว


 

การป้องกัน ฮีทสโตรก 

สำหรับการป้องกัน สามารถทำได้ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ
  • หากสามารถเลี่ยงได้ ควรเลือกเวลา ที่ต้องการทำกิจกรรม เช่น ช่วงเช้ามืด หรือระหว่างพระอาทิตย์ตกดิน
  • ผู้ที่ชอบออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิร้อนจัด ควรดื่มน้ำให้มากเพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ เช่น เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน กาแฟ เหล้า เบียร์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้เสียน้ำทางปัสสาวะในปริมาณสูง
  • หากไม่สามารถชดเชยน้ำได้มากพอ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคลมแดดได้
  • หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้งควรปกป้องตนเองจากแสงแดด โดยอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น สวมใส่เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี หมวก ร่ม ถือเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรพกติดตัวเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

 

นอกจากนี้ การอยู่ในรถที่ติดเครื่องยนต์กลางแจ้ง ซึ่งมีอันตรายมาก นอกจากต้องพบกับอากาศร้อนแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงของการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซพิษ ที่มีผลต่อระบบประสาทจึงควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

 

พบผู้ที่มีอาการลมแดด ต้องทำอย่างไร

 

นายแพทย์เกรียงไกร  นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แนะว่า ส่วนการป้องกันโรคลมแดด ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด  ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และพยายามดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป สวมแว่นกันแดด กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด เลือกออกกำลังกายการช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

 

"หากพบเห็นผู้เป็นลมแดดให้รีบนำเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นน้ำแข็งประคบตามซอกคอ หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบร่วมกับใช้พัดลมเป่าเพื่อระบายความร้อนและลดอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว"

 

อาการอื่นๆ ที่เกิดจากความร้อน 

โรคจากความร้อนมีอาการหลายอย่างตามลำดับขั้นของอุณหภูมิที่สูงขึ้น  เช่น

  • การมีผื่นขึ้นตามตัว
  • ตัวบวม
  • อาการอ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่าเพลียแดด
  • เป็นตะคริว
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส  
  • ปวดศีรษะ
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ชัก มึนงง หน้ามืด  
  • หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีอาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้ 

 

 

เตือนภัย 'ฮีทสโตรก' กรณี 'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์' ภัยร้ายเสี่ยงตายหน้าร้อน