background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สังเกตอาการ เห็นหยากไย่ เงาดำ อาจเป็น "ภาวะวุ้นตาเสื่อม"

สังเกตอาการ เห็นหยากไย่ เงาดำ อาจเป็น "ภาวะวุ้นตาเสื่อม"

"ตา" นับเป็นอวัยวะสำคัญต่อการใช้ชีวิต แต่หากวันหนึ่งเริ่ม สังเกตอาการตัวเองแล้วรู้สึกว่า มองเห็นจุดเส้นสีคล้ายหยากไย่ แสงแฟลช เงาดำ นั่นอาจหมายถึงอาการวุ้นในตาเสื่อม (Vitreous Degeneration) ซึ่งสามารถเป็นได้เมื่ออายุมากขึ้น

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ให้ข้อมูลว่า "วุ้นตา" (Vitreous) เป็นส่วนประกอบภายในดวงตา มีลักษณะเป็นวุ้นเหลวใสคล้ายไข่ขาวอยู่หลังเลนส์ตายึดติดกับผิวจอตา ภาวะวุ้นตาเสื่อม (Vitreous Degeneration) เป็นได้เมื่ออายุมากขึ้น และอาจเสื่อมเร็วกว่าปกติในผู้ที่สายตาสั้นมาก หรือเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณดวงตา วุ้นตาที่เสื่อมจะเหลวลง หดตัว และขุ่นขึ้น เมื่อแสงผ่านวุ้นตาที่เสื่อมจะ หักเหทำให้เห็นเป็นเงาดำลักษณะเป็นจุดและเส้นคล้ายหยากไย่ลอยไปมา

 

อาการของโรควุ้นตาเสื่อม

 

  • เริ่มมองเห็นจุดหรือเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมาโดยเฉพาะเวลากลอกตา หรือมองที่ผนังสีขาว หรือท้องฟ้า
  • ระยะแรกจะสังเกตเห็นเงาของวุ้นตาที่เสื่อมเป็นจุดและเส้นดำลอย ซึ่งจะเคลื่อนไหวเมื่อกลอกตา อาจรบกวนการมองและรู้สึกรำคาญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสมองจะเรียนรู้และละเลยเงาเหล่านี้ไปเอง อาจไม่เห็นหากไม่พยายามสังเกต
  • เมื่อวุ้นตาเหลวและหดตัวมาก อาจจะลอกตัวออกจากผิวจอตาเอง และอาจดึงรั้งผิวจอตาทำให้เกิดการกระตุ้นจอตาเห็นเป็นแสงวาบคล้ายแฟลชจากกล้องถ่ายรูป หรือแสงฟ้าแลบในดวงตาแม้ในขณะหลับตา ซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืดหรือเวลากลางคืน อาการเหล่านี้อาจลดลงและหายไปเมื่อจอตาถูกดึงรั้งจากวุ้นตาลดลง
  • ในบางรายวุ้นตาอาจดึงรั้งหลอดเลือดที่จอตาให้ฉีดขาดและเกิดเลือดออกในวุ้นตาทำให้เห็นเงาดำเพิ่มมากขึ้นทันที ซึ่งถ้าวุ้นตาติดแน่นกับจอตามากอาจดึงรั้งให้จอตาฉีกขาดได้ และหากวุ้นตาที่เหลวเซาะเข้าไปในรอยขาด จะทำให้จอตาลอกและอาจสูญเสียการมองเห็นได้

 

สาเหตุวุ้นตาเสื่อม

 

สำหรับ ภาวะวุ้นตาเสื่อม อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ข้อมูลจาก โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่าเกิดจาก

  • ภาวะความเสื่อมตามวัย ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  • การอักเสบในวุ้นตาและจอตา (Intermediate and Posterior Uveitis) ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกาย การติดเชื้อ หรือภาวะทางกายอื่น ๆ เช่น มะเร็ง เป็นต้น
  • ภาวะเลือดออกในน้ำวุ้นตา จากอุบัติเหตุหรือโรคที่ทำให้มีความผิดปกติของหลอดเลือด

 

ปัจจัยเสี่ยงวุ้นตาเสื่อม

  • อายุเกิน 50 ปี
  • สายตาสั้น
  • เคยมีอุบัติเหตุที่ตา
  • ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดต้อกระจก
  • เบาหวานขึ้นจอตา
  • การอักเสบในตา

 

วิธีการรักษา วุ้นตาเสื่อม

 

ข้อมูลจาก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อธิบายว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาโดยการนัดติดตามอาการ ไม่ถึงขั้นต้องทำอะไรกับลูกตา แพทย์ก็จะติดตามอาการว่ามีอาการมากขึ้นหรือไม่ ปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนที่จะช่วยรักษาอาการภาพลอยไปลอยมาได้ เพราะเกิดจากความเสื่อมของตา กรณีที่ตรวจอย่างละเอียดแล้วว่าเคสผู้ป่วยไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดปัญหาภาวะโรคแทรกซ้อน

 

สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่

 

ในสมัยก่อนแพทย์จะแนะนำคนไข้เข้ารับการผ่าตัด เพื่อตัดตัวตะกอนในตาออก โดยแพทย์จะประเมิน ข้อดี ข้อเสีย ส่วนใหญ่ก็จะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี เพราะฉะนั้นในกลุ่มที่มีอาการไม่ได้รุนแรงมาก แค่ที่สร้างความรำคาญ ซึ่งแพทย์ประเมินแล้วไม่ได้มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดจอประสาทตาหลุดลอก ก็อาจไม่แนะนำให้

 

แต่เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีการรักษาค่อนข้างดี สามารถยิงเลเซอร์เพื่อสลายตัวตะกอนวุ้นตาได้ ซึ่งปัจจุบันผลการรักษาก็จะค่อนข้างดีประมาณ 80-90% ในการยิ่งเลเซอร์เพียงแค่ครั้งเดียว คนไข้ก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องของการเห็นภาวะลอยไปลอยมาอีก หรืออาจจะมีเห็นแต่ขนาดภาพก็จะเล็กลง

 

หากรักษาด้วย "เลเซอร์" จะกลับมาเป็นอีกหรือไม่

 

ส่วนใหญ่ 80-90% อาการไม่กลับมาเป็นซ้ำ การทำเลเซอร์คนไข้จะไม่เจ็บไม่ได้เป็นการผ่าตัดไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัด สามารถทำได้ที่ห้องตรวจจักษุแพทย์ได้เลย แต่ต้องมีการขยายม่านตาก่อนการทำเลเซอร์ ซึ่งแนะนำให้ผู้ป่วยมีญาติมาด้วยไม่ควรขับรถมาเอง 

 

โดยวิธีการรักษาด้วยวิธีการยิงเลเซอร์ ที่ตัวตะกอนวุ้นตา ทำโดยการขยายม่านตาที่ดวงตาคนไข้ ไม่เจ็บ มีการหยอดยาชาให้ผู้ป่วยก่อน จากนั้นรอสักประมาณ 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แล้วแต่คนไข้ว่าขยายม่านตาได้ง่ายหรือยาก หลังจากนั้นแพทย์ก็จะทำการยิงเลเซอร์ เข้าไปหาตัวตะกอนวุ้นตาตรงจุดที่มันมีขนาดใหญ่เพื่อลดขนาดของตัวตะกอนวุ้นตาให้ไม่บดบังการมองเห็น ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง พอฤทธิ์ยา​ขยายม่านตาหมด ก็สามารถมองเห็นภาพได้เป็นปกติ

 

ข้อควรรู้ 

 

  • สำหรับคนที่เป็นตาอักเสบบ่อยๆ ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ แต่โรคตาอักเสบนี้เป็นได้หลายสาเหตุ 
  • โรควุ้นตาเสื่อม ส่วนใหญ่ในช่วงกลางคืนหรือสถานที่มืดอาการจะไม่ออกชัดมากเท่ากับบริเวณกลางแจ้ง ที่มีแสงสว่างมากๆ แพทย์ย้ำว่า ถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติทางสายตาสิ่งที่ดีที่สุด คือ ควรพบแพทย์ก่อน ถือว่าเป็นการตรวจสุขภาพสายตาไปก่อน ซึ่งถือได้ว่าดวงตาเป็นอวัยวะที่เราใช้งานเยอะที่สุดต่อวัน

 

 

อ้างอิง : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ , โรงพยาบาลกรุงเทพ , โรงพยาบาลจุฬาภรณ์