วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่

สสส. ผนึกจังหวัดกระบี่ ขยายผล “ชุมชนล้อมรักษ์” เดินหน้า CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี บูรณาการรัฐ–ท้องถิ่น–ภาคี สร้างระบบติดตาม ป้องกันเสพซ้ำอย่างยั่งยืน

เมื่อเร็วๆนี้ ที่ห้องประชุมฮอร์นบิลล์แกรนด์บอลรูม โรงแรมดีวาน่าพลาซ่า กระบี่ อ่าวนาง มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ ในระดับจังหวัดกระบี่

มุ่งพัฒนาและเสริมสร้างกลไกระดับจังหวัดในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสริมศักยภาพระบบติดตาม ดูแล และสนับสนุนผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ และพัฒนาระบบการสื่อสาร ประสานงาน และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

คนไทยอ้วนพุ่งเกือบครึ่งประเทศ วิมุตเผย 45% เผชิญ 'โรคอ้วน'

เปิดโมเดล 'ชุมชนล้อมรักษ์' ต้นแบบช่วยผู้ติดยามีความหวัง

"การบำบัดอย่างเดียวไม่พอ" ต้องได้รับโอบอุ้มจากทุกฝ่าย

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวถึงบทบาทของ สสส. ว่า การทำงานด้านยาเสพติดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย และ สสส. เข้าไปสนับสนุนใน 2 ส่วนสำคัญ ส่วนแรกคือ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการเป็นศูนย์วิชาการที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์มารองรับการทำงานเชิงนโยบาย ส่วนที่สอง คือ การขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่และชุมชน ทำงานร่วมกับมูลนิธิและภาคีในพื้นที่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดกลไกดูแลผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง

นายวิเชษฐ์ สะท้อนว่า ช่วง 1-2 เดือนแรกหลังบำบัด ผู้ผ่านกระบวนการมีโอกาสกลับไปเสพซ้ำค่อนข้างต่ำ แต่หลัง 6 เดือนขึ้นไป ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่พบว่าสูงถึงร้อยละ 90 ซึ่งสะท้อนว่า “การบำบัดอย่างเดียวไม่พอ”หากขาดการโอบอุ้มจากครอบครัว ชุมชน และระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่างกรณีเด็กและเยาวชนที่ออกจากสถานพินิจ แม้จะผ่านการฝึกอาชีพและปรับทัศนคติแล้ว แต่เมื่อกลับสู่ชุมชนกลับเผชิญการปฏิเสธและแรงกดดัน จนท้ายที่สุดหวนกลับไปสู่วงจรเดิม ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคลเพียงลำพัง แต่เป็นโจทย์ของสังคมทั้งระบบ

“ถ้าทำผิดแล้ว หรือเคยพลาดไปแล้ว แต่กลับมาสู่สังคมแล้วครอบครัวไม่ช่วย ชุมชนไม่ช่วย ทุกฝ่ายไม่ช่วย โอกาสที่จะกลับไปสู่วงจรเดิมมีสูงมาก” นายวิเชษฐ์ กล่าว

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่

นายวิเชษฐ์ เสนอว่า การขยายผลในจังหวัดกระบี่ให้เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเลือก 1 ตำบลในแต่ละอำเภอเป็นพื้นที่นำร่อง โดยอาจเริ่มจาก 1-3 ชุมชนที่มีความพร้อมก่อน ไม่จำเป็นต้องทำครบทั้งตำบล หากทำได้ครบยิ่งดี แต่หากเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่เข้มแข็ง ก็สามารถ “สเกล” ต่อได้ในอนาคต

ด้าน นพ.สมบูรณ์ บุญกิตติชัยพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ในฐานะประธานเปิดการประชุม กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ครอบครัว และชุมชนในหลายมิติ ไม่เพียงด้านสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย และความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว จังหวัดกระบี่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

โดยยึดแนวคิดที่มองผู้เสพในฐานะ “ผู้ป่วย” ที่ควรได้รับการดูแล ฟื้นฟู และคืนโอกาสกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เวทีครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาและขยายผลกระบวนการ CBTx ที่ใช้พลังของชุมชนเป็นฐาน เชื่อมโยงกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) กับระบบบริการสุขภาพ หน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การรับฟัง แต่อยู่ที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิด และร่วมออกแบบแผนงาน เพื่อให้แต่ละอำเภอนำกลับไปขับเคลื่อนในพื้นที่ของตนเองได้อย่างจริงจัง” นพ.สมบูรณ์กล่าว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า การบูรณาการครั้งนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน และสร้างชุมชนที่สามารถโอบอุ้มผู้ที่เคยพลาดให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง นพ.สมบูรณ์ กล่าว

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่

นายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอเมืองกระบี่สะท้อนสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ยาเสพติดแพร่กระจายในหลายพื้นที่ เช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ เมืองกระบี่มีแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานในภาคก่อสร้างและธุรกิจบริการ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา อำเภอเมืองกระบี่จับกุมผู้ค้ากว่า 150 ราย ของกลางยาบ้าเกือบ 300,000 เม็ด

ขณะที่ราคายาบ้าลดลงจากเม็ดละ 50-60 บาท เหลือประมาณ 30 บาท ส่งผลให้ผู้เสพเพิ่มขึ้น ในมิติการท่องเที่ยว แม้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ระยะสั้น แต่กลุ่มเสี่ยงกลับอยู่ในแรงงานระยะยาว โดยเฉพาะ “คนขับเรือ” ซึ่งทำงานอย่างอิสระกลางทะเลและมีช่วงเวลาว่างระหว่างรอนักท่องเที่ยว

นายปรีชา ระบุว่า อำเภอเมืองกระบี่ร่วมกับเจ้าท่าออกตรวจสารเสพติดคนขับเรือหัวโทงและสปีดโบ๊ทอย่างเข้มงวด หากตรวจพบสารเสพติด จะสั่งพักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการที่มีผลกระทบต่อรายได้โดยตรงและสร้างแรงจูงใจให้หลีกเลี่ยงยาเสพติด ล่าสุด มีการตรวจพบผู้ใช้สารเสพติดหลายรายทั้งในกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง สะท้อนความจำเป็นของมาตรการเชิงป้องกันเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ส่วนในด้านการฟื้นฟู ผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในอำเภอเมืองกระบี่จะต้องมารายงานตัวทุก 7 วัน ปัจจุบันมีผู้เข้ารายงานตัว 84 ราย พร้อมตรวจปัสสาวะและเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน จังหวัดยังเตรียมดำเนินโครงการบำบัดผู้เสพกลุ่มสีแดง (กลุ่มรุนแรง) อำเภอละ 5 คน ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ 

“เวทีครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการประชุมเชิงนโยบาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการล้อมรักษ์ที่ชุมชน ภาครัฐ และภาคีทุกฝ่ายจะร่วมกันออกแบบระบบดูแล ฟื้นฟู และป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดกระบี่ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง” นายปรีชา กล่าว

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่

CBTx ใช้พลังชุมชนเป็นฐาน ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัด ในจ.กระบี่