background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'อบก.' จับมือ กกท. ลงนาม MOU ร่วมรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจก

'อบก.' จับมือ กกท. ลงนาม MOU ร่วมรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจก

อบก. จับมือ กกท. ลงนาม MOU ร่วมรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจก ดันกิจกรรมด้านกีฬาสู่รูปแบบ Carbon Neutral Event ผ่าน 4 องค์กรกีฬา

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในการผลักดันและส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดแข่งขันกีฬา ในรูปแบบคาร์บอนนิวทรัลอีเวนต์ (Carbon Neutral Event) เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) พร้อมจัดงานแถลงความร่วมมือ

โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนาม และ ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมในพิธี

 น.ส.ชรัญญา เพชรสุวรรณนาคะ น.ส.ไทย พิษณุโลก 2568 และ “Miss Climate Change” ร่วมเป็นกระบอกเสียงในการสร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ์เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'พลิกโฉมอาคาร' ข้อมูลสู่หมุดหมายใหม่ ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

ลดก๊าซเรือนกระจกด้วยภาษีคาร์บอนของไทย

ยกระดับมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เรามุ่งมั่นสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันต่อสถานการณ์โลกและปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050 ได้ในที่สุด

โอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับทุกองค์กรกีฬาที่ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในการมุ่งมั่นดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดแข่งขันกีฬา ในรูปแบบคาร์บอนนิวทรัลอีเวนต์ (Carbon Neutral Event) และร่วมเป็นพลังสำคัญในการผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการร่วมมือกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศของเรา

'อบก.' จับมือ กกท. ลงนาม MOU ร่วมรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจก

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการแข่งขันกีฬา

ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เปิดเผยว่า ปัจจุบัน วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายเร่งด่วนของโลก ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ทั้งนี้ วงการกีฬา มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตาม การจัดแข่งขันกีฬานั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจากการเดินทาง การใช้พลังงาน หรือการใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการรองรับนักกีฬา คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ ผู้ชม และนักท่องเที่ยว

ดังนั้น อบก. ซึ่งเป็นหน่วยงานให้บริการทางวิชาการ รับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก (GHG Certify Body) โดยดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม จึงร่วมกับ กกท. จัดงานในวันนี้ขึ้นเพื่อแถลงความร่วมมือ ในการร่วมเป็นเครือข่ายผลักดัน และสนับสนุนให้ กกท. รวมทั้งสมาคมกีฬาต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

'อบก.' จับมือ กกท. ลงนาม MOU ร่วมรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจก

ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เห็นประโยชน์ของการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เสริมสร้างให้สมาคมกีฬาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดแข่งขันกีฬา มีความรู้ความเข้าใจ มีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจกและชดเชยด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) เพื่อให้เป็นการจัดแข่งขันกีฬาในรูปแบบ Carbon Neutral Event ซึ่งเป็นการกระตุ้นตลาดคาร์บอนภายในประเทศ

โดยในปีงบประมาณ 2568 อบก. มีเป้าหมายส่งเสริมให้เกิดปริมาณการซื้อขายและถ่ายโอนคาร์บอนเครดิต ซึ่งมาจากโครงการ T-VER จำนวน 900,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยในจำนวนนี้มาจากการส่งเสริมการทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น องค์กร ผลิตภัณฑ์ การจัดงานอีเวนต์ และระดับบุคคล รวมจำนวน 140,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

สำหรับ องค์กรกีฬา ที่ร่วมลงนามความร่วมมือและประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดแข่งขันกีฬา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 4 องค์กร ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย สมาคมการจัดการกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย

ดร.ณัฐริกาฯ  กล่าวด้วยว่า ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ อบก. จะร่วมพัฒนาองค์ความรู้ด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการชดเชยคาร์บอนที่เหมาะสมกับบริบทของ กกท. รวมถึงภาคส่วนด้านการกีฬา และสมาคมกีฬาต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมที่ดีให้กับบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ในสาขากีฬา ผู้จัดงานและผู้เข้าร่วม ผ่านการสนับสนุนความรู้เชิงเทคนิค และการอบรม รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้เรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการชดเชยคาร์บอน ผ่านช่องทางการสื่อสารของ อบก.

“ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ จะมีส่วนผลักดันการจัดแข่งขันกีฬาของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล ตอบโจทย์ทั้งนักกีฬา ผู้ชม นักท่องเที่ยว และนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ตลอดจนสอดรับนโยบายรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และพัฒนาตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตโดยส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของอาเซียนได้ในที่สุด” ดร.ณัฐริกาฯ  กล่าวตอนท้าย

'อบก.' จับมือ กกท. ลงนาม MOU ร่วมรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจก