background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เหตุใดไว้ใจ ‘คนไนซ์’

เหตุใดไว้ใจ ‘คนไนซ์’

ยังไม่สามารถหาคำที่เหมาะสมในภาษาไทยมาใช้กับ “nice person” ได้ “คนนิสัยดี” “คนน่าคบ” “คนมีอัธยาสัย“ ก็ยังไม่ใช่ จึงขอเรียกว่า “คนไนซ์” ไปก่อนเมื่อมีคำถามว่า “เหตุใดการวางใจ “คนไนซ์” จึงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก” จึงรู้สึกงงๆ เพราะใครๆ เขาก็วางใจ “คนไนซ์” กันทั้งนั้นมิใช่หรือ มันเหมือนเป็นสิ่งอัตโนมัติที่ถูกสั่งสอนมา แต่เมื่อคิดให้ดีๆ แล้วก็น่าหาคำตอบเพราะการต้มตุ๋นกันทั้งออนไลน์และออนไซต์กันในปัจจุบันนั้นก็ใช้ “ความไนซ์” เป็นเครื่องมือสำคัญ 

ถ้าเราเข้าใจได้ดีขึ้นว่าเหตุใดเราจึงไว้วางใจ “คนไนซ์” อย่างง่ายๆ อาจช่วยให้เราดูเเลตนเองได้ดีขึ้น เพราะ “คนไนซ์” ก็เป็นมิจฉาชีพได้และมันเก่งเสียด้วยในการใช้ “ความไนซ์” ของตัวเองให้เป็นประโยชน์

ลองค้นดูความหมายของ “nice person” จากมหามิตร AI ก็ได้ความหมายของ “ความไนซ์” ในตัวคนว่ามาจากการผสมกันของพฤติกรรม ทัศนคติและบุคลิกภาพ ซึ่งทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคม มีความสุภาพ เป็นมิตรและพูดจารื่นหู โอนอ่อนผ่อนตามอย่างไม่ขัดแย้งในสัมพันธภาพกับคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีคุณลักษณะอื่นอยู่ในตัว เช่น ความเมตตากรุณา การยินดีให้ความช่วยเหลือ ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่น ฯลฯ 

“ความไนซ์” ของบุคคลเห็นได้จากการกระทำของเขาที่มีต่อผู้อื่น ตลอดจนมีความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เป็นบวก เมื่อพิจารณาคุณสมบัติหลักของ “ความไนซ์” ก็สามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ (ก) ความเมตตากรุณา หมายถึงการเห็นอกเห็นใจและห่วงใยผู้อื่น (ข) ความสุภาพ หมายถึงการมีมารยาทดีและสื่อสารอย่างแสดงออกถึงความเคารพผู้อื่น (ค) ความสามารถในการเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น 

(ง) ความตั้งใจและยินดีร่วมมือทำงานกับผู้อื่นอย่างกลมกลืน (จ) ความเป็นกันเอง มีการแสดงออกของบุคลิกภาพที่อบอุ่นและสามารถเข้าถึงได้ง่าย (ฉ) ความเกรงใจ คิดถึงผลกระทบที่ตนเองมีต่อผู้อื่นเสมอ (ช) ความเป็นบวก มองโลกในแง่ดีและสนับสนุนทัศนคติที่เป็นบวก

“ความไนซ์” ในตัวบุคคลจะบันดาลให้เป็น “คนไนซ์” อันเป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป ใครก็อยากรู้จักและเป็นเพื่อนกับ “คนไนซ์” ที่ให้ความอบอุ่น ความสบายใจและความเป็นมิตรไมตรี

อย่างไรก็ดี “ความไนซ์” อาจเป็นเพียงสิ่งลวงตาลวงใจอย่างฉาบฉวยที่สร้างขึ้นเพื่อหาประโยชน์จากคนอื่นก็เป็นได้ ดังนั้น หากเป็น “ความไนซ์ที่แท้จริง” แล้วต้องมีสิ่งที่เรียกว่า (ก) genuineness ซึ่งหมายถึงการมีความจริงใจ การเป็นของแท้ (ปัจจุบันเขาเรียกกันว่า ของเเทร่) คนที่ genuine คือคนที่แสดงออกซึ่งความคิดเห็น อารมณ์และการกระทำอย่างซื่อสัตย์ ไม่เสแสร้งและไม่หลอกลวง และ (ข) integrity ซึ่งหมายถึงความซื่อสัตย์ ความมีคุณธรรม และความมั่นคงต่อหลักคุณธรรมและค่านิยมนำทางชีวิต

การเป็น “คนไนซ์” อย่างฉาบฉวยมิได้การันตีว่าจะไม่เป็นมิจฉาชีพ หลายท่านที่ถูกมิจฉาชีพทำร้ายนั้น คาดได้ว่า “ความเป็นคนไนซ์” บวกความปากหวานเเละความสามารถหาประโยชน์จากจุดอ่อนมีบทบาทอย่างสำคัญ ดังนั้น การเข้าใจว่าเหตุใดมนุษย์จึงไว้วางใจ “คนไนซ์” อย่างง่ายๆ จึงอาจช่วยเป็นเกราะป้องกันตนเองได้พอควร

มนุษย์มีทางโน้มที่จะไว้วางใจ “คนไนซ์” เนื่องจากกลไกทางจิตวิทยาที่เกี่ยวพันกับการร่วมเป็นสังคมเดียวกัน วิวัฒนาการของการอยู่รอดของมนุษย์ และความเอนเอียงทางความคิดของมนุษย์ ต่อไปนี้คือเหตุผลหลักทางจิตวิทยา (1) ในการรับรู้เชิงสังคมของมนุษย์นั้นความอบอุ่น (ความเป็นมิตร ความเมตตากรุณา) เป็นตัวถูกใช้ประเมินก่อนเพื่อนมนุษย์โดยสัญชาตญาณจะประเมินว่าบุคคลมีความตั้งใจดีหรือไม่ก่อนที่จะประเมินเรื่องอื่นๆ ดังนั้น เมื่อ “คนไนซ์” ให้ภาพลักษณ์ของความอบอุ่นจึงทำให้ดูน่าไว้วางใจ

(2) มนุษย์มักมีทางโน้มลึกๆ ในใจที่มีใจตอบกลับความเมตตากรุณาที่ได้รับเมื่อเจอคนที่ “ไนซ์” จิตใต้สำนึกจึงทำให้รู้สึกผูกพันไว้วางใจและมีใจตอบกลับธรรมชาติต้องการลักษณะนี้เพื่อให้การร่วมกันเป็นสังคมเข้มแข็งขึ้น (3) ในสังคมโบราณนั้นการไว้วางใจบุคคลอื่นเพื่อการร่วมมือกันของสมาชิก เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งเพื่อความอยู่รอด กลุ่มใดที่สมาชิกมีความไว้วางใจและสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นอย่างดีมีโอกาสสูงกว่าที่จะอยู่รอด ดังนั้นมนุษย์จึงมักเอนเอียงไว้วางใจผู้คนที่แสดงออกซึ่งความเมตตากรุณา

(4) ความรู้สึกเอนเอียงที่เรียกว่า Halo Effect (เชื่อว่าคุณลักษณะหนึ่งจะมีความสัมพันธ์กับคุณลักษณะอื่นด้วย เช่นคนรวยไม่โกง/คนหน้าตาดีเป็นคนดี) มักเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนมีสมมติฐานในใจ เช่น คนมีความเมตตากรุณาจะเป็นคนซื่อสัตย์และไว้วางใจได้ (5) “คนไนซ์” สร้างอารมณ์ของความปลอดภัย ดังนั้น คนมีเมตตาจึงมักทำให้คนที่รู้จักลดความกังวลและรู้สึกปลอดภัยเเละเพิ่มความตั้งใจที่จะไว้วางใจ 

(6) งานวิจัยพบว่ามนุษย์ตัดสินความน่าไว้วางใจของคนจากภาพการแสดงออกบนใบหน้าและพฤติกรรม “คนไนซ์” ที่ยิ้มแย้ม มองตา และมีภาษากายที่เปิดเผยเข้าลักษณะของ “คนไนซ์” เข้ากรอบนี้ (7) ในทุกสังคมตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่ จะถูกสอนว่า “ความไนซ์” เป็นคุณธรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้น จึงรู้สึกว่า “ความไนซ์” มีความสัมพันธ์กับ “ความดี” “การมีศีลธรรม” ดังนั้น จึงมีทางโน้มโดยอัตโนมัติที่จะไว้วางใจ “คนไนซ์” 

(8) งานวิจัยพบว่าการมีสัมพันธภาพทางสังคมในด้านบวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับความเมตตากรุณานั้นร่างกายจะปล่อยสาร oxytocin (เรียกว่า trust hormone) ดังนั้น ระบบประสาทเคมีของร่างกายทำให้มนุษย์มีทางโน้มที่จะไว้วางใจผู้ที่มีพฤติกรรม “ไนซ์”

การพยายามเป็น “คนไนซ์” นั้นเป็นเรื่องที่ดี การพบปะรู้จัก “คนไนซ์” ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าลืมว่า “คนไนซ์” มิได้หมายความว่าเป็นคนดีเสมอไป เมื่อใดที่รู้สึกไว้วางใจใครเป็นพิเศษอย่างรวดเร็วคงต้องตั้งคำถามตัวเองถึงสาเหตุในยุคนี้การชอบเเละไว้วางใจ “คนไนซ์” อย่างไม่ระมัดระวังอาจนำไปสู่ภัยที่ร้ายเเรงได้