จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ 'เด็กไฟ-ฟ้า' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ 'เด็กไฟ-ฟ้า' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

ไฟ-ฟ้า จุดประกายเยาวชนและชุมชน ต่อยอดผลงานและไอเดียสร้างสรรค์ของเด็กไฟ-ฟ้า คลาสศิลปะ ที่ได้รับการจุดประกายและพัฒนาศักยภาพจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ทั้ง 5 แห่ง เปิดพื้นที่ MOCA BANGKOK จัดนิทรรศการแสดงผลงานของเยาวชน ภายใต้แนวคิด 'เด็กธรรมดา...คือสิ่งสวยงาม'

Keypoint:

  • เส้นทางความสำเร็จของ 'เด็กไฟ-ฟ้า' 2 ตัวแทนเยาวชน จากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า กับความฝันในการสร้างผลงานศิลปะเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน
  • ไฟ-ฟ้า โดย มูลนิธิทีทีบี ถือเป็นโครงการจุดประกายเยาวชนและชุมชน โดยล่าสุด ต่อยอดผลงานและไอเดียสร้างสรรค์ของ เด็กไฟ-ฟ้า คลาสศิลปะ จากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ทั้ง 5 แห่ง เปิดพื้นที่ MOCA BANGKOK จัดนิทรรศการแสดงผลงานของเยาวชน ภายใต้แนวคิด 'เด็กธรรมดา...คือสิ่งสวยงาม'
  • ในอนาคต โครงการไฟ-ฟ้า มีแผนที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนจากแหล่ง ชุมชนอื่นๆ มากขึ้น เพื่อกระจายพื้นที่แห่งโอกาสให้กับเด็กๆ ที่มีความฝัน ได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรม มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ

 

ไฟ-ฟ้า โครงการแห่งการ 'ให้' จาก มูลนิธิทีทีบี จุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเสริมสร้างสิ่งดี ๆ คืนสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด Make REAL Change โดยให้ความหมายของ ไฟ-ฟ้า ไว้ว่า ไฟ คือ สิ่งที่มีอยู่ในตัวเด็กและชาวชุมชนทุกคน ฟ้า คือ พลังแห่งการให้ของอาสาสมัครทีทีบี เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านพลังแห่งการ 'ให้'

 

ที่ผ่านมา โครงการ ไฟ-ฟ้า ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ไฟ-ฟ้า (fai-fah Centers) เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนในช่วงอายุ 12-17ปี ได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงศิลปะและทักษะการใช้ชีวิตผ่านวิชาต่าง ๆ เช่น ศิลปะ กีฬา การแสดงและดนตรี ภาษา คหกรรม สื่อสร้างสรรค์ออนไลน์ การท่องเที่ยวเพื่อชุมชนยั่งยืน ฯลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้เยาวชนเกิดมุมมองใหม่ในชีวิตของตนเองพร้อมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากไฟ-ฟ้า ไปพัฒนาชุมชนและสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

 

5 ศูนย์การเรียนรู้ไฟ-ฟ้า

ปัจจุบัน ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า เปิดมาแล้ว 15 ปี มีศูนย์เรียนรู้ 5 แห่ง ได้แก่

  • ศูนย์ไฟ-ฟ้า ประชาอุทิศ
  • ศูนย์ไฟ-ฟ้า จันทน์
  • ศูนย์ไฟ-ฟ้า บางกอกน้อย
  • ศูนย์ไฟ-ฟ้า สมุทรปราการ
  • ศูนย์ไฟ-ฟ้า นนทบุรี

 

แต่ละศูนย์มีวิชาเรียนเฉลี่ย 8-10 วิชาต่อศูนย์ โดยในแต่ละปี ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าสามารถจุดประกายเด็ก ๆ ได้กว่า 5,000 คน ทำให้จำนวนเด็กสมาชิกของทั้ง 5 ศูนย์ ตั้งแต่เริ่มเปิด มีจำนวนมากกว่า 12,700 คน ซึ่งคุณสมบัติในการสมัครเป็นเด็กไฟ-ฟ้า ต้องมีอายุ 12-17 ปี มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย และต้องการเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง

 

'บินิช - บินิช ทิพยานนท์' ตัวแทนเด็กศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า จันทน์ อายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่โรงเรียนพระแม่มารี เขาเป็นเด็กที่มีความชื่นชอบในการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก และมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นศิลปินด้านการวาดรูปอย่าง 'แวนโก๊ะ' ศิลปินชื่อดังที่ใครๆ ต่างรู้จัก เขาได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการไฟ-ฟ้า จันทบุรี จากคำแนะนำของคุณแม่ ให้ลองลงเรียนคลาสศิลปะออนไลน์ในช่วงโควิด-19

 

โครงการนี้ทำให้เขาได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เจอเพื่อนต่างโรงเรียนที่มีความชอบเหมือนกัน และได้ลองเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผ่านจินตนาการ รวมถึงได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆในการวาดรูปมากขึ้นจนออกมาเป็นผลงานต่างๆ โดยการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณครูและเพื่อนๆในคลาสเรียน

 

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ \'เด็กไฟ-ฟ้า\' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

 

 

ภาพวาดผลงาน “ต้องดีในโลกออนไลน์” เป็นหนึ่งในผลงานของศิลปินตัวน้อยมากความสามารถอย่าง “บินิช” ที่ถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้

 

บินิช เล่าว่า "ต้องดีในโลกออนไลน์" เป็นผลงานการวาดเส้นจากดินสอชิ้นแรก หลังจากที่การเข้าเรียนกับโครงการไฟ-ฟ้า โดยภาพวาดนี้ เล่าถึงเรื่องราวของมนุษย์ที่ถูกกำหนดให้ต้องสมบูรณ์แบบตามความต้องการของทุกคนในโลกออนไลน์ ต้องเป็นไปตามที่คนอื่นอยากให้เป็น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมนุษย์ทุกคนไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบทุกอย่างเสมอไป

 

"ในอนาคตจะนำทักษะทางด้านศิลปะที่ได้รับ ไปสานต่อความฝันการเป็นศิลปินทางด้านศิลปะของตนเอง เพราะมีความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว จึงอยากที่จะสานต่อความชอบของตนเองไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังค้นหาตัวเองไม่เจอว่าถนัดการวาดภาพสไตล์ไหน แต่ก็จะเรียนรู้ต่อไป และอยากให้ประเทศไทยสนับสนุนงานศิลปะให้มากขึ้น อยากให้ผลงานศิลปะของไทยไปได้ไกลทั่วโลก เพื่อเป็นพลังและเป็นแรงผลักดันให้กับเด็กๆ ที่ชื่นชอบการวาดรูปเช่นเดียวกัน" 

 

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ \'เด็กไฟ-ฟ้า\' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

 

'มูนิต - ธราธิป แสงวิเชียร' อีกหนึ่งตัวแทนเด็กศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า จันทน์ อายุ 15 ปี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดสุทัศน์ น้องมูนิต คือ เยาวชนผู้มีความสามารถและชื่นชอบผลงานทางด้านศิลปะมาตั้งแต่เด็ก และมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นศิลปินแห่งชาติที่มีชื่อเสียง พร้อมเป็นต้นแบบให้กับใครอีกหลายๆ คนที่มีความสามารถด้านศิลปะเช่นเดียวกัน

 

เขาได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการไฟ-ฟ้า ที่จันทน์ จากคำแนะนำของพี่สาวที่เข้าร่วมโครงการไฟ-ฟ้ามาก่อน จึงมีความสนใจและได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ จนสามารถสร้างผลงานศิลปะมากมาย อย่างผลงาน 'เป็ดน้อย' 

 

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ \'เด็กไฟ-ฟ้า\' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

 

น้องมูนิต กล่าวว่า ผลงานศิลปะชิ้นนี้สื่อถึงความแตกต่างของลูกเป็ดที่ปกติมักจะเดินตามแม่ แต่เป็ดในภาพเป็นลูกเป็ดที่กล้าจะแตกแถว มีความกล้าที่จะสามารถเดินตามเส้นทางชีวิตที่ตนเองกำหนดมากกว่าจะเดินตามใครๆ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ด้วยลำแข้งของตนเอง

 

อนาคตข้างหน้าเขา กล่าวว่า จะนำทักษะทางด้านศิลปะที่ได้รับจากโครงการไฟ-ฟ้า ของ มูลนิธิทีทีบี มาพัฒนาสู่ชุมชน ด้วยการเสริมสร้างศิลปะให้ชุมชนมีความสวยงามและน่าอยู่มากยิ่งขึ้นด้วยความสามารถที่มี  พร้อมกล่าวขอบคุณโครงการที่เปิดโอกาสให้ตนได้มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ และหวังว่าในอนาคตจะมีศูนย์การเรียนรู้ไฟ-ฟ้า เพิ่มมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากชุมชนอื่นๆ ได้แสดงความสามารถของตนเองอย่างเต็มศักยภาพมากขึ้น

 

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ \'เด็กไฟ-ฟ้า\' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

 

ผลงานทั้งหมดของเด็กไฟ-ฟ้า คลาสศิลปะ กว่า 50 ผลงาน จะนำไปจัดแสดงให้คนสัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะและการสร้างสรรค์ผลงานสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพของเด็ก ๆ ผ่านโครงการแห่งการ 'ให้' ที่ยั่งยืน ของจาก มูลนิธิทีทีบีที่ จับมือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK)

 

ต่อยอดผลงานและไอเดียสร้างสรรค์ของเด็กไฟ-ฟ้า คลาสศิลปะ ที่ได้รับการจุดประกายและพัฒนาศักยภาพจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ทั้ง 5 แห่ง เป็นครั้งแรกในการเปิดพื้นที่ MOCA BANGKOK จัดนิทรรศการแสดงผลงานของเยาวชน ภายใต้แนวคิด “เด็กธรรมดา...คือสิ่งสวยงาม” นำเสนอให้สังคมได้เห็นพลังของเด็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่เพื่อรอ 'โอกาส' และ 'การให้' มาเติมเต็มความมั่นใจให้มีเส้นทางที่เด่นชัดสามารถเปล่งประกายเป็นผลงานที่โดดเด่นออกสู่สายตาสาธารณะชนในวงกว้าง

 

ซึ่งการนำผลงานของเด็ก ๆ มาจัดนิทรรศการบนหอจัดแสดงชื่อดังอย่าง MOCA BANGKOK จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะทำให้บุคคลทั่วไปได้เห็นถึงพลังและศักยภาพของเด็กไฟ-ฟ้า รวมถึงสร้างความภูมิใจให้กับเด็ก ๆ ว่าผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น พร้อมเปิดให้ทุกคนสัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะและการสร้างสรรค์ผลงานสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพของเด็ก ๆ ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567

 

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ \'เด็กไฟ-ฟ้า\' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

 

ทีทีบี ผลักดันโอกาสให้เด็กและเยาวชนอย่างเท่าเทียม

ประภาศิริ โฆษิตธนากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เด็ก ๆ เชื่อมั่นว่าจากความสามารถที่มีอยู่ ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่ย่อท้อ ประกอบการได้รับการจุดประกายจากศิลปินและดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง เช่น ครูปาน สมนึก คลังนอก, พี่หมู ไตรภัค สุภวัฒนา และพี่เก๋ บุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการศิลปะและออกแบบ ได้สร้างแรงบันดาลใจ และจะช่วยขยายศักยภาพเด็ก ๆ

 

"ถือเป็นโอกาสดีที่เราได้พันธมิตรอย่าง MOCA BANGKOK มาร่วมสนับสนุนผลักดันผลงานของเด็กไฟ-ฟ้า คลาสศิลปะ ให้ไปไกลกว่ากิจกรรม fai-fah art fest ตอกย้ำว่าแนวทางการให้โอกาสและการจุดประกายเด็กไฟ-ฟ้านั้น เป็นการส่งต่อการให้ที่แท้จริงอย่างยั่งยืน สะท้อนจากเด็กหลาย ๆ คนที่ได้รับโอกาสศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดยมีพี่ไฟ-ฟ้าและคุณครูอาสาสมัคร คอยดูแลช่วยเหลือและให้คำแนะนำ เพื่อให้น้อง ๆ สามารถนำทักษะด้าน Art & Life Skills ไปต่อยอดการใช้ชีวิต กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันชุมชนไปในทิศทางที่ดีขึ้น"

 

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ \'เด็กไฟ-ฟ้า\' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

 

ด้าน คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) กล่าวเสริมว่า MOCA BANGKOK มีเป้าหมายเปิดโอกาสให้คนไทยสัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะที่หลากหลาย ทั้งศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติ จึงพยายามจัดนิทรรศการศิลปะให้มีความน่าสนใจในธีมต่าง ๆ และมุมมองใหม่ ๆ ที่แตกต่างอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งจัดกิจกรรมให้หลากหลายทำให้ศิลปะเป็นเรื่องเข้าถึงได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

 

เพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรง โดยเป็นอีกครั้งที่ MOCA BANGKOK เปิดพื้นที่ให้เยาวชนนำเสนอผลงานศิลปะผ่านนิทรรศการ ซึ่งเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นของเด็กไฟ-ฟ้า ที่ได้รับการจุดประกายทางด้านศิลปะจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า

 

"โดย ทีทีบี ที่นำมาจัดแสดงพร้อมนำเสนอในรูปแบบผสมผสานเทคนิคพิเศษ ด้วยมัลติมีเดีย เพื่อมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้ชม ให้ได้สัมผัสจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมด้วยการแสดงผลงาน Characters การ์ตูนสุดน่ารัก และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สุดเก๋ เชื่อว่า หากน้อง ๆ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและไม่หยุดเรียนรู้จะได้ผลลัพธ์ตอบแทนที่งดงามในวันข้างหน้า ตอกย้ำให้เห็นว่าวงการศิลปะกำลังพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเชื่อว่านิทรรศการนี้จะจุดพลังความเป็นเด็กในตัวของผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี" 

 

จุดประกายความฝัน สู่ความสำเร็จ \'เด็กไฟ-ฟ้า\' พัฒนาชุมชน-สังคม อย่างยั่งยืน

 

เดินหน้าโครงการไฟ-ฟ้า ในอนาคต

โครงการไฟ-ฟ้า ของมูลนิธิทีทีบี มีแผนในอนาคตที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนจากแหล่ง ชุมชนอื่นๆ มากขึ้น เพื่อกระจายพื้นที่แห่งโอกาสให้กับเด็กๆที่มีความฝัน ได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรม มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ ให้เด็กๆได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง สู่การพัฒนาศักยภาพของตนเอง ตลอดจนการพัฒนาชุมชนและสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน