มูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย แต่ละปีสร้างได้ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ

มูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย แต่ละปีสร้างได้ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ

มูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทยปีละราว 5 แสนล้านบาท สร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้ 2 สนาม ปี66 ผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้รับการบำบัดในสถานพยาบาล  65 % ยกต้นแบบเลิกสุราในชุมชน ผ่านกลไกธรรมนำทาง -ครอบครัว


     Keypoints :

  •          มูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทยปีละราว 5 แสนล้านบาท สร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้ 2 สนาม หากมีสุราเสรี เปิดกว้างผลิตแบบไม่ต้องขออนุญาต จะเกิดปัญหาในชุมชนมากขึ้น
  •       สถานการณ์ดื่มของคนไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปี 2566 พบผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้รับการบำบัดในสถานพยาบาล  65 % ยังมีผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษาอีกจำนวนมาก
  •         ต้นแบบเลิกสุราในชุมชน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบธรรมนำทางแลtรูปแบบกลุ่มฮักครอบครัว ผู้มีปัญหาสุรา สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิก ดื่มสุรา มีสัมพันธภาพที่ดีกับคนในครอบครัวและชุมชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

มูลค่าตลาดเหล้า-เบียร์ในไทย 

        ภายในงานวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2566 เมื่อเร็วๆนี้ ธีระ วัชรปราณี  ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า  สะท้อนภาพสถานการณ์ในประเทศไทยว่า หากย้อนหลังไปราว 10 ปี มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป มีการดื่มกว่า 30 %   ปัจจุบันอยู่อันดับ 2 เทียบเท่ากับประเทศเวียดนาม อยู่ที่ 28 % ส่วนหนึ่งที่ทำให้ลดลงเนื่องจากมีมาตรการต่างๆ เช่น พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรณรงค์ เป็นต้น  
      ทั้งนี้ ในแต่ละปีการซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้ 2 สนาม โดยมีมูลค่าทางการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทยปีละเกือบ 5 แสนล้านบาท ส่วนงบประมาณก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิราว 2 แสนล้านบาท

สุราเสรีเพิ่มปัญหาในชุมชน  
       ธีระ กล่าวอีกว่า การที่มีข้อเสนอให้มีการผลิตโดยเสรี จากปัจจุบันการผลิตจะต้องขออนุญาตจากกรมสรรพสามิตโดยมีข้อจำกัดต่างๆ เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม เหตุเดือดร้อนรำคาญ และควบคุมคุณภาพ แต่เมื่อมีการเสนอให้ที่บ้านก็ทำได้ ไม่ต้องขออนุญาต จึงเป็นสิ่งที่น่าห่วงจากปัจจุบันก็มีการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากอยู่แล้ว ส่วนภาษีสรรพสามิตที่เก็บได้ราว 1.5 แสนล้านบาท  เป็นอันดับ 2 รองจากภาษีน้ำมัน ซึ่งเชิงปัญหาจะเกิดขึ้นในชุมชน สมมติมีโรงเหล้ามากขึ้นในชุมชนมากขึ้น โอกาสที่จะมีการดื่มจะสูงมากขึ้น นอกจากนี้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  จะเป็นเครื่องมือในการช่วยควบคุม ปกป้อง และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

มูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย แต่ละปีสร้างได้ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ
      เข้าถึงการบำบัดในสถานพยาบาล  65 %

      ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2566 ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต นางสาวรุ่งอรุณ  ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สสส.) กล่าวเปิดเวทีการประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการดูแลผู้มีปัญหาสุราและสุขภาวะโดยชุมชน โดยสมาคมฮักชุมชน “สามประสาน เพื่อสุขภาวะ…ทำได้อย่างไรในชุมชน” ว่า สถานการณ์ดื่มของคนไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบผู้ที่เคยดื่มหนักในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา 5.7 ล้านคน คิดเป็น 10 % แนวโน้มลดลงมาโดยตลอดจาก 14  %ในปี 2557

   ขณะที่ข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานคัดกรองและการบำบัดผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้รับการบำบัดในสถานพยาบาล 65% ซึ่งยังมีผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษาหรือไม่พร้อมจะเดินเข้าสู่ระบบสุขภาพอีกจำนวนมาก

           สสส. ได้ขยายการทำงานสานพลังภาคีเครือข่าย ผ่านสมาคมฮักชุมชน ในโครงการขับเคลื่อนการดูแลผู้มีปัญหาสุราและสุขภาวะโดยชุมชน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าสู่กระบวนการ ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเน้นการทำงานผ่าน ชุมชน และ วัด เป็นสำคัญเพราะใกล้ชิดกลุ่มเป้าหมายและการป้องกันแก้ไขปัญหาในชุมชนร่วมกัน  โดยเตรียมรณรงค์ให้ประชาชน ลด ละ เลิก ในวันช่วงเข้าพรรษา โดยใช้ชื่อว่า ปีนี้ใคร ๆ  ก็งดเหล้าเข้าพรรษา เชื่อว่าหลายคนจะถือเอาช่วงเวลาเข้าพรรษา 3 เดือน เป็นจุดเริ่มต้นตั้งใจจะที่จะเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
2 รูปแบบเลิกเหล้าในชุมชน

          นางสาวรักชนก จินดาคำ นายกสมาคมฮักชุมชน กล่าวว่า สมาคมฮักชุมชน ได้ริเริ่มโครงการขับเคลื่อนการดูแลผู้มีปัญหาสุราและสุขภาวะโดยชุมชน ดำเนินการใน 26 พื้นที่ จาก 10  จังหวัด โดยมีรูปแบบที่ให้ชุมชนได้วิเคราะห์ เลือก และนำไปปฏิบัติในพื้นที่ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบธรรมนำทาง และ รูปแบบกลุ่มฮักครอบครัว

มูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย แต่ละปีสร้างได้ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ

       โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ คือ

1.กลไกขับเคลื่อนงาน ที่คนในชุมชนมีส่วนร่วม เป็นเจ้าของปัญหา มีความเข้าใจ และพร้อมดำเนินการในมิติการบำบัดดูแลผู้มีปัญหาสุรา 

2.มีความรู้ ทักษะ เครื่องมือในการดูแลผู้มีปัญหาสุรา ที่คณะทำงานในพื้นที่และชุมชน สามารถนำไปใช้ได้ และติดตามผลได้

3.ผู้มีปัญหาสุรา สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิก ดื่มสุรา มีสัมพันธภาพที่ดีกับคนในครอบครัวและชุมชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รูปแบบธรรมนำทาง มีกิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมอยู่วัด รู้ ธรรม 7 วัน 6 คืน และกิจกรรมติดตาม นำ หนุน ใจ มีพระสงฆ์เป็นผู้มอบหลักธรรม สร้างสติ หนุนเสริมปัญญาควบคู่ไปกับบุคลากรสุขภาพ ให้ความรู้ผลกระทบสุรา การดูแลสุขภาพ โดยมีผู้นำชุมชน และอสม. ช่วยสร้างแรงจูงใจให้สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม สนับสนุนกระบวนการการติดตามผล ครอบครัว คอยให้ความรัก ความเข้าใจ ให้โอกาสกับผู้ที่อยากเลิกสุรา และลดการกระตุ้นการกลับไปดื่ม

รูปแบบกลุ่มฮักครอบครัว มีกิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชุดทักษะความรู้ 8 ครั้ง 8 สัปดาห์ และกิจกรรมติดตาม นำ หนุน ใจ โดยผู้มีปัญหาสุราและสมาชิกในครอบครัวจะต้องมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง โดยทั้ง 2 รูปแบบใช้รวมเวลา 12 เดือน โดยมีเครื่องมือสำคัญคือ แบบสำรวจข้อมูลครัวเรือน ข้อมูลการดื่มสุรา ผลกระทบ และ ความสุข แบบประเมิน พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแบบประเมินคุณภาพชีวิต

     “แต่ละชุมชนจะมีการวิเคราะห์เลือกเองจากความเหมาะสม กิจกรรมสำคัญอยู่ที่กลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องของทักษะความรู้ ประสบการณ์ในเรื่องของการดื่มสุราและแก้ปัญหาของสมาชิกแต่ละคน หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 2 รูปแบบ จะมีการติดตาม นำ หนุน ใจ จะเป็นลักษณะของการติดตามที่บ้าน ติดตามแบบลักษณะกลุ่ม และมีการฝึกพัฒนาทักษะ ให้อาชีพ สร้างรายได้ เพื่อให้การเลิกสุราเกิดความยั่งยืน ไม่กลับมาดื่มซ้ำ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตามผลทั้งในด้านการปรับพฤติกรรมการดื่มสุราและคุณภาพชีวิตทั้งต่อผู้มีปัญหาสุรา ครอบครัว และชุมชน” นางสาวรักชนก กล่าว

ตัวอย่างเลิกเหล้าสำเร็จ

นายชุมพล นวลอ่อน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มฮักครอบครัว บ้านสันทราย อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เล่าถึงประสบการณ์จากการเลิกสุราว่า เริ่มดื่มช่วงอายุ 20 ปี เลิกเรียนก็ตั้งวงดื่มสุรา และตามมาด้วยการทะเลาะวิวาท ยกพวกตีกัน จนเรียนจบได้ทำงานช่วยดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลไชยปราการ ตอนนั้นพ่อเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนาน 7-8 ปี จึงมีความคิดว่าอยากบวชให้พ่อ ตัดสินใจบวช 1 พรรษา ลาสิกขามาแล้วก็ตั้งใจอยากเลิกดื่มสุราและเลิกบุหรี่ จึงเข้าร่วมโครงการกลุ่มฮักครอบครัว ร่วมกิจกรรมครบ 8 ครั้ง จนสามารถเลิกได้สำเร็จ

 

“ฝากถึงคนที่อยากเลิก ให้คิดถึงตัวเองเป็นอันดับแรก คิดถึงคนในครอบครัว และลองคิดวิเคราะห์ข้อเสียของการดื่ม และพิจารณาว่า เราดื่มแล้วดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไรบ้าง ก็จะเห็นภาพชัดเองว่าเราต้องเลิกดื่ม พอเราเลิกได้แล้ว ได้ไปเชิญชวนคนรอบตัว เพื่อน ครอบครัว คนในชุมชน ให้ลดละเลิก เพราะเราเคยเห็นผลกระทบจากการดื่มมาแล้ว เพื่อขยายกลุ่มไปให้ทั่วพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชน ใกล้เคียง เพื่อให้ทุกคนเลิกสุราได้สำเร็จ”  นายชุมพล กล่าว