เหตุใดบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์จึงแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน? (1)

เหตุใดบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์จึงแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน? (1)

เมื่อเร็วๆ นี้ มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการบุหรี่ไฟฟ้ากับอนาคตของประเทศ และวันที่ 8 มีนาคม มีการเสวนาประเด็นบุหรี่บุหรี่ไฟฟ้า ควรถูกกฎหมายได้หรือยัง ซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย

รัฐมนตรีบางคนเสนอว่าควรให้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ถูกกฎหมาย เพื่อเก็บภาษีเข้ารัฐ แก้ปัญหาส่วย พร้อมกับอ้างว่าประเทศที่พัฒนาแล้วต่างอนุญาตให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมาย เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิวซีแลนด์ แต่มีประเด็นรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็นจากประเทศเหล่านี้ ซึ่งสังคมควรจะได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วน ดังต่อไปนี้ 

ประเทศสหรัฐอเมริกา
    เมื่อเปรียบเทียบสถิติการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มนักเรียนอเมริกันระดับมัธยม พบว่าปี พ.ศ. 2562 ร้อยละ 10.5 ของนักเรียนระดับมัธยมต้นใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ เปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2554 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 0.6

ในขณะที่นักเรียนระดับมัธยมปลายมีการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ร้อยละ 27.5 ในปี พศ. 2562 เปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2554 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 1.5 (2019 National Youth Tobacco Survey)   

ในระยะเวลาเพียง 8 ปี จาก พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2562 มีอัตราการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเรียนมัธยมอเมริกันมากกว่า 1,800% และอัตราการเพิ่มมากที่สุดอยู่ในระหว่างปี พ.ศ. 2556 และ 2558 ซึ่งเพิ่มจากร้อยละ 4.5 เป็น ร้อยละ 16

อีกทั้งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับบริษัทผู้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์แห่งใหม่จาก ซาน ฟรานซิสโก ดำเนินการทางการตลาดมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งๆ ที่กฎหมายของสหรัฐอเมริกาห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 21 ปี 

ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวช Bonnie Halpern-Felsher แห่งมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด แคลิฟอร์เนีย ศึกษาผลกระทบของนิโคตินต่อเซลล์สมองของเด็กและเยาวชน พบว่า

สารนิโคตินส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติในเซลล์สมอง ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์ผิดปกติ ในปี พ.ศ. 2561 เธอจึงได้แจ้งให้ฝ่ายกฎหมายของมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด ดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ก่อตั้งบริษัทบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้ (Etter L, 2021) 

สหภาพยุโรปมีกฎหมายที่เข้มงวด โดยกำหนดให้มีปริมาณนิโคตินไม่เกินร้อยละ 2 ในผลิตภัณฑ์บุหรี่ให้ความร้อนทุกชนิด ญี่ปุ่น บราซิลและประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง มีกฎหมายควบคุมปริมาณนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อนไม่เกิน ร้อยละ 2

เช่นเดียวกับในสหภาพยุโรป ผู้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทให้ความร้อนจากซาน ฟรานซิสโก มีปริมาณนิโคตินร้อยละ 5  ซึ่งมากกว่าปริมาณนิโคตินในตราสินค้าอื่นๆ ซึ่งปริมาณนิโคตินที่มากเช่นนี้ ทำให้ผู้สูบเสพติดสารนิโคตินง่ายขึ้นและเร็วขึ้น

เหตุใดบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์จึงแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน? (1)

นอกจากนี้ การโฆษณาในสื่อสังคมต่างๆ ซึ่งมุ่งเน้นไปยังเยาวชนและเด็กในโรงเรียน ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ถูกเพ่งเล็งว่าละเมิดกฎหมายควบคุมยาสูบของสหรัฐอเมริกา (Etter L, 2021)

ไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเยาวชนและนักเรียนระดับมัธยมในสหรัฐอเมริกา จึง “ติด” บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทให้ความร้อนเป็นจำนวนมากอย่างง่ายดาย เนื่องจากบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ประเภทให้ความร้อน มีความเข้มข้นของนิโคตินสูง

จึงถูกบ่งชี้โดยสำนักแพทย์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา (US Surgeon General) และกระทรวงสาธารณสุขของแคนาดา (Health Canada) ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความชุกของการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน 

ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา สำนักอัยการของรัฐคอนเน็คทิกัต โอเรกอน และเท็กซัส ดำเนินการสืบสวน รวบรวมหลักฐาน และดำเนินการฟ้องผู้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้ ว่าทำการตลาดมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งผิดกฎหมายควบคุมยาสูบของสหรัฐอเมริกา

ในที่สุด เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 บริษัทบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวยินยอมชดใช้เงินจำนวน 438.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้โจทก์ใน 33 มลรัฐ เนื่องจากมีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ถึงการทำการตลาดมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชนอเมริกัน 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US-FDA) ออกกฎบังคับให้ผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดต้องยื่นขออนุญาตก่อนจะนำเข้าสู่ตลาดได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของสหรัฐอเมริกา (Tobacco Control Act) ที่ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550  

    จากการต่อรองโดยอุตสาหกรรมยาสูบในสหรัฐ เพื่อให้ยกเว้นผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์บุหรี่ที่ให้ความร้อน (Heat not Burn) จากกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับดังกล่าว อย. สหรัฐ ผ่อนปรนโดยอนุญาตให้ขายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดสหรัฐขายได้ต่อไปจนกว่าจะได้รับการอนุมัติว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสาธารณสุขจาก อย. สหรัฐ (Etter L, 2021) 

     ดังนั้น การที่ ผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์และบุหรี่ที่ให้ความร้อน ที่มีขายอยู่ในตลาดสหรัฐ ยังไม่ได้รับการรับรองจาก อย. สหรัฐ ว่าปลอดภัยสำหรับสุขภาพ แต่อยู่ในกระบวนการที่ อย. สหรัฐ ดำเนินการเพื่อตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ตามมาตรฐานกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของสหรัฐ อุตสาหกรรมยาสูบข้ามชาติและเครือข่าย ฉวยโอกาส แอบอ้างว่า อย. สหรัฐ ยอมรับว่าปลอดภัย จึงอนุญาตให้ขายได้

    การแพร่ระบาดของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มเด็กและเยาวชนอเมริกัน มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (อย. สหรัฐ) ไม่ได้ใช้อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบที่มีเพื่อควบคุมผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2559

อย. สหรัฐควรที่จะพิจารณามาตรฐานความปลอดภัยต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎหมายควบคุมยาสูบของประเทศสหรัฐตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก่อนที่จะอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาสู่ตลาดผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม อย. สหรัฐ เลือกที่จะเลื่อนการบังคับให้ผู้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นทะเบียน โดยยื่นหลักฐานมาตรฐานความปลอดภัยต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภค

จนถึงปี พ.ศ. 2565 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดผู้บริโภคโดยไม่ผ่านมาตรฐานของกฎหมายควบคุมยาสูบของสหรัฐอเมริกา

เหตุใดบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์จึงแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน? (1)

    สิ่งนี้ทำให้เกิดปัญหาของการแพร่ระบาดของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มเด็กและเยาวชนอเมริกันในปัจจุบัน รายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (US-CDC) บ่งชี้ว่า ในปี พศ. 2564 ร้อยละ 85 ของนักเรียนมัธยมอเมริกันกว่า 2 ล้านคน ใช้ผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ที่มีรสชาติต่างๆ ซึ่งเป็นวิกฤติทางสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา

กฎหมายของสหรัฐอเมริกาห้ามผลิตภัณฑ์ยาสูบรสชาติต่างๆ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ยกเว้นรส เมนธอล แต่เมื่อปีที่แล้ว (2565) อย. สหรัฐ เสนอกฎหมายเพื่อห้ามใช้รส เมนธอล ในผลิตภัณฑ์ยาสูบ

    คำถามคือ ประเทศสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการผ่อนปรนให้ขายได้ในระหว่างที่ อย. สหรัฐ ดำเนินการตรวจสอบพิจารณามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ว่ามีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคหรือไม่

และห้ามขายแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 21 ปี แต่เหตุใดบริษัทยาสูบจึงมีความพยายามฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการทำการตลาดมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน? และเหตุใดจึงต้องมีผลิตภัณฑ์ยาสูบรสชาติต่างๆ เช่น รสผลไม้ต่างๆ หากไม่มีเจตนาที่จะทำการตลาดมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน?

คำตอบคือบริษัทยาสูบมีพฤติกรรมองค์กรที่ไม่มีจริยธรรม คุณธรรม หรือ ศีลธรรมใดๆ จึงทำให้เกิดปัญหาวิกฤติด้านสาธารณสุขในเยาวชนอเมริกัน