วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

วาเลนไทน์เงินสะพัด ยอด “แม่วัยรุ่น” โต

วาเลนไทน์เงินสะพัด ยอด “แม่วัยรุ่น” โต

ในขณะที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่เด็กที่เกิดใหม่เกินครึ่งมาจาก แม่วัยรุ่น ส่วนคนที่พร้อมเลือกที่จะอยู่เป็นโสด แต่งงานช้า หรือไม่มีลูก แล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในอนาคต

ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์ ปี 2566 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้า ระบุว่าจะมีเม็ดเงินสะพัด 2,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.5% เรียกว่าคึกคักสุดในรอบ 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2563 ที่ประเทศไทยเริ่มมีการระบาดของโรคโควิด-19 โดยกลุ่มตัวอย่าง 49.2% ต้องการจะไปฉลองวาเลนไทน์กับคนรัก ที่ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และร้านอาหาร จากผลสำรวจนี้

หากรวมกับเม็ดเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาฉลองวาเลนไทน์ในประเทศไทยอีกด้วย เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีการหมุนเวียนดีขึ้น 

ขณะที่การฉลองวาเลนไทน์ของคู่รักทุกช่วงวัยเลือกการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 30% เป็นกลุ่มนักศึกษามากสุด 

รองลงมา คือกลุ่มวัยทำงานและนักเรียน โดยใช้หอพัก หรืออพาร์ตเมนต์ ซึ่งกลุ่มที่ตอบคำถามทุกเจน กว่า 70% ยอมรับได้หากคู่แต่งงานเคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน

มีเพียง 29.5% ที่ยอมรับไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า “ค่านิยม” บางอย่างกำลังเปลี่ยนไป ยิ่งเห็นตัวเลข “แม่วัยรุ่น” ของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์

กรมอนามัย พบว่ากลุ่มนักเรียนนักศึกษาในระบบโรงเรียนท้องเพิ่มขึ้น โดยปี 2564 คิดเป็น 47.5% เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีเพียง 28%  และแม่วัยรุ่นที่คลอดแล้วในปี 2564 อยู่บ้านเลี้ยงลูกถึง 52.6% โดยไม่เรียนต่อ ซึ่งปัจจุบันสถานศึกษาหลายแห่งอนุโลมให้เรียนต่อที่เดิมได้แล้ว

ที่น่าเป็นห่วงพบว่าเยาวชนอายุ 15-24 ปีเป็น “โรคซิฟิลิส” อัตราป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 50.5 ต่อแสนประชากร ในปี 2564 จากที่ปี  2561 ป่วยเพียง 27.9 ต่อแสนประชากร เพราะไม่ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดปัญหาท้องในวัยรุ่น ทำแท้งไม่ปลอดภัย

ล่าสุดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ทำโครงการ "เลิฟปัง รักปลอดภัย แก้ปัญหาท้องไม่พร้อม ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” ‘แจกยาคุมกำเนิด-ถุงยางอนามัย’ และให้หญิงไทยทุกอายุที่จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์จากภาวะการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย โดยนำร่องที่ “เมืองพัทยา” ติดตั้งตู้จ่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัติ สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิบัตรทองผ่านแอป เป๋าตัง รับบริการถุงยางอนามัยและยาคุมกำเนิดได้ 

คำถามคือว่า นโยบายดังกล่าว จะเป็นการแก้ไขปัญหา หรือจะเป็นการส่งเสริมให้มีความสัมพันธ์ทางเพศมากขึ้น  เพราะจากสถิติเด็กที่เกิดใหม่มาจาก “แม่วัยรุ่น” เกินครึ่ง และครึ่งหนึ่งของกลุ่มนี้บอกว่าตั้งใจ “ท้อง” อีกครึ่งบอกไม่ตั้งใจ

ในขณะที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่เด็กที่เกิดใหม่เกินครึ่งมาจาก แม่วัยรุ่น ส่วนคนที่พร้อมเลือกที่จะอยู่เป็นโสด แต่งงานช้า หรือไม่มีลูก แล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในอนาคต เป็นเรื่องที่น่าคิดทุกคนต้องช่วยกันหาคำตอบ  

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขามีความตั้งใจจะท้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องเก็บข้อมูลเพิ่มและหาคำตอบเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา อาจจะกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ หรืออะไรก็ตาม แต่ต้องรีบลงมือทำ ไม่งั้นในอนาคตประเทศไทยเราอาจจะไม่มีกำลังคนทำงาน เมื่อไม่มีคนทำงาน ก็จะไม่มีคนเสียภาษีและสุดท้ายจะส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศได้