background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ไขข้อข้องใจเชิง “จิตวิทยา” ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จสูงถึง “ฆ่าตัวตาย”

ไขข้อข้องใจเชิง “จิตวิทยา” ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จสูงถึง “ฆ่าตัวตาย”

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวเกี่ยวกับการ “ฆ่าตัวตาย” บ่อยครั้ง แต่ที่น่าแปลกใจ คือพบว่าผู้ที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่ มักเป็นคนที่มีหน้าที่การงานดี ฐานะดี และประสบความสำเร็จในชีวิต

นักธุรกิจ ศิลปิน นักกีฬา หรือผู้ที่มีฐานะทางการงานและการเงินมั่นคง มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จในชีวิต แทนที่พวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้คู่ควรกับสิ่งที่พวกเขาได้มา แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขาคือคนส่วนใหญ่ที่ “ฆ่าตัวตาย” สำเร็จ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพราะฉากหน้าพวกเขาล้วนเป็นคนที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม มีภาพไปเที่ยวที่สวยๆ ทำกิจกรรมสนุกๆ โพสต์บนโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ ทำให้หลายคนเกิดคำถามขึ้นมาว่า เพราะอะไรคนที่ประสบความสำเร็จสูงถึงเลือกที่จะจบชีวิตตนเอง?

  • ความย้อนแย้ง ความสุข และการฆ่าตัวตาย

ที่ผ่านมาใครหลายคนอาจเข้าใจว่าคนที่ ฆ่าตัวตาย คือ คนที่ไม่มีความสุขเป็นอย่างมาก (ซึ่งก็มีส่วนถูกแต่ไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงทั้งหมด) แต่ในทางกลับกันข้อมูลจาก The World Happiness Report พบสถิติว่า ประเทศที่ได้ดัชนีความสุขเป็นอันดับสูงสุดของโลก ได้แก่ ฟินแลนด์ และ เดนมาร์ก มีอัตราการฆ่าตัวตายของประชากรในระดับสูง และที่น่าประหลาดใจคือ แม้เป็นประเทศที่ถูกจัดอันดับว่ามีความสุขมากที่สุดในโลก แต่กลับมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงเป็นสองเท่าของประเทศที่ถูกจัดอันดับว่ามีความสุขต่ำที่สุดในโลก

มีความเป็นไปได้ว่าผู้คนที่เกิดมาในประเทศที่ร่ำรวยหรือเป็นคนที่มีฐานะการเงินดีมีโอกาสทางสังคมที่สูงกว่า อาจจะไม่มีประสบการณ์ต่อการจัดการความรู้สึกแย่ๆ หรือไม่เคยมีความหวังว่าสักวันชีวิตจะดีขึ้นเหมือนกับผู้คนที่ยากจน เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เหมือนกับประสบความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะมีเงินทองร่ำรวยและประสบความสำเร็จสูงแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยจัดการปัญหาชีวิตหรือความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาได้ จนนำไปสู่ความรู้สึกสิ้นหวังและซึมเศร้าในที่สุด

ความรู้สึกที่ว่าไม่มีความสุขนั้น อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ การตัดสินใจ “ฆ่าตัวตาย” ก็อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะจนหรือรวย แต่เป็นใครก็ตามที่มีความรู้สึก 3 อย่าง ดังนี้          

1. สิ้นหวัง (Hopelessness) ไม่รู้จะอยู่ต่อไปอย่างไรหรือจะอยู่ไปทำไม

2. ไม่มีใครหรืออะไรมาช่วยให้ดีขึ้นได้ (Helplessness) รู้สึกว่าตัวเองต้องวกวนอยู่กับปัญหาหรือความรู้สึกแย่ๆ ตลอดไปไม่มีใครช่วยได้

3. ไร้ค่า (Worthlessness) รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดีเลย อยู่ไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับใคร 

  • ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จสูงถึงฆ่าตัวตาย? 

อ้างอิงจากบทความ “The Fallacy of Happiness: A Psychological Investigation of Suicide among Successful People” ระบุสาเหตุเชิงจิตวิทยาที่ทำให้คนที่ประสบความสำเร็จสูงฆ่าตัวตายไว้ ดังนี้

- รู้สึกว่าตัวเองถูกกดดันคาดหวังให้เป็นคนที่สมบูรณ์

- รู้สึกแปลกแยก ชีวิตมีแต่ความสัมพันธ์แบบผิวเผินนำไปสู่ความรู้สึกเหงาหดหู่

- จัดการความรู้สึกล้มเหลวไม่ได้

- รู้สึกว่างเปล่า ไม่มั่นคง

- ถูกตีกรอบจากค่านิยมทางสังคมวัฒนธรรม

- รู้สึกเชื่อใจใครไม่ได้

- เจ็บป่วยทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ หรืออื่นๆ

- จัดการความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวไม่ได้

- ความเครียดจาก Social Media เช่น ได้รับข้อความคุกคามหรือเกลียดชัง

  • วิธีป้องกันไม่ให้สูญเสียคนใกล้ตัว

การป้องกันไม่ให้ใครสักคน “ฆ่าตัวตาย” นั้น ต้องไม่ตั้งเงื่อนไขว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร แต่ควรหันมาใส่ใจทุกคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือคนที่ประสบความสำเร็จสูง เริ่มต้นง่ายๆ โดยการพยายามไม่ใช้ข้อความในโลกออนไลน์ที่แสดงถึงความเกลียดชัง การตัดสิน หรือกดดันให้เป็นไปตามมาตรฐานของสังคม แต่ควรเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องของความแตกต่างของปัจเจกบุคคล เช่น ทัศนคติ รูปร่างหน้าตา สีผิว เชื้อชาติ เพศ มุมมองทางศาสนาและการเมืองของคนอื่นๆ

และที่สำคัญสังคมควรทำความเข้าใจและช่วยทำให้ ผู้ที่มีความเครียดหรือวิตกกังวล สามารถไปปรึกษาจิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา ได้โดยเป็นเรื่องปกติที่ใครก็สามารถทำได้ และจำเป็นต้องแก้ไขทัศนคติว่าคนที่ไปพบจิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา นั้นคือบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือหรือที่ปรึกษา ไม่ใช่คนบ้าอย่างที่สังคมไทยในอดีตเคยมอง
------------------------------------------------
อ้างอิง : iSTRONG