คกก.สิ่งแวดล้อมเคาะผ่าน EIA โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชนานาชาติบางโพ งบกว่า 1.6 หมื่นล้าน ให้บริการระดับเหนือตติยภูมิมาใช้ รองรับผู้ป่วยปีละเกือบ 7 แสนคน คาดเปิดบริการปี 2575
KEY POINTS
- โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชนานาชาติ ที่บางโพ ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในปี พ.ศ. 2575
- ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ที่ให้บริการทางการแพทย์ขั้นสูงระดับเหนือตติยภูมิ ด้วยเทคโนโลยีที่ซับซ้อน เช่น เครื่องฉายรังสีโปรตอน และการบำบัดรักษามะเร็งด้วยเทคนิค BNCT
- โครงการใช้งบประมาณรวมกว่า 16,900 ล้านบาท มีขนาด 442 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยนอกปีละกว่า 650,000 คน และผู้ป่วยในอีกกว่า 20,000 คนต่อปี
ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) “โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล”
สำหรับสถาบันการแพทย์ศิริราชนานาชาติ ได้รับการบริจาคที่ดินที่บางโพ 13 ไร่แบบไม่มีเงื่อนไข และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2568 งบประมาณราว 16,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2569-2574
โครงการนี้มีเป้าหมายให้สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ เป็นสถาบันการแพทย์ภาครัฐต้นแบบของประเทศ และเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub ที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับเหนือตติยภูมิ เทียบเท่ามาตรฐานสากล
งบฯกว่า 16,000 ล้านบาท
งบประมาณ ที่ครม.อนุมัติตามการเสนอของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ จำนวน 16,960.59 ล้านบาท เป็นเงินงบประมาณปี 2569 - 2574 จำนวน 11,048.33 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 5,912.27 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าก่อสร้าง 7,720 ล้านบาท ,ค่าครุภัณฑ์ทางการแพทย์และครุภัณฑ์สารสนเทศ 8,430 ล้านบาท และงบฯบุคลากร หมวดเงินเดือน 810.59 ล้านบาท
ส่วนของงบก่อสร้างมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนจากภาครัฐ ประมาณ 3,860 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินนอกงบประมาณที่โรงพยาบาลศิริราชต้องหามาสมทบ ขณะที่งบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ มีการเสนอขอรับการสนับสนุนในสัดส่วน รัฐ 8 ส่วนต่อศิริราช 2 ส่วน ทั้งนี้ทุกขั้นตอนผ่านการกำกับดูแลเรื่องงบประมาณขนาดใหญ่โดยสภามหาวิทยาลัยมหิดล และบอร์ดโรงพยาบาลศิริราช
โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 ครม.มีมติอนุมัติแผนความต้องการครุภัณฑ์ วงเงินรวม 8,430 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินงบประมาณ 6,744 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 1,686 ล้านบาท โดยดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2570–2574 ในลักษณะก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณตามขั้นตอนของกฎหมาย
การจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง รวม 42 รายการ โดยเฉพาะครุภัณฑ์สำหรับศูนย์รังสีรักษาชนิดอนุภาค ได้แก่ เครื่องฉายรังสีชนิดลำแสงอนุภาคโปรตอน หรือ Proton Therapy และเครื่องบำบัดรักษามะเร็งด้วยเทคนิคการจับนิวตรอนโบรอน หรือ BNCT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ต้องใช้เวลาผลิตและติดตั้งเฉลี่ยประมาณ 4–5 ปี จึงจำเป็นต้องวางแผนจัดซื้อและติดตั้งล่วงหน้าให้สอดคล้องกับการก่อสร้างอาคาร
นอกจากนี้ ยังมีครุภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อรองรับศูนย์บริการรักษาระดับสูงและศูนย์การรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องฉายรังสีพร้อมระบบภาพนำวิถี เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมระบบจำลองภาพ และเครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบดิจิทัลพร้อมระบบเจาะชิ้นเนื้อ
รับผู้ป่วยได้ปีละเกือบ 7 แสนคน
การก่อสร้างจะเป็นอาคาร 19 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 149,714 ตร.ม. มีพื้นที่บริการทางการแพทย์ ศูนย์บริการตรวจรักษาโรคเฉพาะทางต่าง ๆ ศูนย์การรักษาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง และศูนย์ห้องผ่าตัด 22 ห้อง, หอผู้ป่วยในรวมจำนวน 442 เตียง แบ่งเป็น หอผู้ป่วยพิเศษ 352 เตียง และหอผู้ป่วยวิกฤติ 90 เตียง ,มีพื้นที่วิชาการเและปฏิบัติการ ที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศระดับมาตรฐานสากล และ พื้นที่จัดกิจการอเนกประสงค์, คอมมิวนิตี้มอลล์ เป็นต้น
ที่นี่มีเป้าหมายให้บริการผู้ป่วยนอก ปีละไม่น้อยกว่า 650,000 คน และผู้ป่วยใน ไม่น้อยกว่า 20,000 คนต่อปี เชื่อว่าคนไข้ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย คิดอัตราค่าบริการเช่นเดียวกับที่รพ.ศิริราช แต่จะต้องมีการวางระบบที่สามารถรองรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยหรือโดยรอบประเทศไทย
หรือกลุ่มแอ็กซ์แพ็ท ราว 10 % ทั้งเรื่องการเตรียมระบบไอที บุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยดูแลชาวต่างชาติได้ โดยผู้ป่วยชาวต่างชาติจะคิดค่าบริการเพิ่มขึ้น 25% ทั้งนี้ หากมีกำไรหรือขาดทุนจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของศิริราช คาดว่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2575
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2569 มหาวิทยาลัยได้ออกประกาศ เรื่อง เผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยเป็นการประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างอาคารสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ งบประมาณ 7,720 ล้านบาท
บริการการแพทย์ชั้นสูงระดับเหนือตติยภูมิ
โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีวัตถุประสงค์ คือ
1.เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา
2.เป็นสถาบันการแพทย์ภาครัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่เป็นต้นแบบและเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติของการให้บริการด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นสูงระดับเหนือตติยภูมิ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
3.ยกระดับการเป็นสถาบันการแพทย์ระดับชั้นนำของประเทศ เป็นศูนย์ฝึกอบรมระดับนานาชาติก่อให้เกิดการเป็นผู้นำและผู้ชี้นำแห่งวงการสาธารณสุขไทยและระบบสุขภาพระดับโลก
อาคารบนสถานีรถไฟศิริราช
นอกจากนี้ ศิริราช ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง อาคารบนสถานีรถไฟศิริราช เป็นอาคารของรพ.ศิริราช ที่สร้างบริเวณรถไฟฟ้าMRT อาคาร 15 ชั้น เป็นหน่วยให้บริการคนที่สามารถมารับบริการเองได้ ไม่ต้องมีรถ ไม่ต้องมีเตียง ส่วนรพ.ศิริราชเดิมให้บริการตามปกติ งบประมาณราว 4,000 ล้านบาท
อาคารนี้ เป็น Smart Hospital ด้วยเครือข่าย 5G เน้นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ อาทิ ศูนย์ตรวจสุขภาพ คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพ คลินิกผิวหนัง การบริการผู้ป่วยด้านอายุรกรรม ผู้ป่วยหลังผ่าตัด Ambulatory Unit/ One Day Surgery ที่เข้ารับบริการแล้วกลับบ้านได้โดยไม่ต้องพักค้างคืน รวมถึง ห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ เช่น การเจาะเลือด เป็นต้น
เทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้รักษาโรคที่ยากและซับซ้อน
ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวตอบกระทู้ถาม กรณีการลงทุนก่อสร้างโครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ หรือโครงการศิริราชบางโพว่า เป้าหมายของโครงการนี้ คือ การมุ่งสู่ระดับนานาชาติคือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้รักษาโรคที่ยากและซับซ้อน
เช่น การนำเครื่องทำ MRI ขณะฉายรังสี (MRI-Linac) เครื่องแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาใช้เพื่อลดการทำลายอวัยวะส่วนอื่น การทำศัลยกรรมปลูกถ่ายอวัยวะ (Organ Transplant) ถึง 3 อวัยวะในครั้งเดียว และการรักษาด้วยเทคโนโลยีเซลล์และยีนบำบัด (Cell and Gene Therapy หรือ ATMP) ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทาง





