กรมอนามัยเร่งจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมพื้นที่น้ำท่วม แนะ 3 รูปแบบส้วมฉุกเฉิน ป้องกันเชื้อโรค ลดเสี่ยงโรคระบาด กำชับดูแลสุขาภิบาลอาหารและน้ำอุปโภคบริโภค
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมได้เปิดประชุมศูนย์ปฏิบัติการรองรับภาวะฉุกเฉิน กรมอนามัย (DOH EOC) เพื่อเร่งติดตามสถานการณ์และดำเนินการช่วยเหลือประชาชนและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม
พร้อมมอบหมายทีม SEhRT สนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด กำชับให้สื่อสารและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการจัดส้วมฉุกเฉินและการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะและปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถขับถ่ายได้อย่างเหมาะสม ป้องกันการปนเปื้อน และลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคในพื้นที่ประสบภัย
ขณะเดียวกัน ให้สำรวจและเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ ประเมินความต้องการของพื้นที่ และจัดหาเพิ่มเติมให้เพียงพอต่อการสนับสนุนภารกิจ รวมถึงจัดหาถุงช่วยเหลือผู้ประสบภัยและยาป้องกันน้ำกัดเท้า เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตามระเบียบและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ให้สำรวจบุคลากรกรมอนามัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความเหมาะสม รวมถึงจัดเตรียมพื้นที่พักพิงที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ตลอดจนพิจารณาดูแลบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
“ในช่วงน้ำท่วม ระบบส้วมและการจัดการสิ่งปฏิกูลในครัวเรือนอาจได้รับผลกระทบ ทำให้ส้วมไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ การจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะจึงมีความสำคัญ เพราะการขับถ่ายลงในน้ำหรือพื้นที่สาธารณะอาจทำให้สิ่งปฏิกูลแพร่กระจายและปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ประชาชนจึงควรใช้ส้วมฉุกเฉินเป็นทางเลือกชั่วคราว และรวบรวมสิ่งปฏิกูลเพื่อนำไปกำจัดตามแนวทางที่หน่วยงานในพื้นที่กำหนด”พญ.อัมพรกล่าว
จัดการส้วมและสิ่งปฏิกูล น้ำ และอาหาร ลดเชื้อโรค
นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์น้ำท่วม ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะส้วมและสิ่งปฏิกูล น้ำ และอาหาร เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้ระบบสุขาภิบาลได้รับความเสียหาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรค
สำหรับการจัดการส้วมและสิ่งปฏิกูล หากส้วมปกติไม่สามารถใช้งานได้ ควรจัดให้มีส้วมฉุกเฉินที่เพียงพอ เหมาะสมกับจำนวนประชาชนและสภาพพื้นที่ พร้อมดูแลระบบการเก็บรวบรวม ขนส่ง และกำจัดสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ำหรือพื้นที่สาธารณะโดยตรง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของเชื้อโรค รวมทั้ง ควรจัดการวัสดุและของเสียที่เกิดขึ้นจากการให้บริการอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านน้ำอุปโภคบริโภค ควรเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำท่วมอาจพาสิ่งปฏิกูล น้ำเสีย หรือสารปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำ หากไม่มั่นใจในความปลอดภัยของน้ำ ไม่ควรนำมาใช้ดื่มหรือประกอบอาหาร และควรจัดหาน้ำสะอาดที่ปลอดภัยให้ประชาชน อย่างเพียงพอ
ส่วนการจัดการอาหาร ให้เน้นความสะอาด ปรุงสุกใหม่ ใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัย เก็บอาหารในภาชนะที่ปิดมิดชิด และป้องกันการปนเปื้อนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียม ปรุง เก็บรักษา จนถึงการแจกจ่าย โดยเฉพาะอาหารที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำ
ทั้งนี้ กรมอนามัยจะจัดทำแผนการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในระยะฟื้นฟู เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยประเมินและจัดการความเสี่ยงด้านสุขาภิบาลที่อาจตกค้าง จากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมนำเสนอแผนต่อที่ประชุม PHEOC เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ
แนะนำส้วมฉุกเฉิน 3 รูปแบบ
1) ส้วมเก้าอี้พลาสติก เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือผู้ที่มีปัญหาการนั่งยองหรือข้อเข่า โดยนำเก้าอี้พลาสติกที่แข็งแรงมาเจาะช่องบริเวณที่นั่งเป็นรูปวงรี ขนาดประมาณกว้าง 12–15 เซนติเมตร ยาว 25 เซนติเมตร จากนั้น นำถุงดำหรือถุงพลาสติกขนาดใหญ่มาสวมผ่านช่อง และคลุมปากถุงไว้บนเก้าอี้ เมื่อต้องการใช้งานให้นั่งบนเก้าอี้และขับถ่ายลงในถุงโดยตรง
2) ส้วมถังพลาสติกหรือกระโถน เลือกใช้ถังพลาสติกหรือกระโถนที่แข็งแรง มีฝาปิด และสามารถรองรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้ เปิดฝาแล้วนำถุงดำหรือถุงพลาสติกขนาดใหญ่ใส่ลงไปในถัง จากนั้นคลี่ปากถุงครอบบริเวณปากถังให้แน่น ก่อนใช้งานควรตรวจสอบความแข็งแรงของถังและความเหมาะสมกับน้ำหนักผู้ใช้ เพื่อป้องกันการล้ม คว่ำ หรือถุงหลุดระหว่างใช้งาน
3) ส้วมกล่องกระดาษ หรือส้วมกระดาษ ใช้กล่องกระดาษที่มีฝาปิด ขนาดใหญ่แข็งแรงรับน้ำหนักตัวได้ นำฝามาเจาะช่องสำหรับนั่งประมาณ 12–15 เซนติเมตร x 25 เซนติเมตร แล้วจัดวางฝาและตัวกล่องให้ช่องตรงกัน ใช้เทปกาวยึดให้แน่น จากนั้น นำถุงดำหรือถุงพลาสติกขนาดใหญ่มารองด้านในและคลี่ปากถุงครอบบริเวณปากกล่อง เมื่อใช้งานให้ขับถ่ายลงในถุงโดยตรง
จัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี
นางณีรนุช อาภาจรัส ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หลังใช้ส้วมฉุกเฉินต้องจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี ให้ใช้ปูนขาวหรือขี้เถ้าประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในถุงบริเวณสิ่งปฏิกูล จากนั้น มัดปากถุงให้แน่น ป้องกันการรั่วไหลและการสัมผัสสิ่งปฏิกูล แล้วรวบรวมถุงไว้ในภาชนะหรือถังที่มีฝาปิดมิดชิด ก่อนประสานหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้ขุดหลุมลึก 1-2 เมตร นำถุงอุจจาระใส่ลงไป โรยปูนขาว และทำการฝังกลบให้มิดชิด ไม่ควรขับถ่ายลงในน้ำท่วม แหล่งน้ำ หรือพื้นที่สาธารณะโดยตรง เนื่องจากสิ่งปฏิกูลอาจปนเปื้อนในน้ำและสิ่งแวดล้อม เพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคและโรคติดเชื้อในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงที่ระบบสุขาภิบาลได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หลังใช้ส้วมและหลังสัมผัสสิ่งปฏิกูล ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้ง





