วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ

สธ.สั่งการด่วน 8 ข้อรับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด ระดมทีมบุคลากรเข้าถึงพื้นที่ ดูแลช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุน้ำท่วม-ผู้ป่วย-กลุ่มเปราะบาง เปิดใช้ระบบเชื่อมประวัติสุขภาพดูแลไร้รอยต่อ ส่วนรพ.พื้นที่เสี่ยงเปิดใช้แผนเผชิญเหตุ

KEY POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขสั่งการด่วน 8 ข้อ ให้หน่วยงานในสังกัดรับมือสถานการณ์น้ำท่วมใน 23 จังหวัด โดยเน้นการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับบริการต่อเนื่อง
  • เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดบ้านและติดเตียงให้เข้าถึงยาและการรักษา พร้อมสั่งให้โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงเตรียมแผนเผชิญเหตุและป้องกันผลกระทบ
  • มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยเหลือ เช่น ระบบข้อมูลสุขภาพฉุกเฉิน (MOPH PHR Emergency) เพื่อให้การรักษาราบรื่น และแอปพลิเคชัน "พ้นภัย" เพื่อระบุพิกัดและเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง
  • สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 49 แห่งใน 23 จังหวัด โดยมีการเตรียมทีมซ่อมบำรุงและแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ขณะที่โรงงานผลิตยายังดำเนินการได้ปกติ

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่โดยเฉพาะ 23 จังหวัด  ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากอาจไม่สามารถเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลที่รักษาเป็นประจำ หรือต้องอพยพไปอยู่ในพื้นที่อื่น รวมถึง สถานพยาบาลได้รับผลกระทบเช่นเดียว กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้ดำเนินการรับมือในการดูแลผู้ป่วยและประชาชนให้ได้รับบริการต่อเนื่อง 

8 ข้อสั่งการด่วน

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ว่า ที่ประชุมฯมีข้อสั่งการ ดังนี้ 1.ให้ผู้ตรวจราชการฯ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กำกับดูแลโรงพยาบาลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความพร้อมระบบสนับสนุนที่สำคัญ

2.สำรวจและสนับสนุนส้วมกระดาษ เน้นจัดสรรเพื่อใช้ในศูนย์พักพิงเป็นลำดับแรก 3.สื่อสารความเสี่ยงและข้อมูลที่จำเป็นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง 4.เร่งจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ตามรายการที่พื้นที่ร้องขอ พร้อมติดตามสถานะการจัดส่งแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน

5.เตรียมทีมซ่อมบำรุงเข้าดำเนินการทันทีหลังระดับน้ำลดลง

6.เร่งดูแลช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านและผู้ป่วยติดเตียง ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด

7.เร่งป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมโรงพยาบาล

และ 8.จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานในระยะฟื้นฟู

รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ

สถานการณ์เร่งด่วนวันนี้อยู่ที่ กาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง (อ.แกลง) นครนายก กทม.และปริมณฑล ระบบสุขภาพมีความเสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวัง 2 แห่ง คือ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และ รพ.นครนายก รวมถึงต้องติดตามต่อในสถานบริการริมลุ่มน้ำแม่กลอง รพ.และ รพ.สต.ปลายน้ำกระแสร์ อ.แกลง และ รพ.สต.ในพระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และสระแก้ว

โดยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นลำดับต้น คือ จังหวัดระยอง ที่ รพ.บ้านค่าย ยังคงมีปริมาณน้ำสูง สามารถให้บริการได้เฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน มีแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจำนวน 30 ราย ไป รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ส่วนรพ.แกลง น้ำท่วมขังและเข้าในพื้นที่โรงพยาบาลสูงขึ้น อยู่ระหว่างดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติ 8-10 ราย ไปยังรพ.ระยอง ผู้ป่วยอีก 100 ราย ไปยังรพ.เฉลิมพระเกียรติฯ

รพ.เปิดใช้แผนเผชิญเหตุ

สำหรับสถานพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้น มีการเปิดใช้แผนเผชิญเหตุ ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามระดับความรุนแรงงสีแดง  ส้ม เหลือง และเขียว  เพื่อผ่องถ่ายภารกิจและเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต โดยการทยอยลำเลียงผู้ป่วยเน้นกลุ่มผู้ป่วยสีแดงเป็นชุดแรก ส่วนผู้ป่วยสีส้มและสีเหลืองจะพิจารณาเป็นชุดต่อไป รวมทั้งได้ประสานทหารตำรวจเตรียมเฮลิคอปเตอร์(Sky Doctor) เพื่อสนับสนุนในการส่งต่อหากจำเป็น

รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ

 

 

ส่งทีมดูแลเชิงรุกในพื้นที่

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า มีการสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมกำลังคน ยา เวชภัณฑ์ ทีมแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อเข้าถึงทุกพื้นที่ประสบภัยอย่างทันท่วงที เพื่อมอบของช่วยเหลือน้ำท่วม ให้กำลังใจผู้ประสบภัย หน่วยงาน ท้องที่ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน มูลนิธิอาสา ตลอดจนเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุติดเตียง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยเรื้อรัง และดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุกในพื้นที่

23 จ. สถานบริการกระทบ 49 แห่ง

สำหรับการให้บริการในสถานพยาบาล นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.ย.2569  มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 23 จังหวัด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 49 แห่ง ในจำนวนนี้ เปิดบริการปกติ 24 แห่ง ปิดบางส่วน 3 แห่ง และปิดบริการ 22 แห่ง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ำ/จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มความระมัดระวัง เพราะระดับน้ำ กระแสน้ำ และพื้นที่ใต้น้ำจะเปลี่ยนไปจากเดิม หากจำเป็นต้องลงไปในน้ำ ทั้งนี้ ประชาชนที่มีแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” สามารถติดตามข้อมูลและคำแนะนำการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง

เปิดระบบดูแลผู้ป่วยไร้รอยต่อ

อย่างไรก็ตาม  มีการเปิดใช้ระบบ MOPH PHR Emergency เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นของผู้ป่วยจากหน่วยบริการเดิมได้ แม้ผู้ป่วยจะไปรับการรักษาที่หน่วยบริการแห่งอื่น โดยระบบจะแสดงประวัติสุขภาพที่หน่วยบริการเดิมได้ส่งเข้าสู่ระบบไว้ ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการรักษาและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องใช้ยาหรือรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ

 “น้ำท่วม ทำให้ประชาชนต้องย้ายที่พัก หรือไปอยู่ในศูนย์อพยพ หรือเปลี่ยนสถานที่รับบริการชั่วคราว แต่การรักษาไม่ควรขาดช่วง การเปิดระบบ PHR Emergency ช่วยให้ข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นสามารถนำมาใช้ประกอบการดูแลผู้ป่วยได้ ไม่ว่าจะเข้ารับบริการที่หน่วยบริการใดที่เชื่อมต่อกับระบบ นอกจากนี้ ยังมีระบบเอกสารสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดผลกระทบในกรณีที่เอกสารสำคัญสูญหายหรือเสียหาย สามารถสอบถามหรือตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยบริการได้” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

พิกัดแอปฯ “พ้นภัย” แจ้งจุดกลุ่มเปราะบาง

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า กรมนำระบบฐานข้อมูลภัยพิบัติและระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ของกลุ่มเปราะบางที่เคยปักหมุดระบุตำแหน่งไว้ในแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” มาใช้เป็นแผนที่ชี้นำเส้นทางมุ่งตรงไปยังบ้านของผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ตามพิกัด GPS ได้อย่างแม่นยำ แม้ระดับน้ำจะท่วมสูงจนมองไม่เห็นเส้นทางปกติ ช่วยให้สามารถอพยพกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งช่วยให้การกระจายความช่วยเหลือ ยาประจำตัวสำหรับผู้ป่วย และเสบียงอาหาร ส่งตรงถึงบ้านกลุ่มเปราะบางทุกครัวเรือนได้อย่างครอบคลุม ไม่ตกสำรวจ และไม่ซ้ำซ้อน

รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ

เชื่อมระบบ ดูแลสุขภาพจิต

ขณะที่ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรงพยาบาลจิตเวชในสังกัดกรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ยกเว้น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ โดยประชาชนสามารถโทรศัพท์สอบถามโรงพยาบาลที่จะเข้ารับบริการล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบการให้บริการและนัดหมายก่อนเดินทาง นอกจากนี้ ได้จัดระบบเฝ้าระวัง ดูแล และส่งต่อด้านสุขภาพจิต โดยทำงานร่วมกับทีม SHERT ของศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ที่รับผิดชอบแต่ละศูนย์พักพิง

“เริ่มจากประชาชนหรือกลุ่มเปราะบางในศูนย์พักพิงและชุมชน เข้าสู่การประเมินและดูแลเบื้องต้นโดยทีมปฐมภูมิหรือ SHERT หากพบความรุนแรงหรือต้องปรึกษาจะเชื่อมต่อ Tele-consult MCATT และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจิตเวชของกรมสุขภาพจิตตามพื้นที่เมื่อจำเป็น”นพ.กิตติศักดิ์กล่าว 

รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ
รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ รับมือน้ำท่วม 23 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)สั่งการด่วน 8 ข้อ