เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มีการเปิดตัวพร้อมแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของชมรมรักษ์สาธารณสุข ซึ่งมีสมาชิกที่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ 40 คน ประกอบด้วย อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข 4 คน อดีตอธิบดี 7 คน อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลและผู้บริหารภาคส่วนต่างๆ แถลงการณ์ระบุส่วนหนึ่งว่า “ชมรมรักษ์สาธารณสุข” ภายใต้แนวคิด SAVE MOPH เพื่อยืนเคียงข้างบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และร่วมกันปกป้องกระทรวงสาธารณสุขให้ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส จะติดตามอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารในทุกระดับ ว่าเป็นไปตามหลักคุณธรรม ความรู้ความสามารถ ผลงาน และความเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้ง การจัดสรรงบประมาณและการจัดซื้อครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ ว่ามีความจำเป็น คุณภาพได้มาตรฐาน ราคาสมเหตุสมผล และคุ้มค่ากับเงินของแผ่นดินหรือไม่
ชมรมจะเปิดช่องทางรับข้อมูลและแจ้งเบาะแสอย่างเป็นความลับ เพื่อให้บุคลากรที่พบเห็นหรือได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรม สามารถส่งข้อมูลมายังชมรมได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน ชมรมจะรักษาความลับและคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลอย่างเหมาะสม ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ และจะไม่กล่าวหาผู้ใดโดยปราศจากหลักฐาน
แต่หากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานชี้ว่ามีการกระทำที่ไม่ชอบ ไม่โปร่งใส หรืออาจขัดต่อกฎหมาย ชมรมจะไม่นิ่งเฉย และพร้อมนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายอย่างจริงจัง
ตรวจสอบ 2 ประเด็นหลัก
นพ.ประเสริฐ ขันเงิน อดีตผอ.รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก และประธานชมรมรักษ์สาธารณสุขกล่าวว่า การจัดตั้งชมรมฯ เนื่องจากได้รับข้อมูลและความกังวลจากน้อง ๆ ข้าราชการที่ยังทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดสรรงบประมาณสำหรับครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ และ2.การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารที่ไม่เป็นธรรมและไม่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทางชมรมจะต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ โดยจะไม่มีการกลั่นแกล้ง กล่าวหาบุคคลใดโดยปราศจากพยานหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอ
“หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อร้องเรียนใดมีพยานหลักฐานที่เพียงพอ ทางชมรมจะทำหน้าที่เป็นหน้าเสื่อในการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ดำเนินการต่อ และจะติดตามเรื่องจนถึงที่สุด ไม่ทิ้ง ไม่เพิงเฉย”นพ.ประเสริฐกล่าว
ได้รับข้อร้องเรียนเข้ามามาก
การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม จะมีบางอย่างที่สามารถบอกได้ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม อย่างเช่น มีคนที่เพิ่งขึ้นเป็นผอ.รพ.ไปอยู่รพ.เล็กได้ไม่นานแล้วได้ย้ายไปเป็นผอ.รพ.ใหญ่ๆของกระทรวง แบบนี้ความเหมาะสมใช่หรือไม่ แต่การจะบอกว่ามีนอกมีในมีการทุจริตหรือไม่ คงไม่มีคนให้ข้อมูล แต่สอบถามได้ว่าเหมาะสมตามความรู้ความสามารถ มีความเป็นธรรมาภิบาลหรือไม่ เรื่องนี้คงตั้งคำถามได้
“ส่วนว่าจะเป็นการแต่งตั้งระดับไหนอย่างไรกำลังติดตามอยู่ ยังไม่มีการกล่าวหาใครเป็นรายตัวบุคคล เพราะหากยังไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอจะไม่กล่าวหาใครต่อสาธารณะ จะกล่าวหาต่อเมื่อมั่นใจเท่านั้นว่า เรื่องนี้ตามได้และมีหลักฐานเพียงพอ”นพ.ประเสริฐกล่าว
ถามว่าเบื้องต้นมีข้อมูลเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์แล้วหรือไม่ นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมีข้อร้องเรียนจากคนที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน เป็นสาเหตุที่ตั้งชมรมขึ้นมา เพื่อให้ส่งข้อมูลเข้ามาในทางลับ และไม่มีการเปิดเผยตัวตน เพื่อให้ความปลอดภัย ยกตัวอย่าง โซลาร์เซลล์ โรบอทในการจัดยา เครื่องตรวจรหัสพันธุกรรม เป็นต้น
“หากไม่ทำให้เกิดความโปร่งใสจะส่งผลต่อระบบสุขภาพแน่นอน ถ้าเครื่องมือเครื่องใช้ที่ซื้อมา ไม่เหมาะสม ไม่ได้มาตรฐานและราคาไม่เหมาะสม ก็เป็นการเบียดบังงบประมาณแผ่นดินชัดเจน สิ่งที่ได้มาอาจจะนำไปใช้ได้ แต่ความจริงแล้วอาจจะนำไปใช้กับส่วนอื่นที่เป็นประโยชน์ได้มากกว่า แล้วถ้าการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เหมาะสม คิดว่าคนที่ได้ตำแหน่งมานั้น เขาจะไปทำอะไร ทุกคนคงมีคำตอบในใจ”นพ.ประเสริฐกล่าว
ขอให้หยุดเถอะ
นพ.ประเสริฐ กล่าวยืนยันว่า การตั้งชมรมนี้ ไม่ได้ทำเพื่อแสวงหาอำนาจ ผลประโยชน์ส่วนตัว หรือสนับสนุนหรือต่อต้านฝ่ายใด และไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง แต่มีเป้าหมายเดียว คือ การรักษากระทรวงสาธารณสุขให้เป็นองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่น และปกป้องคนทำงานที่สุจริตให้สามารถทำหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องกลัวความไม่เป็นธรรม
“ต้องการส่งสารไปถึงใครก็แล้วแต่ที่คิดจะทำอะไรก็ตาม ที่ไม่โปร่งใส ไม่มีธรรมาภิบาล ขอให้หยุดเถอะ” นพ.ประเสริฐกล่าว
หวั่นซ้ำรอยเมื่อราว 30 ปี
ด้านนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วสมัยตนเป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) เคยมีเหตุในลักษณะส่งเงินไปพร้อมทั้งมีของตามไปด้วย ผ่านมาแล้วเกือบ 30 ปีก็หวั่นว่าจะมีเหตุการณ์วนมาอีกหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแสดงว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรกับคนที่อยากจะทุจริตหรือไม่
“ก็คงช่วยป้องกัน ช่วยให้ทำงานได้มีความสุขขึ้น ช่วยเป็นกระบอกเสียงบอกกับคนที่เกี่ยวข้องว่าควรจะทำอะไรอย่างไร เพื่อให้เขาทำงานได้ง่ายกว่านี้ทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งการโปรโมชัน ควรได้รับอย่างสมศักดิ์ศรีกับสิ่งที่เขาทำงานหนักเพื่อประชาชนและองค์กร”นพ.ณรงค์กล่าว
เสียงสะท้อนมาว่า “ของที่ได้ไม่ตรงกับที่ขอ”
นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเดิม ความต้องการครุภัณฑ์ทางการแพทย์จะมาจากรพ. อาจจะรวบรวมกันมาตามเขตสุขภาพก็ส่งขึ้นมากระทรวง เมื่อมีงบประมาณมาก็จะมีการแบ่งส่วนว่าทางเขตฯจะเป็นอย่างไรและมีคณะกรรมการในการพิจารณาระดับเขต และระดับกระทรวง โดยทุกชิ้นจะผ่านความเห็นคณะกรรมการ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง จะออกจะสเปกอะไร จะใช้อย่างไร กระจายเหมาะสมหรือไม่ จะเป็นระดับจากเขตสุขภาพ มากระทรวง และถึงผู้บริหาร เมื่อมีงบประมาณมาก็จะมีการเรียงไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องไปที่ไหนก่อน
“แต่ระบบปัจจุบันเหมือนว่าจะไม่ใช่แบบนี้หรือไม่ ขั้นตอนดังกล่าวหายไปหรือไม่ กลายเป็นว่าของที่ขอขึ้นไปอีกแบบหนึ่ง แต่ได้กลับลงมาอีกแบบหนึ่ง เป็นสิ่งที่ได้รับทราบมาซึ่งก็ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบต่อไปว่าเป็นเช่นนี้จริงหรือไม่ อย่างไร เพื่อต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใสเพื่อต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส มีคณะกรรมการพิจารณา และของที่ขอขึ้นไปกับของที่ลงมาสอดคล้องกัน“นพ.สุรโชคกล่าว
นพ.โสภณ เมฆธน อดีตปลัดสธ. กล่าวว่า วันนี้มีคำถามเรื่องธรรมาภิบาล อย่างความสมดุล การตั้งคน หรือการจัดซื้อจัดจ้างเหมาสมหรือไม่ ต้องดูองค์ประกอบ อย่างการจัดจ้าง การแต่งตั้งคนโปร่งใสหรือไม่ จะมีข้อมูลดูได้หรือไม่ว่า ขาขึ้น รพ.ต้องการอะไร และขาลง รพ.ได้อะไรมา และการมีส่วนร่วมมีจริงหรือไม่ รวมถึงความเป็นธรรม ความถูกต้องตามกฎหมาย และความคุ้มค่า สิ่งเหล่านี้ต้องมีกลไกและขั้นตอน หากเปิดข้อมูลนี้ได้ ก็จะได้เห็นธรรมาภิบาล ซึ่งชมรมฯ ก็จะมีระบบเฝ้าระวังเรื่องนี้ แต่จะไม่เน้นไปที่ตัวบุคคล อยากเห็นกระทรวงฯ ได้รับสิ่งดีๆ มีความโปร่งใส
เปิดระบบ "Save Moph.org" รับข้อร้องเรียน
ขณะที่ นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ อดีตผอ.รพ.ราชบุรี และอดีตประธานชมรมรพศ./รพท. กล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นเสียงสะท้อนจากการบอกเล่า แต่ได้เซ็ตระบบแล้วในการเซฟคนให้ข้อมูล เป็นระบบที่จะปกปิดตัวตนของผู้ร้อง เป็นนิรนาม มีการเข้ารหัสข้อมูลและจัดเก็บในฐานข้อมูล แยกระหว่างผู้ให้ข้อมูล และเนื้อหา ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ชื่อ
โดยหลังให้ข้อมูลแล้วจะได้แทกกิ้งไอดีและรหัส เข้ามาติดตามเรื่องได้ ซึ่งจะทำให้บุคลากร หรือข้าราชการที่ให้ข้อมูลมั่นใจในการให้ข้อมูล ซึ่งเรียกระบบนี้ว่า "Save Moph.org" ชมรมรักษ์สาธารณสุข ต่อต้านการคอรัปชัน โดยเปิดระบบแล้ว สิ่งสำคัญขอคนที่เดือดร้อนจริงๆ อย่าเข้ามาเล่น เพราะเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง โดยจะมีคณะทำงานขึ้นมาทำการกลั่นกรองเรื่องนี้
นพ.ธานินทร์ สีวราภรณ์สกุล อดีตประธานชมรมรพศ.รพท. กล่าวว่า ชมรมฯ จะนำข้อมูลร้องเรียนต่างๆ ถูกต้องหรือไม่ สิ่งสำคัญต้องดูข้อมูลพื้นฐานว่า ขาขึ้นที่รพ.อยากได้ กับขาลง มีความสอดคล้อง ตรงกันหรือไม่ หรือมีประเด็นตรงไหนที่มีช่องโหว่ที่จะเกิดการเพิ่มเติมของที่ไม่อยากได้เข้ามา ชมรมต้องไปหาข้อมูลเหล่านี้มา ขอยืนยันว่าไม่กล่าวหาใคร เราอยากให้กระทรวงคลีน อยากให้ประชาชนเชื่อมั่น คุ้มค่ามีประโยชน์จริงๆ
รายชื่อ 40 บิ๊กสธ.สมาชิกชมรมฯ
สำหรับ สมาชิกชมรมรักษ์สาธารณสุขที่มีการลงนามในแถลงการณ์ 40 คน ประกอบด้วย 4 อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ 1. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ 2. นพ.โสภณ เมฆธน 3.นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข 4.นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์
7 อธิบดี ได้แก่ 5. นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ 6. นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ 7. นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช 8. นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ 9. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร 10. นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ 11. นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล
รวมถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและผู้บริหารในภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ 12. นพ.เทียม อังสาชน 13. นพ.ประเสริฐ ขันเงิน14. นพ.สุทัศน์ ศรีวิไล15. พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา16. นพ.ธานินทร์ สีวราภรณ์สกุล17.นพ.โมลี วนิชสุวรรณ 18. นพ.พีระพงษ์ ภาวสุทธิไพศิฐ 19. นพ.ไชยเวช ธนไพศาล 20. นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์
21.ดร.กฤษดา แสวงดี 22. นพ.พิษณุ ขันติพงษ์ 23. นพ.อัญญา ตียพันธ์ 24. นพ.กุลเดช เตชะนภารักษ์ 25. นพ.เกรียงไกร โกวิทางกูร 26. นพ.วิริยะ เอี้ยวประเสริฐ 27. นพ.ธรรมนูญ วิสิฐธนวรรธ 28. นพ.วิรุฬห์ พรพัฒนกุ ล29. นพ.นิพัธ กิตติมานนท์ 30. นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์
31.นพ.ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา 32.พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ 33.นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล 34. นพ.ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี 35.นพ.ประวีณ ตัณฑประภา 36.นพ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ 37.พญ.อัจฉรา ละอองนวลพานิช 38.นพ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ 39.นพ.อายุศ ภมะราภา และ40.นพ.เกรียงไกร นามไธสง



