วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

สธ.แจงปม ‘จัดซื้อเครื่องมือแพทย์’  ยึดความจำเป็นรพ. ปี 70 งบ 6,000 ล้าน

รมว.สธ.แจงปม ‘จัดซื้อเครื่องมือแพทย์’  ราคาสูง-ต่ำต้องดูที่ความต้องการรพ. ด้านปลัดสธ.ยัน รพ.ซื้อตามความจำเป็น พร้อมแจงภาพใหญ่ทั้งระบบ เผยปี 70 จัดงบครุภัณฑ์ไว้ 6,000 ล้าน

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย” เผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า กระทรวงสาธารณสุขโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลายแห่ง เพื่อให้ “ล็อกสเปก” จัดซื้อหุ่นยนต์จัดยา (Robot) มูลค่าราว 10-60 ล้านบาท โดยโพสต์ระบุด้วยว่า  “บิ๊ก สธ.เก็บเด็กหน่อย เดี๋ยวคลิปหลุด”

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่ อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ยังไม่มีข้อมูลจากฝ่ายกระทรวงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งหากเป็นการจัดซื้อในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ก็ต้องเป็นสธ.เป็นผู้กำกับดูแลอยู่แล้ว ไม่ใช่หน่วยงานอื่นเข้ามาสั่งการ ซึ่งหุ่นยนต์จัดยานั้น ปัจจุบันรพ.หลายแห่งนำมาใช้งานแล้ว มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระงานของเภสัชกร ซึ่งหลายรพ.มีจำนวนไม่เพียงพอ รวมถึง ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการจ่ายยาและลดระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องรอรับยา

“มีความจำเป็นในหลายพื้นที่ แต่ละพื้นที่มีขนาดและความต้องการแตกต่างกัน ต้องดูว่าโรงพยาบาลนั้นมีผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในจำนวนเท่าไหร่ มีคอขวดในกระบวนการจ่ายยามากแค่ไหน”นายพัฒนา กล่าว

ราคาสูงหรือต่ำ ต้องพิจารณาความต้องการของรพ.

ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งราคา 50-60 ล้านบาท สูงเกินความจำเป็นหรือไม่  จะมีการตรวจสอบหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า การพิจารณาว่าราคาสูงหรือต่ำ ไม่สามารถดูเฉพาะตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาความต้องการของรพ.แต่ละแห่งประกอบด้วย เช่น จำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน จำนวนเภสัชกรที่มีอยู่ แผนการพัฒนาโรงพยาบาล และรายละเอียดทางเทคนิคของระบบ

“บางทีเราไปพูดอย่างเดียวว่า 50 ล้านเยอะไป มันก็พูดยาก เพราะมันยังมีรายละเอียดอีก ยาที่ส่งออกมาจะต้องแพ็กเกจเป็นอย่างไร เป็นกล่อง เป็นแก้ว หรือเป็นอย่างไร เชื่อว่าต้องเอาความต้องการของโรงพยาบาลเป็นหลัก” นายพัฒนา กล่าว

ถามว่าเป็นการโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า การนำข้อมูลออกมาเผยแพร่ขอให้เป็นไปด้วยความหวังดีจริงๆ และไม่ควรเป็นการสร้างประเด็น เพราะนโยบายของสธ.คือ เมื่อโรงพยาบาลจัดซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องมือใดแล้ว จะต้องได้ใช้งานจริง รวมถึง ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญตามความต้องการของผู้ป่วย ทิศทางการพัฒนารพ.และนโยบายที่จะขับเคลื่อน ทั้งนี้ หากมีข้อมูลก็นำเสนอได้ แต่ขอให้นำเสนอด้วยความที่ส่งเสริมให้เกิดการทำงานที่ดีจริงๆ

รพ.จะขออะไร ต้องมีเหตุผล

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ต้องแยกออกเป็นภาพใหญ่ และควรตรวจสอบข้อมูลการใช้ระบบหุ่นยนต์จัดยาในภาพรวมของประเทศ ทั้งจำนวนโรงพยาบาลที่ใช้งาน ราคาที่จัดซื้อ และรูปแบบการจัดซื้อของแต่ละแห่ง เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนที่จะสรุปว่าการจัดซื้อแห่งใดมีความผิดปกติ

“ถ้าเรามีคนไม่หวังดี ตั้งประเด็นกระทู้มาเรื่อยๆ แล้วกระทรวงก็ขยับตามเรื่อยๆ ก็ไม่ต้องบริหารกันพอดี แต่กระทรวงจะสรุปเป็นภาพรวมให้ว่า ที่ผ่านมาใช้กี่ที่แล้ว ราคาเท่าไหร่ ประโยชน์เป็นอย่างไร แล้วปีนี้มีทำแผนอีกกี่แห่ง อาจจะมากกว่าที่มีอยู่ในเพจก็ได้ ซึ่งรพ.จะขออะไร ต้องมีเหตุผล” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

สธ.เตรียมให้ข้อมูลภาพรวมทั้งระบบ

ถามย้ำว่าจะมีการตรวจสอบโรงพยาบาล 21 แห่งที่มีข้อมูลว่ากำลังจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยาหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่าตรวจสอบในลักษณะที่ตั้งต้นว่าโรงพยาบาลทำผิด เพราะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะกล่าวหาโรงพยาบาลใดว่าดำเนินการไม่ถูกต้อง โดยกระทรวงจะพิจารณาข้อมูลในภาพรวมทั้งระบบ

“ถ้าใช้คำว่าตรวจสอบ ก็กำลังบอกว่ารพ.ทำไม่ถูก  ทำผิด ซึ่งผมคิดว่ามันไม่แฟร์  ที่อยู่ๆ ใครก็ไม่รู้ออกมาโพสต์ แล้วกระทรวงก็ไปบอกว่าต้องไปจับผิดรพ. แล้วรพ.จะตอบยังไง โดยกระทรวงจะดูทั้งระบบมากกว่า” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

งบปี 70 จัดไว้ 6,000 ล้าน

ถามว่าในปีงบประมาณ 2570 มีงบประมาณสำหรับจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เท่าใด นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า งบประมาณที่เป็นงบลงทุนในปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยเป็นงบครุภัณฑ์ ประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนแบบนี้ทุกปี และปีนี้ก่อสร้างน้อยลง ทำให้สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ได้มากขึ้น โดยเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข