วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

2 บิ๊กสธ.ปัดล็อกสเปก 'เครื่องมือแพทย์' - ตั้ง 'สสจ.-ผอ.รพ.' ไร้ใบสั่งการเมือง

รมว.สาธารณสุข-ปลัดสธ.ประสานเสียงแจง ปัดล็อกสเปกจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้รพ. สั่งส่งทีมตรวจสอบเชิงลึก ย้ำจัดระเบียบใหม่รายการไม่จำเป็น-จำเป็นน้อย ลั่นต้องเกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด ไม่มีแบบซื้อมาปล่อยทิ้งไม่ได้ใช้งาน ส่วนแต่งตั้งสสจ.-ผอ.รพ.ไร้ใบสั่งฝ่ายการเมือง 

จากกรณีมีการ “ตั้งข้อสังเกต”ถึงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ อย่างเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตา องศา 200 องศา ให้กับรพ.ในต่างจังหวัด ตั้งงบประมาณเครื่องละ 10 ล้านบาท ทั้งที่หลายรพ.มีอยู่แล้ว รวมถึง “ความกังวล” กรณีการแต่งตั้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.)และผู้อำนวยการโรงพยาบาล(ผอ.รพ.)จะมีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ผ่านตัวแทนสั่งการนั้น 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 ที่รพ.นพรัตน์ราชธานี  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าพร้อมที่จะรับฟังและจะส่งทีมเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกอย่างแน่นอน หากเครื่องมือแพทย์ใดไม่มีความจำเป็นหรือจำเป็นน้อย ก็ต้องจัดสรรจัดระเบียบใหม่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด

“ผมได้หารือกับท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า การจัดซื้อเครื่องมือต่างๆ จะต้องประเมินความพร้อม ศักยภาพ และความต้องการใช้งานจริงของโรงพยาบาลปลายทางเป็นหลัก หากซื้อมาแล้วถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน จะต้องลงไปตรวจสอบรายละเอียดในเรื่องนี้อย่างจริงจัง”นายพัฒนากล่าว 

ถามว่าจำเป็นต้องทบทวนหรือรื้อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ที่มีข้อกังขาว่าเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจหรือ "บิ๊ก สธ."  นายพัฒนา กล่าวว่า  เรื่องนี้ก็ไม่น่ามีอะไร  อย่างไรก็ตาม กระทรวงพร้อมเปิดรับข้อมูลเสมอ หากผู้ร้องเรียนหรือหน่วยงานภายนอกมีข้อมูลหลักฐานที่เป็นประโยชน์ก็สามารถส่งตรงมาให้ตรวจสอบได้ทันที

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเชื่อมโยงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์กับการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ จนเกิดคำถามเรื่องธรรมาภิบาลของกระทรวงฯ นายพัฒนา กล่าวว่า ถ้าจะเชื่อมโยงไปขนาดนั้นคงมากเกินไป เป็นการพูดที่เกินเลยไป เรื่องการจัดซื้อเป็นเรื่องของกระบวนการที่มีการพูดคุยกันของโรงพยาบาลว่ามีบริการ อะไรที่โรงพยาบาลยังขาดอยู่ แล้วก็เป็นนโยบายและเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ที่อยากดูแลคนไทยในแง่มุมใด เป็นการคุยร่วมกัน และยังเน้นย้ำว่าในการจัดซื้อ โรงพยาบาลต้องได้ใช้งาน ไม่มีความจำเป็นถ้าซื้อมาแล้วโรงพยาบาลเอาเครื่องมาจอดทิ้งไว้
ถามเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนพ.สสจ. และผอ.รพ.ที่มีกล่าวอ้างถึงการเมืองแทรกแซง ล้วงลูก นายพัฒนา กล่าวว่า ใครจะพูดก็พูดไป มั่นใจว่าในกระบวนการคัดเลือก การสอบ และกระบวนการต่างๆ ที่จะได้มาซึ่งสสจ.  หรือผอ.รพ. หรือผู้บริหารต่างๆ ทุกคนล้วนมีความรู้ความสามารถ เพราะฉะนั้นกระบวนการต่างๆดำเนินการไป ตัวภาคการเมืองเองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ามีเด็กฝากการเมืองหรือไม่ นายพัฒนา ตอบสั้นๆว่า ไม่น่ามีหรอก

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการกล่าวอ้างถึงว่าอาจจะมีการซื้อขายตำแหน่ง  นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่มี เป็นไปได้อย่างไร บางทีก็พูดลอยๆ เพราะบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งจะมีเพียงบัญชีรายชื่อเดียว (List เดียว)

ขณะที่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า พอดีได้ Defend งบประมาณที่กรรมาธิการด้วย ซึ่งครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ทุกรายการที่ทางกระทรวงฯ ยื่นเสนอขอจัดตั้งงบประมาณไปนั้น จะต้องถูกตรวจสอบราคาและเทียบเคียงกับราคากลาง ที่ระบุไว้ในระบบอยู่แล้ว

กรณีที่เป็นอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่มีราคากลางกำหนดไว้ในสารบบ สำนักงบประมาณจะบังคับให้ทางกระทรวงฯ เช็กราคาตลาดเปรียบเทียบจากคู่ค้าอย่างน้อย 3 รายก่อน และต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณจึงจะอนุมัติงบประมาณได้ ซึ่งในการพิจารณางบประมาณรอบนี้ กระทรวงสาธารณสุขก็ถูกซักถามรายละเอียดความโปร่งใสในทุกๆ รายการจัดซื้ออย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาในโรงพยาบาลต่างๆ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า เครื่องถ่ายภาพจอประสาทตามีความจำเป็นในการให้บริการรักษาประชาชน ซึ่งในการขอจัดตั้งงบประมาณก็ถูกซักถามข้อมูลเรื่องนี้เช่นกัน เนื่องจากตัวเครื่องมี 3 รูปแบบหลักๆ ได้แก่ รุ่นที่ดูเฉพาะจอประสาทตาฟิลด์ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ใช้คัดกรองเบาหวาน รุ่นที่ใช้ตรวจดูจอประสาทตาทั้งหมดของลูกตา (Retina), และรุ่นที่สามารถส่องวัดความหนาของกระบอกตาได้ด้วย โดยที่นำเสนอตอนนั้นรู้สึกจะเป็นตัวที่อยู่ตรงกลางๆ

ยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปกหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ไม่มี  เนื่องจากขั้นตอนการยื่นของบประมาณเสนอไปเป็นเพียงชื่อรายการครุภัณฑ์เท่านั้น เมื่อได้งบประมาณมาแล้ว แต่ละโรงพยาบาลจะเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างด้วยตนเองตามระเบียบพัสดุ แล้วแต่จะจัดซื้อกับบริษัทไหน ซึ่งตามเกณฑ์การจัดซื้อก็ต้องทำการประกวดแข่งขัน มีคู่แข่ง