วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม 2569

Login
Login

สพฉ.สั่งสอบด่วน 'รถพยาบาลเอกชน' ขวาง 'รถศูนย์เอราวัณ' เข้าช่วผู้ป่วยฉุกเฉินสูงวัย'

สพฉ.สั่งสอบด่วนกรณีรถพยาบาลเอกชนขวางรถศูนย์เอราวัณ เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยสูงวัย ย้ำชัด “ชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินสำคัญที่สุด” หากพบผิดพร้อมดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด

จากที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามายัง ศูนย์นเรนทร สพฉ.กรณีโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือให้คุณแม่วัย 83 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็ง มีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก ต่อมามีการประสานรถพยาบาลเอกชน แต่เมื่อรถฉุกเฉินศูนย์เอราวัณเดินทางมาถึง กลับถูกรถเอกชนจอดปิดขวางทางเข้าออกซอย พร้อมเรียกเก็บเงินค่าเสียเวลาเป็นจำนวน 1,000 บาท จึงยอมถอยรถให้จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น

ล่าสุด นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวร่วมกับศูนย์เอราวัณ ในฐานะหน่วยงานผู้ปฏิบัติการในพื้นที่ พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะกรณีประชาชนโทรขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 ควบคู่กับการประสานรถพยาบาลเอกชน

ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. ได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้ปฏิบัติการในพื้นที่ โดยให้ตรวจสอบตั้งแต่ข้อมูลการรับแจ้งเหตุ การสั่งการรถพยาบาล การปฏิบัติการของทีมผู้ปฏิบัติการ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับรถพยาบาลเอกชนและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมกำชับให้กำชับให้ดำเนินการตามมาตรการขั้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำรอยอีก

แนวทางการดำเนินงานเร่งด่วน 3 ข้อ ดังนี้

1.เร่งตรวจสอบสถานะรถพยาบาลและหน่วยงานต้นสังกัด ตรวจสอบสถานะของหน่วยงานต้นสังกัดของรถบริการคันเกิดเหตุ ว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการหรือไม่ และรถคันดังกล่าวเป็นรถที่อยู่ในระบบการแพทย์ฉุกเฉินหรือไม่ ทั้งนี้ หากต้นสังกัดเป็นหน่วยปฏิบัติการแพทย์ในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน หรือรถคันเกิดเหตุเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือไม่  หากพบว่าเป็นการวิ่งรถโดยไม่มีใบอนุญาต หรือใช้รถผิดประเภท จะดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทันที

2.หากพบการกระทำผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการทางปกครองอย่างเคร่งครัด หากผลการตรวจสอบพบว่ามีมูลการกระทำผิด จะส่งเรื่องเข้าสู่คณะอนุกรรมการสอบสวนและพิจารณาโทษปรับทางปกครอง ดำเนินการสอบสวนและพิจารณาโทษทางปกครอง

ไม่ว่าจะเป็น การขีดขวางรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และ/หรือมีพฤติการกรรโชกทรัพย์ จากญาติผู้ป่วย และหากพบว่าหน่วยปฏิบัติการ และรถคันดังกล่าวไม่อยู่ในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน สพฉ. จะดำเนินการขึ้นบัญชีพฤติการณ์เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการอนุมัติให้เป็นหน่วยปฏิบัติการ หรือรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินต่อไป

3.ยกระดับระบบประสานงาน ป้องกันเหตุซ้ำกรณีเรียก 1669 และรถพยาบาลเอกชนพร้อมกัน สพฉ. จะทบทวนและยกระดับแนวทางการประสานงานระหว่างศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 กับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลและการเข้าถึงผู้ป่วยเป็นไปอย่างชัดเจน รวดเร็ว และไม่เกิดความซ้ำซ้อน รวมถึงกำหนดแนวทางสำหรับกรณีที่ประชาชนประสานรถพยาบาลเอกชนควบคู่กับการแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669 เพื่อป้องกันการขัดขวางหรือกระทบต่อการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

นอกจากนี้ สพฉ. อยู่ระหว่างเตรียมแนวทางความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกปฏิบัติการในระบบ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการตรวจสอบรถที่ออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินโดยไม่ได้รับอนุญาต และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีความปลอดภัยและเป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น

"ชีวิตและความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตคือสิ่งสำคัญที่สุด ระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีไว้เพื่อช่วยชีวิตประชาชน ไม่ใช่ช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ การขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด"ดร.พิเชษฐ์กล่าว  

สพฉ. จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และหากพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด พร้อมเร่งวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้ซ้ำอีก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถโทรสายด่วน 1669 และได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉิน