แพทยสภายกร่าง “กฎหมายวิชาชีพแพทย์”ใหม่รอบ 44 ปี ยกเลิกใบอนุญาตฯตลอดชีพ เพิ่มโทษแพทย์เถื่อน ห้ามชิงลาออกหากถูกร้องจริยธรรม ห้ามใช้ “นพ.-พญ.”หากไร้ใบอนุญาตแม้จบแพทยศาสตร์ และตัดสิทธิวีโต้ของ “รมว.สาธารณสุข”หากเห็นแย้งคำสั่งแพทยสภา
เป็นการปรับปรุง แก้ไขครั้งใหญ่ในรอบ 44 ปี สำหรับ “พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม” กฎหมายที่ใช้ในการดูแล กำกับ “แพทย์ไทยทุกคน” หลังจากฉบับล่าสุดบังคับใช้เมื่อปี 2525 ทำให้บทบัญญัติหลายประการไม่สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งไม่เท่าทันต่อสภาพสังคมและการคุ้มครองผู้รับบริการทางการแพทย์ในปัจจุบัน
แพทยสภา มีการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. ... ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่างวันที่ 3 ส.ค. – 2 ก.ย.2569
สมาชิกใหม่ ไม่มีใบอนุญาตฯตลอดชีพ
สาระสำคัญที่เปลี่ยนจากเดิมใน ร่างพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมฉบับแก้ไขใหม่นี้
1.) ไม่มีใบอนุญาตแบบตลอดชีพ โดยกำหนดให้ใบอนุญาตวิชาชีพเวชกรรมที่จะออกใหม่ เป็นใบอนุญาตที่มีอายุ 5 ปี ส่วนใบอนุญาตที่ได้ไปก่อนหน้านี้ ยังคงมีผลใช้ได้ตามปกติโดยไม่จำเป็นต้องมีการต่ออายุ เนื่องจากใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายเดิมไม่มีกำหนดอายุ ใช้ได้ตลอดไป จึงไม่มีกลไกที่ยึดโยงการคงสิทธิประกอบวิชาชีพเข้ากับการพัฒนาความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่อง (Continuing Medical Education) ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ และความปลอดภัยของผู้ป่วย
2.) กำหนดให้แพทยสภามีอำนาจในการสั่งระงับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน จากเดิมที่ไม่มีอำนาจและต้องรอจนกว่าศาลตัดสิน เช่น นำการรักษาที่ยังไม่ยอมรับ มาใช้กับผู้ป่วย
3.) กำหนดคุณสมบัติแรกเข้าการเป็นสมาชิกแพทยสภา โดยเพิ่มข้อห้ามกลับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของผู้ที่จะเข้าเป็นสมาชิกแพทยสภาใหม่ในกรณีที่ลาออก หรือเคยโดนให้ออกแล้วมีคดีจริยธรรมค้างอยู่ในกระบวนการ จนกว่าคดีจะได้รับการเคลียร์และดำเนินตามขั้นตอนจนถึงที่สุด
เพิ่มโทษแพทย์เถื่อน - ห้ามชิงลาออก
4.) ลดจำนวนกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่งลง โดยลดจำนวนคณบดีลง (ให้เลือกกันเองเพื่อมาเป็นตัวแทน) ซึ่งเท่ากับว่าต้องลดจำนวนกรรมการโดยการเลือกตั้งลงด้วย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของคณะกรรมการแพทยสภาให้กระชับ และทำงานได้รวดเร็วขึ้น (ลดขนาด Board แพทยสภา)
5.) เพิ่มตำแหน่งรองเลขาธิการแพทยสภาจาก 1 คน เป็น 4 คน
6.) ขยายวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการจาก 2 ปี เป็น 4 ปี
7.) เพิ่มโทษแพทย์เถื่อน จากเดิมจำคุกไม่เกิน 3 ปี เป็น 5 ปี ปรับจาก 30,000 บาท เป็น 500,000 บาท
8.) อนุญาตให้มีการถอนคดีจริยธรรมหลังถูกกล่าวหาได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดและต้องให้คณะกรรมการเห็นชอบด้วย จากเดิมไม่สามารถถอนคดีได้ แม้คู่กรณีตกลงยินยอม
9.) ห้ามแพทย์ชิงลาออกจากสมาชิกแพทยสภา เพื่อให้คดีจริยธรรมที่ค้างอยู่หรือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อันเนื่องมาจากการกระทำในระหว่างที่ยังเป็นสมาชิกแพทยสภา จบสิ้นลง
ตัดสิทธิ รมว.สาธารณสุขวีโต้
10.) การลาออกจากสมาชิก และถูกตัดสินว่ามีความผิดทางจริยธรรมในความผิดที่เกิดขึ้นจากการกระทำในขณะยังเป็นสมาชิก แม้จะลงโทษไม่ได้ แต่ให้มีผลต้องถูกบันทึกประวัติว่ามีการกระทำผิดจริยธรรม และส่งผลต่อการพิจารณากลับเข้าเป็นสมาชิกแพทยสภา
11.) ลดขั้นตอนการสอบสวนคดีจริยธรรมจากเดิม 2 ขั้นตอน ให้เหลือเพียง 1 ขั้นตอน
12.) สภานายกพิเศษไม่มีสิทธิวีโต้ (Veto) โดยคำสั่งลงโทษของแพทยสภาถือเป็นที่สุด ไม่ต้องผ่านสภานายกพิเศษ (รมว.สาธารณสุขเป็นโดยตำแหน่ง)อีกต่อไป
13.) ห้ามคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกแพทยสภา ใช้คำว่า แพทย์ นายแพทย์ แพทย์หญิง หรือใช้คนอื่นให้กระทำการแทน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจหรือหลงคิดว่าตนเป็นแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาให้ประกอบวิชาชีพได้ แม้ว่าจะสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์
2 เรื่องใหญ่ที่แพทย์ข้องใจ
อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นในวงวิชาชีพแพทย์พอสมควรเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อกำหนดเรื่อง “การไม่ให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแบบตลอดชีพ” และ “หากแพทย์โดนร้องเรียนเป็นคดีจริยธรรม จะทำให้สิ้นสุดสมาชิกภาพทันที”
รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กว่า เหตุที่จำเป็นที่ต้องไม่ออกใบอนุญาตฯแบบตลอดชีพให้กับผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตใหม่ เพราะตอนนี้ทั้งประเทศไทย มีเพียงแพทย์เท่านั้นที่ใบอนุญาตไม่มีหมดอายุ ในขณะที่ทุกวิชาชีพ เช่น ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด หรือแม้แต่ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ทนายความ ล้วนแต่ต้องต่อใบอนุญาต และที่ผ่านมาหลายปี แพทยสภาได้รับการแจ้งจากหน่วยงานราชการ อาทิผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าให้แพทยสภาตอบคำถามว่า ทำไมแพทย์จึงเป็นวิชาชีพเดียวที่ไม่ต้องต่อใบอนุญาต นอกจากนี้แพทย์ทั่วโลกในประเทศที่พัฒนาแล้ว ล้วนแต่ต้องต่อใบอนุญาตทั้งสิ้น
ส่วนประเด็นเรื่อง "หากแพทย์โดนร้องเรียนเป็นคดีจริยธรรม จะทำให้สิ้นสุดสมาชิกภาพทันที" อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการอ่านเฉพาะมาตรา 11 เรื่องคุณสมบัติสมาชิกแพทยสภา ที่มีการเพิ่มข้อห้ามการกลับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่กรณีลาออก หรือเคยโดนให้ออกแล้วมีคดีจริยธรรมค้างอยู่ในกระบวนการ จนกว่าคดีจะดำเนินตามขั้นตอนจนถึงที่สุด ซึ่งใช้กับการแรกเข้าเป็นสมาชิกแพทยสภาเท่านั้น ส่วนการพ้นสมาชิกภาพเป็นไปตามมาตรา 13
ไทม์ไลน์ขั้นตอนการปรับปรุง ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม
- 13 สิงหาคม 2569 รายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการแพทยสภาและรับความคิดเห็นเพิ่มเติมจากกรรมการ ข้อมูลชุดที่ 1
- 17 สิงหาคม 2569 จัดเสวนาออนไลน์ เปิดให้สมาชิกซักถาม แสดงความคิดเห็น และเสนอข้อกังวล ข้อมูลชุดที่ 2
- 27 สิงหาคม 2569 หารือคณะกรรมการที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย เพื่อรับความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม ข้อมูลชุดที่ 3
- 2 กันยายน 2569 ปิดการรับฟังความคิดเห็นทางออนไลน์ และรวบรวมความคิดเห็นจากสมาชิกประชาชน และผู้เกี่ยวข้อง ข้อมูลชุดที่ 4
- 3-9 กันยายน 2569 คณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างกฎหมาย รวบรวมความคิดเห็นจากทุกช่องทางทบทวนและปรับปรุงร่างให้ชัดเจน สมบูรณ์ และตรงตามเจตนารมณ์ จัดทำร่างฉบับที่ 3 (ฉบับปรับปรุง)
- 10 กันยายน 2569 เสนอร่างฉบับที่ 3 (ฉบับปรับปรุง) ต่อคณะกรรมการแพทยสภา เพื่อตรวจสอบ พิจารณาและมีมติตำเนินการตามขั้นตอนต่อไป



