วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดัน ‘หมอพร้อม’ ขึ้นแท่น ‘ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพประเทศ’  สธ.ผนึก ‘บิ๊กเทค’

กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เดินหน้าพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัล รุกยกระดับ “หมอพร้อม” สู่ “Digital Health Platform” เต็มรูปแบบ ดึงบิ๊กเทคชั้นนำ “ทรู-หัวเว่ย” ร่วมเสริมแกร่งการดูแลสุขภาพเชิงรุก หวังลดภาระบุคลากรและแก้ปัญหาความแออัด ควบคู่การเร่งสางปมข้อร้องเรียนข้อมูลไม่ตรงจริง กางแผน 3 แนวทางแก้ระบบเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นประชาชน 2 ความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย คือ

1.ภาระงานที่เกินกำลังของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและงานด้านเอกสาร

2.ประชาชนรอคอยนาน ความแออัดในสถานพยาบาล เป็นที่มาของนโยบายกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปฏิรูปบริการสู่ “ระบบสุขภาพดิจิทัล”

ทิศทางระบบสุขภาพดิจิทัล

เป้าหมายในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล 3 ส่วนหลัก คือ 1) ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว เท่าเทียม และทั่วถึง 2) บุคลากร นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพในการดูแลผู้ป่วย และลดภาระงาน 3) ระบบสุขภาพของประเทศ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทั้งระบบ ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข มองทิศทางระบบสุขภาพดิจิทัลในอนาคตไว้ 3 ส่วน

1.สร้างสังคมสุขภาพดี ด้วยการสร้างแรงจูงใจทางสังคมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

2.สร้างความร่วมมือทั้งรัฐ เอกชน และระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ระบบสุขภาพดิจิทัล

3.สร้างมูลค่าจากการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ บนฐานความปลอดภัย และธรรมาภิบาลองค์กร ซึ่งเรามีจุดแข็ง คือ ฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ดัน ‘หมอพร้อม’ ขึ้นแท่น ‘ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพประเทศ’  สธ.ผนึก ‘บิ๊กเทค’

ยกระดับ "หมอพร้อม” เป็น “ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพ”

สำหรับ “หมอพร้อม SUPER APP” เป็นกลลไกหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล ซึ่งเป็นการยกระดับ “หมอพร้อม” จากแอปพลิเคชันป้องกันโรค ที่ปัจจุบันมีประชาชนใช้งานกว่า 30 ล้านคน นับเป็นฐานข้อมูลสุขภาพภาคประชาชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ให้กลายเป็นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพดิจิทัล “Digital Health Platform” อย่างเต็มรูปแบบ

โดยจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลจากโรงพยาบาลรัฐ คลินิกและร้านขายยาไว้ด้วยกัน สามารถตรวจสอบประวัติการรักษา การแพ้ยา และผลแล็บได้จากทุกที่ ทุกเวลา อีกทั้งช่วยอำนวยความสะดวก ลดความแออัดในโรงพยาบาล ประกอบด้วย 12 ฟีเจอร์หลัก

อาทิ การจองคิวออนไลน์ การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล  ระบบการแพทย์ทางไกล การชำระเงินออนไลน์ การตรวจสอบสิทธิการรักษา การเคลมประกันสุขภาพและยังสร้างความรู้เท่าทัน โดยเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่ถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้ และมีความเป็นส่วนตัว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงสุด

“นโยบายการคืนข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชน โดยหมอพร้อม” เป็นกระดานที่แสดงออกมาเป็นขั้นแรกของการที่จะคืนข้อมูลสุขภาพให้ประชาชน จากนั้นนำไปสู่สเต็ปกลาง คือ ฐานข้อมูลรักษาสุขภาพส่วนบุคคล หรือ เพอร์ซันนัล เฮลธ์ เรคคอร์ด (Personal Health Record) และระยะปลาย จะเป็นการนำข้อมูลที่เป็นบิ๊กดาต้า (Big data) ทั้งหมดมาวางเป็นนโยบายในการดูแลสุขภาพของประชาชน”นายพัฒนากล่าว

ผนึก ‘บิ๊กเทค-เครือข่าย’ เสริมแกร่งระบบนิเวศดิจิทัล

เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการพัฒนาเทคโนโลยี สธ. ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สนับสนุนให้ผู้ใช้บริการทรูและดีแทคใช้งานแอปพลิเคชันหมอพร้อมโดยไม่เสียค่าบริการดาต้าเป็นเวลา 1 ปี พร้อมร่วมจัดแคมเปญกระตุ้นการดูแลสุขภาพเชิงรุก "หมื่นก้าว เอารางวัล" นำแต้มหมอพร้อมเครดิตจากการเดินมาแลกรับสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลดสมาร์ตโฟน 5G และเครื่องดื่ม

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Huawei Smart Watch) เข้าสู่แพลตฟอร์มของ สธ. และสนับสนุนการวิจัยผ่านแอปพลิเคชัน Huawei Research เพื่อประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคในอนาคต โดยเน้นย้ำว่าอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงสุด

สถาบันการศึกษาและภาคเอกชนอื่น ๆ ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตลอดจนพัฒนา AI ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, CARIVA, iNet และความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Central, SCB และสหพัฒน์ฯ

หวัง “หมอพร้อม” เป็นเบอร์เดียว

การที่จะทำให้ประเทศไทยมีแพลตฟอร์มเดียวเป็นฐานข้อมูลสุขภาพของคนไทย จากปัจจุบันที่มีทั้งแอปทางรัฐ หรือ health link นายพัฒนา กล่าวว่า ขอดันหมอพร้อม ซูเปอร์แอปให้เป็นอันเดียว จึงอยากให้หน่วยบริการทุกระดับทุกสังกัดมาเชื่อมข้อมูลสุขภาพกับหมอพร้อม  เนื่องจากสธ.มีภารกิจหน้าที่เรื่องการดูแลสุขภาพประชาชนโดยตรง  ส่วนหมอพร้อมก็จะต้องพัฒนาและยกระดับในเรื่องความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม

“ถ้าถามผมง่ายสุดตอนนี้ที่จะผลักดันแพลตฟอร์มใดให้เป็นฐานข้อมูลสุขภาพประชาชน ก็ต้องเอาหมอพร้อมเพราะอยู่ในมืออยู่แล้ว แต่หากมีกระบวนการใดๆออกมาบอกว่าให้สามารถไปใช้ตรงนี้ ตรงนั้น  ตรงโน้นได้ เหมือนเป็นเครื่องมือของกระทรวงเอง แล้วทำให้สามารถตอบสนองต่อโรคภัยไข้เจ็บของประชาชนได้ดีมากยิ่งขึ้น ก็ไม่ได้รังเกียจ”นายพัฒนากล่าว 

ดัน ‘หมอพร้อม’ ขึ้นแท่น ‘ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพประเทศ’  สธ.ผนึก ‘บิ๊กเทค’

สุ่มเสี่ยงคนในสะดุดขา

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การขับเคลื่อนและผลักดัน “หมอพร้อม ซูเปอร์แอป” ก็เกิดการร้องเรียนเรื่อง “หมอพร้อมแสดงข้อมูลสุขภาพไม่ตรงกับการรับบริการจริง” ซึ่งต้องยอมรับว่า ส่งผลต่อ “ความน่าเชื่อ”ของการข้อมูลและการใช้งานอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปัญหาเกิดขึ้นจาก “บุคลากรภายในสะดุดขาตัวเอง” 

เรื่องนี้  นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แอปพลิเคชันหมอพร้อมมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนรับทราบสิทธิและการตรวจคัดกรองที่ควรได้รับ และขอยืนยันข้อมูลที่อยู่ในโรงพยาบาลมีความปลอดภัย ไม่มีการรั่วไหลหรือเคลื่อนย้ายออกไปในทางที่ผิด การดำเนินการเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสากล ทั้งนี้ เชื่อว่าบุคลากรสาธารณสุขทุกคนปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจดี ไม่มีใครมีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของข้อมูล

ข้อมูลผิดพลาด 58%

ขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดสธ. เปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีที่เกิดขึ้นว่า ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2569 มีผู้แจ้งเข้ามา 7,164 คน รายการที่แจ้งให้ตรวจสอบทั้งสิ้น 18,052 รายการ มีสถานบริการที่เกี่ยวข้อง 2,439 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ และเป็นรายการคำร้องทึ่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรอง การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ มากถึง 77% สำหรับคำร้องที่ตรวจสอบได้อย่างละเอียด เนื่องจากมีข้อมูลครบถ้วน จำนวน 16,346 รายการ ตรวจสอบเสร็จแล้ว 29.9% พบว่า

  • เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง 35.8%
  • อาจมีความเกี่ยวข้องกับตัวชี้วัด 32.9%
  • เป็นการบันทึกผิดพลาด 24.8%
  • ส่วนความคลาดเคลื่อนที่อาจเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายมีเพียง 0.3% ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

“ข้อมูลการคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เป็นการบันทึกกิจกรรมเพื่อประเมินว่ามีความเสี่ยงหรือไม่  ยังไม่ใช่ข้อมูลการเจ็บป่วย การลบและแก้ไขข้อมูลจะดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีเอกสารกำกับเพื่อให้รับทราบ  จึงไม่ได้มีผลกระทบต่อเรื่องการรักษาหรือสิทธิอื่น เช่น การทำประกัน เป็นต้น”นพ.โสภณกล่าว 

 3 แนวทางปรับปรุงระบบบ

ขณะที่ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช รองปลัดสธ. กล่าวถึงแนวทางแก้ไขและปรับปรุงระบบบริการว่ามี 3 ส่วน คือ

1.แยกหมวดบริการให้ชัดเจน  แบ่งแยกระหว่างบริการส่งเสริมป้องกันโรค (PP) และการตรวจรักษาโรค เพื่อลดความสับสนในการแสดงผล

 2.ยกระดับด้วย Digital ID  นำระบบ Health ID มาใช้กับประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนก่อนและปรับปรุงระบบรับบริการ ลดความเสี่ยงการสวมสิทธิ และใช้ Provider ID สำหรับบุคลากรเพื่อระบุตัวตนผู้บันทึกข้อมูลและติดตามเส้นทางข้อมูลได้แม่นยำ

3.ปรับตัวชี้วัด มุ่งเน้นที่คุณค่าและความถูกต้องของข้อมูลมากกว่าปริมาณ เพื่อลดมูลเหตุจูงใจในการบันทึกข้อมูลที่ผิดเพี้ยน