กรมอนามัย เผยกว่า 57% หนุน “พ.ร.บ.นมผง” ช่วยคุ้มครองทารก-เด็กเล็ก จากอิทธิพลการตลาด ลดการโฆษณาที่อาจทำให้เข้าใจผิด สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สร้างผลเชิงบวกต่อสุขภาพ ขณะที่ 73 % รับ“อิทธิพลของโฆษณา” มีผลต่อการตัดสินใจ
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ปี 2569 เนื่องจากนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมองของเด็ก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทารกได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และได้รับนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น
กรมอนามัยได้สำรวจอนามัยโพล เรื่อง“พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560” หรือ “พ.ร.บ.นมผง” เมื่อเดือนมีนาคม 2569 กลุ่มตัวอย่าง 874 พบว่า ประชาชน 34.44% “เคยได้ยินและทราบเนื้อหาบางส่วน” และ 28.72% “เคยได้ยินแต่ไม่ทราบรายละเอียด” ขณะที่มีเพียง 21.74% ที่เข้าใจสาระสำคัญของกฎหมายอย่างชัดเจน และ 15.10% ที่ไม่เคยรับรู้กฎหมายฉบับนี้เลย สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างความเข้าใจด้านกฎหมายของประชาชน
ในด้านการรับรู้บทบาทของกฎหมาย พบว่า 52.97% เข้าใจถูกต้องว่าเกี่ยวข้องกับ “การควบคุมการโฆษณาและการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก” นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน โดย 3.66% มองว่าเป็นการสนับสนุนการตลาดของบริษัท และ 10.76% ยังไม่แน่ใจ
สำหรับความเข้าใจด้านผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายควบคุม 58.24% ระบุว่าเป็น “นมผงสำหรับทารก” รองลงมาคือ “อาหารเสริมสำหรับทารก” 48.63% และ “นมผงสูตร 1-3” 38.10% แต่ยังมี 16.36% เข้าใจผิดว่า “ไม่ได้ควบคุมผลิตภัณฑ์ใดเป็นการเฉพาะ”
ขณะที่เจตนารมณ์ของกฎหมาย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 76.54% เข้าใจถูกต้องว่าเพื่อ “คุ้มครองทารกและเด็กเล็กจากอิทธิพลทางการตลาด ลดการโฆษณาที่อาจทำให้เข้าใจผิด และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่”
ด้านทัศนคติ พบว่า 57.44% มองว่า พ.ร.บ.นมผง ส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพเด็กและครอบครัว ขณะที่ 19.45% เห็นว่ามีทั้งข้อดีและข้อจำกัด และมีเพียง 2.40% ที่มองว่าเป็นภาระต่อผู้ประกอบการ
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ “อิทธิพลของโฆษณา” โดยประชาชน 45.19% เห็นว่าโฆษณามีผลต่อการตัดสินใจระดับปานกลาง และ 28.15% เห็นว่ามีผลมาก รวมกว่า 73% สะท้อนบทบาทของการตลาดที่ยังมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ
พ.ร.บ.นมผงมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ปราศจากข้อมูลหรือกลยุทธ์ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือจูงใจให้ใช้อาหารดังกล่าวทดแทนนมแม่โดยไม่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิของเด็กให้ได้รับโภชนาการที่ดีที่สุดคือ นมแม่ ซึ่งเป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารกและเด็กเล็กในช่วงเริ่มต้นของชีวิต
“จึงเป็นหน้าที่ของคุณแม่ ครอบครัว และสังคมที่จะร่วมกันปกป้องและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่”พญ.อัมพรกล่าว



