องค์การเภสัชกรรมเปิดโรงงานรังสิต ระยะที่ 2 เเพิ่มกำลังการผลิตเต็มรูปแบบ 100% ผลิตยาเม็ด63 รายการ ได้ปีละ 6,000 ล้านเม็ด ช่วยคนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพ และราคาที่เป็นธรรมได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวในการเป็นประธานเปิดโรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีว่า ตลอด 60 ปีแห่งการดำเนินงานขององค์การเภสัชกรรมได้ผลิตยาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากลเป็นความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศ โดยปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมมีเครือข่ายโรงงานผลิตยาและชีววัตถุที่สำคัญ ได้แก่ 1. โรงงานผลิตยา ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร : ฐานการผลิตยาหลักดั้งเดิมขององค์การเภสัชกรรม
2. โรงงานผลิตยารังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี : ศูนย์กลางการผลิตยาแห่งใหม่ที่ขยายศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง รองรับกำลังการผลิตขนาดใหญ่ 3. โรงงานผลิต (วัคซีน) ชีววัตถุ ตำบลทับกลาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี : โรงงานที่มุ่งเน้นรองรับการผลิตวัคซีนและชีววัตถุเพื่อการป้องกันโรค
“ภารกิจหลักของเครือข่ายโรงงานเหล่านี้ มุ่งเน้นการผลิตยาชื่อสามัญทั่วไป (Generic Drugs) ที่สามารถใช้รักษาได้หลาย ๆ โรค เพื่อตอบสนองต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรคเรื้อรัง หรือโรคติดต่อทั่วไป ทำให้องค์การเภสัชกรรมเป็นเสาหลักในการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกระดับ”
โรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2 จัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล GMP-PIC/S และเพื่อรองรับการถ่ายโอนกำลังการผลิตจากโรงงานพระราม 6 โดยจุดเด่นสำคัญของโรงงานแห่งนี้ คือ การนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) มาใช้เต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าเมื่อเทียบกับโรงงานอื่นในระดับอาเซียน โดยประกอบด้วยอาคารหลัก 4 อาคาร คือ
1. อาคารผลิตยาเม็ด : มีกำลังการผลิต 3,000 - 6,000 ล้านเม็ดต่อปี ผลิตยาเม็ด 63 รายการ ครอบคลุมยาต้านไวรัสเอดส์ ยาโรคเรื้อรัง และยากำพร้า/ยาช่วยชีวิต
2. อาคารผลิตยาน้ำรับประทาน : มีกำลังการผลิต 4 ล้านลิตรต่อปี ผลิตยาน้ำ 23 รายการ เช่น ยาระบบทางเดินอาหาร ยาระบบทางเดินหายใจ และยาต้านไวรัส HIV สำหรับเด็ก
3. อาคารผลิตยาปราศจากเชื้อและยาใช้ภายนอก : ผลิตยาปราศจากเชื้อ 25 ล้านหน่วยต่อปี และยาใช้ภายนอกรวมถึงครีม/ขี้ผึ้ง และยาน้ำ โดยเตรียมเพิ่มสายการผลิตยาพ่นจมูก (Nasal spray) ในอนาคต
4. อาคารคลังสำรองวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ : ใช้ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS จัดเก็บวัตถุดิบได้ 3,000 พาเลท และบรรจุภัณฑ์ 5,000 พาเลท ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเบิกจ่ายได้ไม่น้อยกว่า 99%
นอกจากมิติของการผลิตแล้ว โรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2 ยังเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมด้านเภสัชกรรม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
"การก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ขององค์การเภสัชกรรม เป็นการยกระดับศักยภาพการผลิต และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยาไทยสู่ระดับสากล และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางยาของประเทศ ช่วยให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพและมีราคาที่เป็นธรรมได้อย่างทั่วถึง โดยเรามุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรหลักเพื่อความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์ของประเทศ ที่พี่น้องชาวไทยไว้วางใจ และภาคภูมิใจตลอดไป" พญ.มิ่งขวัญกล่าว



