เครือข่ายผู้บริโภค ร่วมสมาคมเพื่อนโรคไต ร่วมชู 5 ประเด็นปฎิรูปบัตรทอง ย้ำการการปฏิรูปหลักประกันสุขภาพต้องถ่วงดุลผลประโยชน์ ชวนประชาชนจับตาเหตุ ‘ร่วมจ่าย’ กำลังทำลายหลักการประกันสุขภาพรุนแรง
จากที่กรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา ตั้งคณะทำงานเดินหน้าศึกษาปรับปรุงระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติวันนี้ 6 สิงหาคม 2569 ที่ โรงแรมทีเค พาเลซ กรุงเทพฯ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค หน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย องค์กรสมาชิก เครือข่ายผู้บริโภค ศูนย์ประสานงานหลักสุขภาพ ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง และภาคีเครือข่ายผู้บริโภค จับมือร่วมกันแถลงข่าว ยืนยันบริหาร “หลักประกันสุขภาพ” ต้องถ่วงดุลผลประโยชน์ ระหว่างผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และผู้ซื้อบริการ การร่วมจ่าย ต้องจ่ายก่อนป่วยผ่านระบบภาษี อย่าปิดประตูเสียงของประชาชน การมีส่วนร่วมต้องไม่ถอยหลังและต้องไม่ใช้กลไกจิ้มเลือก พร้อมเสนอประเด็นปฎิรูป 5 ด้าน คือ
1. แก้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ทั้งกำลังคน ภาระงาน ค่าตอบแทน ความก้าวหน้าในระบบราชการ ระบบบริการแออัด เตียงไม่พอ การส่งต่อที่ดี ปฏิรูปข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลการบริหารโรงพยาบาล ต้นทุนที่เป็นจริงเปิดเผยตรวจสอบได้ ทั้งจัดซื้อจัดจ้าง การลงทุนเครื่องมือ ปฏิรูปการป้องกันโรค และปฏิรูปธรรมาภิบาล ไม่มีเส้นสาย เปิดเผยข้อมูลรับฟังทั้งบุคคลากรและประชาชน
2. ระบบบริหารของผู้ซื้อบริการ คือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ลดความซ้ำซ้อนยุ่งยากในการเบิกจ่ายที่มีแอปพลิเคชันในการคีย์เบิกจ่ายมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้รพ.คีย์ได้ไม่ครบเงินได้น้อยลง ระบบพิสูจน์ความโปร่งใส เป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้แต่ต้องไม่เป็นอุปสรรคการบริการ แน่นอนว่ามีเงิน 100 ต้องบริหาร 1,000 ต้องฟังทุกฝ่ายให้มาก บริหารสำนักงานให้โปร่งใส เจ้าหน้าที่มีวิสัยทัศน์ที่ยึดโยงหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพ ประชาชนเข้าถึงได้
3.ฝ่ายการเมืองนโยบายหาเสียงมีได้ แต่ก็ต้องมาด้วยความจำเป็น ความเร่งด่วน และต้องไม่มาแทรกแซงการบริหารระบบ ต้องไม่มีเงินทอนทั้งในแบบตัวเงินและในรูปแบบของนโยบายได้เสียงหาเสียงรูปแบบอื่นๆ
4.ประชาชนต้องเชื่อมั่นต่อระบบ การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่ประชาชนจะดูแลตัวเองได้ดี รัฐก็ต้องสร้างระบบที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เจ็บป่วยแล้วพอรู้ว่าแค่ไหนต้องไปโรงพยาบาล ระบบปฐมภูมิต้องสร้างความเชื่อมั่นได้จริง ถึงจะทำให้ประชาชนไปใช้สิทธิตามระบบได้
5.คัดค้านการร่วมจ่าย ณ.จุดบริการ เพราะการเก็บเงินในขณะที่ป่วยจะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษา และยังเป็นการทำลายหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพ รัฐบาลควรปฏิรูประบบภาษีและบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ แทนการโยนภาระให้ผู้ป่วย
นายธนพล ดอกแก้ว สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานเพื่อปรับปรุงระบบหลักประกันสุขภาพครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผ่านมารัฐมีความพยายามแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพมาแล้วกว่า 3 ช่วง ทั้งเรื่องการเข้าถึงและการร่วมจ่ายซึ่งเป็นการทำลายหลักการของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำลายสิทธิการมีลมหายใจของประชาชนที่ไม่ควรตัดสินด้วยผลกำไร ขาดทุนของโรงพยาบาล
“ผมย้ำว่าการเรียกจ่ายขณะเมื่อป่วยเป็นอุปสรรคต่อการรักษาสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือการปฏิรูประบบภาษีและบริหารงบประมารให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชนแบกรับ”นายธนพลกล่าว



