ในการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 มีการรายงายว่างบบัตรทองปี 2569 เหลือราว 25,675 ล้านบาท สำหรับจ่ายชดเชยช่วงเดือน ก.ค.–15 ก.ย. 2569 หรือ 2 เดือนครึ่ง โดยมี 2 รายการที่เงินติดลบแล้ว ซึ่งหากเงินไม่พออาจต้องดึงงบปี 2570 มาจ่ายทบ พร้อมระบุว่าจะพยายามไม่ของบประมาณเพิ่ม แต่เน้นตรวจสอบประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้เงินทุกรายการ
งบบัตรทองปี 69 เหลือราว 25,000 ล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) ที่มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน มีการนำเสนอการเบิกจ่ายงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ กองทุนบัตรทอง ปีงบประมาณ 2569 ซึ่งได้รับงบ 193,849 ล้านบาท
ดำเนินการจ่ายเบิกจ่ายตามผลงาน ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2569 จำนวน 155,331.36 ล้านบาท คงเหลือ จำนวน 38,517.89 ล้านบาท มีการนำค่าใช้จ่ายปี 2568 มาเบิกจ่ายจำนวน 12,842.81 ล้านบาท จึงคงเหลือสำหรับการจ่ายชดเชยผลงานเดือนก.ค.-15 ก.ย.2569 จำนวน 25,675.08 ล้านบาท แยกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 ค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว 135,959.55 ล้านบาท ใช้ไปแล้วในปี 2569 จำนวน 113,014.02 ล้านบาท ใช้ชดเชยให้ปี 2568 จำนวน 7,743.83 ล้านบาท คงเหลือ 15,201.69 ล้านบาท ส่วนคงเหลือนี้แยกสำหรับใช้ในรายการ
- บริการผู้ป่วยนอกทั่วไป 5,005.34 ล้านบาท
- บริการผู้ป่วยในทั่วไป 10,612.25 ล้านบาท
- บริการกรณีเฉพาะ ติดลบ 1,457.56 ล้านบาท
- บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 163.59 ล้านบาท
- บริการแพทย์แผนไทย 716.97 ล้านบาท
- ค่าบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุน 161.10 ล้านบาท
ส่วนที่ 2 ค่าบริการนอกงบเหมาจ่ายรายหัว จำนวน 57,889.70 ล้านบาท ใช้ไปแล้วในปี 2569 จำนวน 42,317.34 ล้านบาท ใช้ชดเชยให้ปี 2568 จำนวน 5,098.98 ล้านบาท คงเหลือ 10,473.39 ล้านบาท ส่วนคงเหลือนี้แยกสำหรับใช้ในรายการ
- ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 827.71 ล้านบาท
- ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ติดลบ 168.61 ล้านบาท
- ค่าบริการควบคุม ป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง 463.30 ล้านบาท
- ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และจังหวัดชายแดนใต้ 0 บาท
- ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการระดับปฐมภูมิ 532.41 ล้านบาท
- ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3,058.67 ล้านบาท
- ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 5,759 .9 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามี 2 รายการที่เงินติดลบแล้ว คือ บริการกรณีเฉพาะ ติดลบ 1,457.56 ล้านบาท และ ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ติดลบ 168.61 ล้านบาท รวม 1,626.17 ล้านบาท
ไม่ของบเพิ่ม ต้องกลับมาดูเรื่องการใช้เงิน
นายพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นงบฯที่เหลือนี้จะเพียงพอหรือไม่ว่า ต้องพยายามบริหารจัดการให้อยู่ในกรอบนี้ตามที่ได้คุยกันในที่ประชุมบอร์ดสปสช. แต่หากกรณีงบประมาณไม่พอ อาจต้องนำกรรมวิธีคล้ายปีที่แล้วมาปรับใช้ คือ การนำงบประมาณของปี 2570 มาบริหารจัดการเบิกจ่ายให้ปี 2569ที่ทบมาก่อน ก็จะเป็นไปตามแนวทางมติบอร์ด
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ในการของบประมาณบัตรทองให้มีความเพียงพอในปีต่อๆไป โดยที่รัฐจัดสรรงบฯด้านสุขภาพให้มากขึ้น นายพัฒนา กล่าวว่า พยายามไม่ขอเพิ่ม เพราะปีนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ก็เป็นหน่วยงานไม่เกิน 10 หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่ม ซึ่งปีที่แล้วก็ได้เพิ่มกว่า 10,000 ล้านบาท ปีนี้ก็ได้เพิ่มอีกมันจะเพิ่มไปเรื่อยๆ คงเป็นเรื่องที่พูดบ่อยๆไม่ได้
“ต้องกลับมาดูเรื่องการใช้เงินว่า เกิดประสิทธิภาพในแง่การรักษา การกระจายตัว ความคลอบคลุมของประชาชนหรือไม่ และหากเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคที่มีใช้งบหลายหมื่นล้านบาทแล้ว สิ่งเหล่านี้ไปลดปริมาณผู้ป่วยที่เข้าสู่รพ.ต่างๆได้จริงหรือไม่ ตัวเลขเหล่านี้ต้องวัดผลออกมาให้ได้”นายพัฒนากล่าว



