วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569

Login
Login

อย.คลอดเกณฑ์ใหม่ คุมโฆษณา ‘ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร’- ‘กระท่อม’

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ลงนามโดยสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

ไม่ใช้ข้อความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

 สาระสำคัญ อาทิ  "การโฆษณาอาหาร" หมายความถึง การกระทำด้วยวิธีการใด ๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเกี่ยวกับอาหาร ส่วนประกอบของอาหาร เพื่อประโยชน์ในทางการค้า

"ข้อความ" หมายความรวมถึง ข้อความ ข้อความเสียง เสียง ภาพ รูปภาพ รอยประดิษฐ์

เครื่องหมายสัญลักษณ์ หรือการกระทำอื่นใดที่เข้าใจได้ในความหมาย

การโฆษณาอาหารต้องไม่ใช้ข้อความในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม เช่น  ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีวัตถุใดในอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของอาหาร ซึ่งความจริงไม่มี หรือมีแต่ไม่เท่าที่ทำให้เข้าใจตามที่โฆษณา ,ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจลักษณะหรือวิธีการบริโภคอาหาร ,ข้อความที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ห้ามใช้คนอายุต่ำกว่า 15 ปี

การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารต้องไม่มีลักษณะที่เป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร

อาหารสำหรับทารก อาหารทารกสูตรต่อเนื่องที่ระบุอายุ 6-12 เดือน  และอาหารเสริมสำหรับทารก ห้ามโฆษณา

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผู้แสดงแบบต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป และไม่ใช่สตรีตั้งครรภ์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีกระท่อม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีกระท่อมเป็นส่วนประกอบ  การโฆษณาต้องไม่สื่อให้เข้าใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เด็ก เยาวชน ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตรบริโภคได้ รวมถึงผู้แสดงแบบต้องไม่ใช่เด็ก เยาวชน ผู้ที่มีอายุ ต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร

ไม่อนุญาตการโฆษณาที่สื่อหรือแสดงให้เห็นถึงผลของการรับประทานผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารที่มีกระท่อมหรือสารไมทราไจนีนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ที่ไม่ใช่คุณสมบัติของอาหาร เช่นทำงานทนขึ้น คลายเครียด ต้านซึมเศร้า แก้ปวด หรือข้อความอื่น ๆ ที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน รวมทั้งไม่แสดงถึงวิธีการรับประทานหรือการใช้ในทางที่ผิด

อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง

อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชงอาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชา หรือกัญชง และอาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ

การโฆษณาต้องไม่สื่อให้เข้าใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เด็ก เยาวชน ผู้ที่มีอายุ ต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตรบริโภคได้ เช่น การใช้ภาพการ์ตูน รวมถึงผู้แสดงแบบ ต้องไม่ใช่เด็ก เยาวชน ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร

ไม่อนุญาตการโฆษณาที่สื่อแสดงให้เห็นถึงผลของกัญชา กัญชง หรือสาร THC ที่นำไปใช้ในทางที่ผิด หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่คุณสมบัติของอาหารประเภทนั้น เช่น หัวเราะได้ แบบไม่รู้ตัว ช่วยให้หลับ หลับลึก หลับนานขึ้น เคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย หรือข้อความอื่น ๆ ที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน รวมทั้งการโฆษณาที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการใช้ หรือส่งเสริมให้มีการใช้ช่อดอกกัญชา หรือช่อดอกกัญชงในอาหาร

การแสดงภาพ หรือสัญลักษณ์ของส่วนของกัญชา กัญชง ต้องไม่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับส่วนประกอบที่นำมาใช้ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง ให้แสดงภาพเมล็ดกัญชงเท่านั้น

เตือนแพทย์ระวังบรรยายวิชาการ

ขณะที่ พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ระบุว่า  ประกาศฉบับนี้มีความสำคัญต่อเพื่อนแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญให้บรรยาย ให้สัมภาษณ์ ร่วมเสวนา ถ่ายทอดสด จัดทำคลิป หรือให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงขอสรุปข้อควรระวังไว้ดังนี้

1. ต้องแยก “การให้ความรู้ทางวิชาการ” ออกจาก “การส่งเสริมการขาย” ให้ชัดเจน  แพทย์สามารถให้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ และสุขภาพได้ แต่ควรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้จัด ใครเป็นผู้สนับสนุน และกิจกรรมนั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไร

2. ไม่ควรกล่าวว่าอาหารหรืออาหารเสริมสามารถรักษาโรคได้

3. ไม่ควรรับรองผลลัพธ์อย่างแน่นอนหรือใช้ถ้อยคำโอ้อวด

4. ระวังการใช้ความเป็นแพทย์เป็นเครื่องรับรองผลิตภัณฑ์ ชื่อ ภาพถ่าย เสียง ตำแหน่งทางวิชาการ สถานที่ทำงาน เครื่องแบบ หรือเสื้อกาวน์ของแพทย์ มีผลต่อความเชื่อถือของประชาชน แพทย์จึงควรระมัดระวังมิให้สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปจัดวางในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า“แพทย์แนะนำ” “แพทย์รับรอง”“ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน” “ผ่านการรับรองทางการแพทย์”

แม้แพทย์จะมิได้กล่าวรับรองผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่หากภาพหรือคำพูดถูกนำไปวางคู่กับสินค้า โปรโมชั่น หรือลิงก์สั่งซื้อ ก็อาจทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางนั้นได้

อย.คลอดเกณฑ์ใหม่ คุมโฆษณา ‘ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร’- ‘กระท่อม’

5. ต้องตรวจสอบการอ้างงานวิจัยให้ตรงกับผลิตภัณฑ์จริงไม่ควรนำผลการศึกษาจากสารสกัดในขนาดสูง หรือการศึกษาในหลอดทดลอง มาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่จำหน่ายจะให้ผลเช่นเดียวกันในมนุษย์

6. คำว่า “มีงานวิจัยรับรอง” ต้องมีรายละเอียดและตรวจสอบได้

7. การเล่าประสบการณ์ส่วนตัวหรือกรณีผู้ป่วยก็ต้องระมัดระวังประสบการณ์เฉพาะบุคคลไม่สามารถใช้แทนหลักฐานทางวิชาการ และผลที่เกิดขึ้นอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การรักษา ยา อาหาร การออกกำลังกาย หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

8. ระวังภาพก่อนและหลัง รวมถึงการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์

9. การมีเลข อย. ไม่ได้หมายความว่าสามารถกล่าวอ้างได้ทุกอย่างคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับคุณภาพ คุณประโยชน์ หรือสรรพคุณของอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตโฆษณา ก็ต้องได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่

10. ต้องขอดูสื่อฉบับสมบูรณ์ มิใช่ตรวจเฉพาะคำบรรยาย ก่อนอนุญาตให้นำภาพ เสียง หรือคำบรรยายไปเผยแพร่ ควรขอดูสื่อฉบับสุดท้ายทั้งหมด เพราะแม้คำพูดของแพทย์จะถูกต้อง แต่ภาพและข้อความที่นำมาประกอบอาจทำให้ความหมายโดยรวมเปลี่ยนไป หรือเกิดคำกล่าวอ้างที่แพทย์มิได้เป็นผู้พูดเอง

11. ต้องกำหนดเงื่อนไขห้ามตัดต่อและนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

12. ควรเปิดเผยความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง

13. ต้องให้ข้อมูลข้อจำกัดและกลุ่มเสี่ยงอย่างครบถ้วน

ก่อนรับงานบรรยายวิชาการ ควรถามให้ครบ 7 ข้อ

1. ใครเป็นผู้จัด และผู้จัดเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือไม่

2. กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ หรือมีเป้าหมายส่งเสริมการขายร่วมด้วย

3. จะมีชื่อสินค้า โลโก้ ราคา โปรโมชั่น หรือลิงก์สั่งซื้อปรากฏร่วมกับการบรรยายหรือไม่

4. ผู้จัดจะบันทึกภาพหรือเสียง และจะนำไปเผยแพร่ในช่องทางใด เป็นระยะเวลานานเท่าใด

5. ผู้บรรยายมีสิทธิตรวจสอบและเห็นชอบสื่อฉบับสมบูรณ์ก่อนเผยแพร่หรือไม่

6. มีข้อตกลงห้ามตัดต่อ ห้ามเพิ่มคำรับรอง และห้ามนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่

7. เมื่อประชาชนเห็นสื่อทั้งหมดแล้ว จะเข้าใจว่าเป็นการให้ความรู้ทางวิชาการ หรือเข้าใจว่าแพทย์กำลังแนะนำหรือรับรองผลิตภัณฑ์

“แพทย์สามารถบรรยาย ให้ความรู้ และอธิบายหลักวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ และสุขภาพได้ แต่ต้องระมัดระวังมิให้ชื่อ ภาพ เสียง ตำแหน่ง หรือความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการขาย หรือทำให้ประชาชนเข้าใจว่าแพทย์รับรองผลิตภัณฑ์ จึงควรยึดหลักว่า ให้ความรู้ทางวิชาการได้ แต่ต้องไม่ปล่อยให้ความรู้และความน่าเชื่อถือของแพทย์ ถูกนำไปตัดต่อหรือใช้เป็นคำรับรองสินค้า”พล.อ.อ.นพ.อิทธพรกล่าว