วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

 ‘แอปหมอพร้อม’ โชว์ 'ประวัติสุขภาพ'ไม่ตรง แจ้งกว่า 400 รายการ

สธ.เผยวันเดียวยอดแจ้งกว่า 400 รายการ “แอปหมอพร้อม”แสดงผลไม่ตรง ไล่เช็กหน่วยบริการต้นทาง เร่งตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ ชี้อาจเกิดจากคีย์ผิด-เบิกเท็จ  ลั่นหากเจอกรณีทำผิดกฎหมายเอาผิดแน่นอน

จากกรณีที่ประชาชนโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” แสดงผลข้อมูลสุขภาพของประชาชนไม่ตรงตามความเป็นจริง เช่น บางรายการไม่ได้ไปรับบริการแต่กลับมีการแสดงข้อมูลการเข้ารับบริการ จนสร้างความวิตกกังวลถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น จะเป็นเบิกจ่ายเท็จหรือสวมสิทธิการรับบริการหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า หมอพร้อมไม่ใช่แอปพลิเคชันที่ไปจัดบริการ แต่รวบรวมข้อมูลจากหน่วยให้บริการเข้ามาแสดงอยู่ในแอปฯ ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ตั้งใจที่จะคืนข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชนส่วนตัวทุกคน  จึงเป็นแอปที่รับข้อมูลแล้วนำมาแสดง และได้มีการพัฒนาให้สามารถจองคิวต่างๆได้ เช่น จองนัดพบแพทย์ จองฉีดวัคซีนหรือจองบริการต่างๆของรพ.ได้ด้วย

 ‘แอปหมอพร้อม’ โชว์ 'ประวัติสุขภาพ'ไม่ตรง  แจ้งกว่า 400 รายการ

และเมื่อไปรับบริการที่หน่วยบริการทั้งรพ.สังกัดสธ.ทุกระดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) รพ.เอกชน รพ.สังกัดมหาวิทยาลัย  ก็จะมีการแชร์ข้อมูลส่งกลับมายังแอปฯหมอพร้อมเพื่อบันทึกไว้และแสดงผลว่าไปรับบริการที่ไหน รับยาอะไร ตรวจแล็ป เป็นต้น

แจงสาเหตุที่อาจทำข้อมูลคลาดเคลื่อน

“ได้รับการยืนยันว่า ระบบของแอปพลิเคชันหมอพร้อม ไม่ได้มีปัญหา ทำงานเป็นไปตามปกติ โดยเป็นการรับข้อมูลสุขภาพจากโรงพยาบาลต้นทางส่งเข้ามา และแสดงผลตามปกติ จึงต้องมาพิจารณาถึงสาเหตุที่ทำให้ประชาชนดูข้อมูลแล้วแจ้งว่าไม่ตรงกับที่ตนเองไปรับบริการที่หน่วยให้บริการ”นายพัฒนากล่าว 

สิ่งที่อาจเป็นสาเหตุได้ คือ 1.คีย์ข้อมูลผิด หรือเข้าใจผิด 2.คีย์ข้อมูลแล้วมีการเบิกจ่ายเท็จ และ3. รพ.ออกไปตรวจนอกสถานที่โดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบว่ามาจากหน่วยบริการใด ดังนั้น หากประชาชนพบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับที่ไปรับบริการให้รีบแจ้งได้ที่แอปพลิเคชันหมอพร้อม กดไปที่ประวัติสุขภาพ จะมีไอคอนเหมือนรูปดินสอ ให้พิมพ์แก้เข้าไปได้แล้วระบบจะพิจารณาปรับแก้ แต่ข้อมูลหลังบ้านจะไม่หาย และพร้อมสำหรับนำไปตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงต่อไป

พร้อมเอาผิดหากเบิกจ่ายเท็จ-สวมสิทธิ

“ในการตรวจสอบไม่ได้ตัดประเด็นเบิกเท็จ หรือคีย์ข้อมูลผิด จะดูทุกอย่าง รวมถึง การเอาข้อมูลไปสวมสิทธิให้ต่างด้าว ที่เบิกเงินไม่ได้  ซึ่งในทางสืบสวนนั้นระบบหลังบ้านจะเช็กย้อนกลับไปได้ว่าข้อมูลถูกคีย์จากหน่วยบริการใด และเมื่อไหร่  โดยเมื่อประชาชนแจ้งแก้ไขข้อมูลจะใช้เวลา 2-3 วันจะทราบสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าทำไมแสดงไม่ตรง แต่ถ้าเรื่องการเบิกเท็จจะต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวน และหากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย” นายพัฒนากล่าว

เมื่อถามว่าประชาชนกังวลเรื่องการนำข้อมูลที่แสดงไม่ตรงในหอมพร้อมไปทำประกันสุขภาพ นายพัฒนา กล่าวว่า รายการที่ยืนยันว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง เมื่อปรับข้อมูลแล้ว หากส่งผลต่อประกันสุขภาพเอกชนนั้น ภาครัฐก็จะมีระบบยืนยันให้  ส่วนจะยืนยันอย่างไร จะไปพิจารณาและแจ้งอีกครั้ง

ขอย้ำว่า หมอพร้อม เป็นแอปฯ ที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยบริการส่งข้อมูลมาให้หมอพร้อม  หากข้อมูลไม่ถูกต้องก็จะต้องเช็กย้อนกลับไปยังหน่วยบริการ ดังนั้น หากหน่วยบริการต้องการสร้างความโปร่งใส ขอให้เชื่อมระบบเข้ามากับแอปหมอพร้อม

เมื่อถามถึงสาเหตุความเป็นไปได้เรื่องหน่วยบริการต้องทำให้ได้ตามตัวชี้วัด หรือ KPI จนมีการกรอกข้อมูลเท็จขึ้น นายพัฒนา กล่าวว่า ต้องไปดูว่างบประมาณตั้งเบิกมาจากที่ไหน หากเป็นงบจากการที่รพ.ต้องเบิกไปที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นั้น ปัจจุบันมีภาระงานหนัก work load พอสมควร ขณะนี้ได้หารือกับสปสช.ในการต้องทำงานให้การคีย์ข้อมูลต้องเพียงพอ ไม่สร้างภาระงานมากเกินไป ส่วนสธ.ก็จะไปดูเรื่องการคีย์ข้อมูลเช่นกัน

คาด 2 สัปดาห์รู้ผลสอบเบิกจ่ายเท็จหรือไม่

ด้านนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า หากเป็นการรักษาพยาบาลทางการแพทย์จะมีระบบยืนยันตัวตน แต่กำลังสอบถามทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ว่า กรณีส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคอาจไม่มีการยืนยันตัวตนเต็มที่ จึงกำลังไล่เช็กเรื่องนี้กันอยู่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นของรมว.สธ. เพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิเห็นข้อมูลสุขภาพตนเองจากแอปหมอพร้อม เมื่อประชาชนเห็นก็สามารถฟีดแบคกลับมาถือว่าดี

ทั้งนี้ เบื้องต้นตรวจสอบทาง จ.ปทุมธานี มีรพ.ประชาธิปัตย์ พบว่า ครั้งแรกใช้บริการจริง แต่ครั้งที่ 2 เป็นความเข้าใจผิด เพราะประชาชนไม่ได้รับบริการ แต่ไม่มีการเบิกหรือจ่ายยาออกไป สรุปคือ เป็นข้อมูลที่คีย์ผิด และจะมีการไล่ตรวจสอบๆในพื้นที่อื่นๆด้วย 

“การตรวจสอบว่ามีการเบิกจ่ายเท็จหรือไม่นั้น คาดว่าจะใช้เวลาราว 2 สัปดาห์จะมีข้อมูลชัดเจน”นพ.สมฤกษ์กล่าว 

วันเดียวแจ้งแสดงผลไม่ตรงกว่า 400 รายการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ระบบบังคับให้ต้องยืนยันข้อมูลด้วยบัตรประชาชน แสดงว่า นำบัตรไปคีย์เองหรือไม่ นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผอ.สำนักสุขภาพดิจิทัล สธ. กล่าวว่า ปกติระบบหมอพร้อมโดยหลักการจะเป็นการส่งข้อมูลจากสถานพยาบาล ซึ่งระบบจะมีการออเท็นด้วยบัตรประชาชน

โดยหากใช้บริการที่สถานพยาบาลหลายๆแห่งก็จะมีการเสียบบัตรประชาชนยืนยันตัวตน แต่บางกรณีอาจจะมีการออกหน่วยลงไปนอกพื้นที่ ซึ่งบางจุดไม่ได้เสียบบัตรประชาชน แต่ใช้การเขียน ก็อาจมีการคีย์ข้อมูลผิด ตรงนี้ต้องตรวจสอบอีกครั้ง

“เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2569วันเดียว มีการแจ้งข้อมูลไม่ตรงตามจริง 400 กว่ารายการ ขณะนี้กำลังรวบรวมรายวัน ประชาชนสามารถแจ้งเข้ามาได้ ส่วนในจำนวนนี้มีสาเหตุจากการคีย์ข้อมูลผิดกี่รายการนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ” นพ.วิจักษณ์ กล่าว