วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ค้าน 'ร่วมจ่าย' ชี้ผลักภาระให้ประชาชน

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพออกแถลงการณ์ ยันบริหาร “หลักประกันสุขภาพ” ต้องถ่วงดุลผลประโยชน์ หากปฏิรูปต้องทำ 4 ส่วน ชี้ "ร่วมจ่าย"ผลักภาระให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569  กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพออกแถลงการณ์ต่อการที่ สว.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ระบุว่า
กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพขอยืนยันบริหาร “หลักประกันสุขภาพ” ต้องถ่วงดุลผลประโยชน์ ระหว่างผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และผู้ซื้อบริการ
การร่วมจ่าย ต้องจ่ายก่อนป่วย ผ่านระบบภาษี อย่าปิดประตูเสียงของประชาชน การมีส่วนร่วมต้องไม่ถอยหลัง และต้องไม่ใช้กลไกจิ้มเลือก
ถ้าต้องปฏิรูป ต้องปฏิรูป 4 ส่วน
1. แก้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งกำลังคน ภาระงาน ค่าตอบแทน ความก้าวหน้าในระบบราชการ ระบบบริการแออัด เตียงไม่พอ การส่งต่อที่ดี ปฏิรูปข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูล การบริหารโรงพยาบาล ต้นทุนที่เป็นจริง (เปิดเผยซะที) จัดซื้อจัดจ้าง การลงทุนเครื่องมือ ปฏิรูปการป้องกันโรค และปฏิรูปธรรมาภิบาล ไม่มีเส้นสาย เปิดเผยข้อมูล รับฟังทั้งบุคคลากรและประชาชน

2. ระบบบริหารของผู้ซื้อบริการ คือสปสช. ลดความซ้ำซ้อนยุ่งยากในการเบิกจ่ายที่มีแอพลิเคชั่นในการคีย์เบิกจ่ายมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้รพ.คีย์ได้ไม่ครบเงินก็ได้น้อยลง ระบบพิสูจน์ความโปร่งใส เป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้แต่ต้องไม่เป็นอุปสรรคการบริการ แน่นอนว่า มีเงิน 100 ต้องบริหาร 1,000 ต้องฟังทุกฝ่ายให้มาก บริหารสำนักงานให้โปร่งใส เจ้าหน้าที่มีวิสัยทัศน์ที่ยึดโยงหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพ กล้าที่จะปฏิเสธใบสั่ง
3. ฝ่ายการเมือง นโยบายหาเสียงมีได้ แต่ก็ต้องมาด้วยความจำเป็น ความเร่งด่วน และต้องไม่มาแทรกแซงการบริหารระบบ ต้องไม่มีเงินทอนทั้งในแบบตัวเงินและในรูปแบบของนโยบายได้เสียง

4. ประชาชน ต้องเชื่อมั่นต่อระบบ การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่ประชาชนจะดูแลตัวเองได้ดี รัฐก็ต้องสร้างระบบที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เจ็บป่วยแล้วพอรู้ว่าแค่ไหนต้องไปโรงพยาบาล ระบบปฐมภูมิต้องสร้างความเชื่อมั่นได้จริง ถึงจะทำให้ประชาชนไปใช้สิทธิตามระบบได้

ขอประชาชนชวนกันจับตา “การแก้ไขกฏหมายบัตรทอง” โดยกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ว่ามีนอกมีในอะไรบ้าง ทำไมมุ่งเป้าไปที่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสำนักงานสปสช. แต่กลับไม่พูดปัญหาของระบบสาธารณสุขไทยที่ยังคงเป็นระบบรัฐราชการการแพทย์ ทำไมไม่ตรวจสอบระบบการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลที่เบียดบังสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน
การเรียกร้องให้ประชาชน “ร่วมจ่าย” เป็นการผลักภาระให้ประชาชน ทั้งๆที่คนระดับกรรมาธิการควรต้องสนใจระบบเชิงโครงการใหญ่ ทั้งการเมืองเรื่องงบประมาณ การเมืองเรื่องกำลังคนในระบบสุขภาพ