วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว' ป่วยวิกฤต รักษาฟรีได้ทุกที่

สปสช. เร่งประสานสิทธิผู้บาดเจ็บเหตุ“ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว” ย้ำกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ใช้สิทธิ UCEP เข้ารักษาโรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมประสานส่งต่อดูแลผู้มีสิทธิบัตรทองรักษาอย่างต่อเนื่อง

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุ "ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว" ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย (ข้อมูล ณ เวลา 03.45 น. ) แบ่งเป็นเพศชาย 9 ราย เพศหญิง 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 18 ราย ประกอบด้วย ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส (สีแดง) 8 ราย ผู้บาดเจ็บอาการปานกลาง (สีเหลือง) 7 ราย และผู้บาดเจ็บอาการเล็กน้อย (สีเขียว) 3 รายนั้น 

สำหรับผู้ประสบเหตุ ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุรุนแรงและมีภาวะฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิต สามารถใช้สิทธิ UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่) ตามนโยบายรัฐที่คุ้มครอง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่งทั่วประเทศได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย(รักษาฟรีได้ทุกที่) ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมงแรก หรือจนกว่าจะพ้นวิกฤติ

 สปสช. จะร่วมประสานหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการตามสิทธิหรือหน่วยบริการที่เหมาะสมต่อไป เพื่อรับการรักษาต่อเนื่อง

'ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว' ป่วยวิกฤต รักษาฟรีได้ทุกที่

ในส่วนผู้บาดเจ็บที่ไม่อยู่ในกลุ่มภาวะฉุกเฉินวิกฤตนั้น กรณีของผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “สิทธิบัตรทอง 30 บาท” ขอให้มั่นใจว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีหลักเกณฑ์รองรับการดูแลรักษาพยาบาลในกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยโรงพยาบาลที่ให้การรักษาสามารถดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพ และเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่านระบบของ สปสช. ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

“ผู้บาดเจ็บและญาติไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิการรักษาและโรงพยาบาลไม่ต้องกังวลเรื่องการเบิกจ่าย สปสช. มีเกณฑ์รองรับทั้งกรณีฉุกเฉินวิกฤตตาม UCEP และกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 7 โรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยตามความจำเป็นเร่งด่วนได้ก่อน ส่วนการประสานสิทธิ การส่งต่อ และการเบิกจ่าย สปสช. พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนและประสานงานตามระบบ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่องอย่างเหมาะสม” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้ประสานติดตามข้อมูลกับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง ทั้งในการประสานส่งต่อ และการให้คำแนะนำเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่หน่วยบริการ

ทั้งนี้ สปสช. ขอให้หน่วยบริการที่ให้การรักษาผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง ดูแลรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพ และดำเนินการบันทึกข้อมูลเพื่อเบิกจ่ายผ่านระบบของ สปสช. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากมีข้อขัดข้องในการตรวจสอบสิทธิ การประสานส่งต่อ หรือการเบิกจ่าย สามารถประสาน สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร หรือสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนหรือญาติผู้บาดเจ็บที่ต้องการสอบถามสิทธิการรักษา การใช้สิทธิบัตรทอง หรือขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง