วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ไขความลับ ทำไม ‘ไพล’ ขึ้นแท่น 'สมุนไพรแห่งปี' สิทธิบัตรทองสั่งจ่ายสูงสุด 

“ไพล” ขึ้นแท่นสมุนไพรแห่งปี ยอดสั่งจ่ายสิทธิบัตรทองปี 2569 พุ่งสูงที่สุดในกลุ่มสมุนไพร มูลค่ากว่า 242 ล้านบาท องค์การเภสัชกรรมเปิดตัว “ยาแคปซูลสารสกัดไพล” บรรเทาอาการภูมิแพ้ โรคหืด   ผลักดันสู่สมุนไพรเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้ ตั้งเป้า "ยาสมุนไพรโมเดิร์น" ดันสู่ตลาดโลก

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า “ไพล” เป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน โดยในภาคเหนือเรียกว่า “ปูเลย” ส่วนภาคกลางเรียกว่า “ว่านไฟ” จัดเป็นพืชในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) ที่มีสรรพคุณโดดเด่น

ในการบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ เคล็ดขัดยอก และฟกช้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญในตำรับยาไทยหลายชนิด หนึ่งในตำรับยาที่สำคัญ คือ “ยาประสะไพล” ซึ่งได้รับการบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลรอบเดือน บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยขับน้ำคาวปลา และส่งเสริมให้มดลูกเข้าอู่ในสตรีหลังคลอด

 นอกจากนี้ ไพลยังเป็นสมุนไพรหลักในยาอบ และลูกประคบสมุนไพร ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ใช้ควบคู่กับการนวดไทยมาอย่างยาวนาน สะท้อนคุณค่าของสมุนไพรไทยที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพจนถึงปัจจุบัน

ไขความลับ ทำไม ‘ไพล’  ขึ้นแท่น 'สมุนไพรแห่งปี' สิทธิบัตรทองสั่งจ่ายสูงสุด 

“ไพลได้รับการผลักดันให้เป็นหนึ่งในสมุนไพรเศรษฐกิจที่สำคัญในหน่วยบริการสาธารณสุข โดยได้รับความนิยมอย่างสูงจากทั้งบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ในปีงบประมาณ 2569 มีการสั่งจ่ายยาไพล ให้แก่ผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสูงถึง 3.73 ล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 242.4 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในกลุ่มยาสมุนไพรทั้งหมด”นพ.พงศธรกล่าว 

ปัจจุบันมีการพัฒนาไพลไปไกลกว่าแค่ลูกประคบหรือน้ำมันไพลแบบเดิม โดยมีการผลิตเป็นครีมไพล และ สารสกัดไพลสำหรับธุรกิจสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และที่สำคัญ ในปีนี้องค์การเภสัชกรรม เปิดตัว ‘ยาแคปซูลสารสกัดไพล’ ซึ่งเป็นนวัตกรรมสมุนไพรชิ้นสำคัญที่วิจัยมาเพื่อบรรเทาอาการภูมิแพ้ โรคหืด และเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

การขับเคลื่อนเรื่องไพลในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาสมุนไพรเดี่ยวๆ แต่เป็นการเชื่อมโยงภูมิปัญญาไทย  เข้ากับเศรษฐกิจสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Economy) โดยเฉพาะในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุขภาพระดับโลก Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026)

เวทีนี้จะเป็นหน้าต่างบานสำคัญในการแสดงศักยภาพของสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยสู่สายตานานาชาติ พร้อมทั้งตั้งเป้าหมาย ผลักดันให้ “ไพล” เป็นสมุนไพรเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน

ด้าน นพ.อำพล เวหะชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า  ข้อมูลเชิงวิชาการว่า ไพลเป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัยรองรับอย่างต่อเนื่อง โดยพบสารสำคัญในกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์ (phenylbutanoids) ได้แก่ สาร DMPBD และ compound D ที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการอักเสบอย่างมีนัยสำคัญ ร่วมกับ สารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (curcuminoid) และน้ำมันหอมระเหย ช่วยขับลม ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเชื้อจุลชีพ

ผลการศึกษาทางคลินิกและการทบทวนอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) ยืนยันว่า ไพลในรูปแบบใช้เฉพาะที่มีประสิทธิผลในการลดอาการปวดกล้ามเนื้อ เคล็ดขัดยอก และข้อเข่าเสื่อม โดยมีการศึกษาบางชิ้นชี้ชัดว่าให้ผลการรักษาไม่แตกต่างจากยาทาแผนปัจจุบัน

รวมถึง ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดีส่วนการพัฒนาเป็นยาแคปซูลเพื่อรักษาอาการในระบบทางเดินหายใจและภูมิแพ้ ก็มีผลการศึกษาวิจัยในมนุษย์ รองรับแล้วเช่นกัน ถือเป็นการยกระดับจากยาสมุนไพรพื้นบ้านสู่นวัตกรรมยาสมุนไพรสมัยใหม่ (Modern Herbal Medicine) อย่างแท้จริง