วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘7 ผลิตภัณฑ์ยาบำบัดขั้นสูง’ สธ.จ่อใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง -เอสแอลอี(SLE) 

รมว.สาธารณสุข เผยความคืบหน้านโยบาย “นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ” 3 เรื่องมุ่งเป้า ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง(ATMPs) 7 ตัวจ่อใช้กับผู้ป่วยมะเร็ง -เอสแอลอี  ลุยสร้าง “ฐานข้อมูลเอไอทางการแพทย์ระดับประเทศ” มีแล้วกว่า 6 แสนภาพ

ภายในงาน SEA Health Summit 2026 AI In Health and Longevity ร่วมจัดโดย กรุงเทพธุรกิจ RISE และ Seax นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้า 1 ใน 7 นโยบายเสาหลักสาธารณสุขไทย เรื่อง “นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ”  ซึ่งมุ่งเป้าโฟกัส 3 เรื่องใหญ่ คือ 

1.) Robotic & Medical Al  นวัตกรรมอัจฉริยะ พลิกโฉมรูปแบบการรักษาด้วย AI และหุ่นยนต์การแพทย์ เพิ่มความแม่นยำ และประสิทธิภาพ

2.) Medical Industry & ATMPs หนุนอุตสาหกรรมการแพทย์ไทย และนวัตกรรมขั้นสูง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดการนำเข้า  

และ 3.) Genomic & Precision Care ถอดรหัสพันธุกรรม ตรวจลึก รู้เร็ว รักษาตรงจุด


‘7 ผลิตภัณฑ์ยาบำบัดขั้นสูง’ สธ.จ่อใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง -เอสแอลอี(SLE) 

ส่วนของโครงการ “ผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง” หรือ ATMPs  ปีงบประมาณ 2569-2570 ยกระดับการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไทย  ที่จะใช้ในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ราว 7 ตัว ประกอบด้วย

1.คาร์-ทีเซลล์(Car-T Cell) ใช้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ( Lymphoma) ผลิตโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) เริ่มใช้กับผู้ป่วยแล้วที่ศูนย์วิจัยทางคลินิก (clinical trial center) สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และรพ.ราชวิถี 

2.คาร์-ทีเซลล์(Car-T Cell) ใช้ในผู้ป่วยเอสแอลอี(SLE) ผลิตโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) เริ่มใช้กับผู้ป่วยแล้ว ที่ศูนย์วิจัยทางคลินิก (clinical trial center)สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และรพ.ราชวิถี 

3.ซีไอเคเซลล์ (CIK : Cytokine-Induced Killer Cells)  เซลล์บำบัดใช้ในผู้ป่วยมะเร็งปอด ,มะเร็งเต้านม ผลิตโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประมาณการเริ่มใช้กับผู้ป่วยในเดือน ก.ย.2569 ที่ศูนย์วิจัยทางคลินิก (clinical trial center) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

4.ดีซีเซลล์ (DCs : Dendritic Cells) ภูมิคุ้มกันบำบัด ใช้ในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น ผลิตโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประมาณการเริ่มใช้กับผู้ป่วยในเดือน ก.ย.2569 ที่ศูนย์วิจัยทางคลินิก (clinical trial center) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

5.เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cell : MSC) ใช้รักษาภาวะน้ำลายแห้งหลังฉายแสง ผลิตโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประมาณการเริ่มใช้กับผู้ป่วยในเดือน พ.ย.2569 ที่ศูนย์วิจัยทางคลินิก (clinical trail center) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ,รพ.ราชวิถี 

6.ยีนบำบัด(Gene Therapy) ใช้กับผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง (Severe Thalassemia) ผลิตโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มีแผนจะใช้กับผู้ป่วยที่สถาบันสุขภาพเด็กฯ

และ7.คาร์-ที เซลล์  ใช้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ( Lymphoma) ผลิตโดยบริษัทเอกชน มีแผนจะใช้ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ


‘7 ผลิตภัณฑ์ยาบำบัดขั้นสูง’ สธ.จ่อใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง -เอสแอลอี(SLE) 

เรื่องการนำ เอไอทางการแพทย์(Medical AI) สู่การปฏิบัติจริง มีการสร้างฐานข้อมูลระดับประเทศ(Medical AI Data Infrastructure) โดยขณะนี้กรมการแพทย์มีฐานข้อมูลรวมแล้วราว 686,838 ภาพ แยกเป็น ภาพถ่ายจอประสาทตา 621,228 ภาพสำหรับคัดกรองเบาหวานขึ้นตา ,เอกซเรย์ทรวงอก รวม 48,272 ภาพ ,ผิวหนัง 7,419 ภาพ ,แมมโมแกรม 4,686 ภาพ และซีทีสมอง 5,236 ภาพ

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่อง การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ตลอดช่วงชีวิต  เพื่อให้มีการดูแลสุขภาพอย่างแม่นยำในทุกช่วงชีวิตด้วยข้อมูลพันธุกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง แยกเป็น

1.) วางแผน ช่วงอายุครรภ์ 2 เดือน มีการตรวจ Carrier screening และช่วงอายุครรภ์ 9 เดือน มีการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด โดยมีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมด้วยวิธี NIPT และ การตรวจวิเคราะห์โครโมโซมด้วยเทคโนโลยีความละเอียดสูงระดับโมเลกุล (Chromosomal Microarray)

2.) การคัดกรอง มีการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด ,ช่วง 10 ปี การตรวจวินิจฉัยโรคหายาก,ช่วง 10-20 ปี  การวางแผนป้องกันโรค มีรายงานการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล (Gene risk profile)

3.) วินิจฉัย ป้องกัน และรักษา  ช่วงอายุ 20 ปี  การตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อ ช่วงอายุ 50 ปี  ตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง ช่วงอายุ 60 ปี  การตรวจวินิจฉัยทางอณูชีววิทยาและเภสัชพันธุศาสตร์

และ4.) ชันสูตร  อายุ 90 ปีขึ้นไป การมีชีวิตที่ยืนยาว  และการชันสูตรด้วยพันธุกรรมระดับโมเลกุล