วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ดีมานด์ 'ผู้เรียนแพทย์' สูงกว่ารัฐรับได้ 30 เท่า เหตุผลม.เอกชน ‘เปิดคณะแพทย์ใหม่’

ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค กล่าวในวงเสวนา “การเปิดคณะแพทย์ใหม่ ทางออกแก้ปัญหาแพทย์ไทยจริงหรือ?” จัดโดยแพทยสภาว่า  ความต้องการหรือดีมานด์ไซต์ ซึ่งอนาคตต้องการคนอีกกลุ่มมาตอบเรื่องเมดิคัล อีโคโนมี เพราะฉะนั้น ยังต้องการเพิ่ม  ดีมานด์เชิงนโยบายจึงมีแน่นอน 

ดีมานด์ผู้เรียนสูงกว่ารัฐเปิดรับ 30 เท่า 

นอกจากนี้  ยังมีดีมานด์ในส่วนของผู้เรียน จากที่มีคนสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปีละ 1 แสนคน โดยแต่ละปีมีผู้สมัครสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ผ่านกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) กว่า 60,000 คน แต่รัฐรับเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์ผ่านกสพท.ได้ประมาณ 2,000 คนเท่านั้น  นี่คือความต้องการของผู้เรียน

“ม.เอกชนในฐานะที่เป็นสถาบันอุดมศึกษา ต้องตอบทั้งความต้องการผู้เรียนและผู้ใช้ จึงต้องผลิตขึ้นมา เพราะฉะนั้น การเปิดคณะแพทย์ใหม่ จึงเป็นการตอบสนองสองเรื่องนี้”ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์กล่าว 

ทั้งนี้ จำนวนแพทย์ทั้งหมดในประเทศไทยราว 84,000 คน ยังไม่พอ โดยเป็นทั้งแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป และกลุ่มแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งเมื่อคิดโดยตลอดกลุ่มที่จะสร้างความมั่นคงแข็งแรงให้กับะบบสุขภาพของประเทศไทย จะเป็นกลุ่มแพทย์เฉพาะทางค่อนข้างมาก เพราะต้องการการดูแลสุขภาพขั้นสูง, เวลเนส(Wellness) และการรักษาโรคที่ยากซับซ้อน

“ แต่กำลังคนของเราไม่พอ จึงใช้แพทย์จบใหม่มาเป็นแพทย์อินเทิร์น ซึ่งคาดหวังกับเขามากเกินไปในการให้รับภาระงานระบบสุขภาพให้อย่างมาก จึงต้องทบทวนถึงเรื่องคุณภาพที่ออกมาแล้วมอบภาระให้รับผิดชอบใหญ่มากในระบบ เป็นเหตุให้แพทย์ลาออกไปปีละ 1,000 คน  เพราะเขาต้องการเก่งขึ้น อยากไปเรียนต่อ ให้เป็นแพทย์เฉพาะทางต่อไป เป็นวังวนที่ต้องหารือกันจะทำอย่างไรให้อยู่ในระบบรัฐต่อไปได้”ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์กล่าว 

ทำไมม.เอกชนเก็บค่าเรียนแพทย์

เรื่องที่ม.เอกชนต้องเก็บค่าเล่าเรียนแพทย์แพง ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์ กล่าวว่า  ในมหาวิทยาลัยของรัฐในการผลิตแพทย์ รัฐบาลจะให้เงินทุนอุดหนุน 3.8 ล้านบาทต่อคน แยกเป็น  งบฯลงทุน 2 ล้านบาท  และงบดำเนินการคนละ 3 แสนบาทต่อปี เรียน 6 ปีรวมเป็นเงิน 1.8 ล้านบาท  ทำให้แพทย์จบใหม่ต้องใช้ทุนหลังสำเร็จการศึกษา  ขณะที่ม.เอกชนไม่มีงบประมาณสนับสนุนการผลิตแพทย์จากรัฐบาล และต้องมีการลงทุนเองทั้งหมด  ซึ่งค่าเล่าเรียนที่เก็บตอนนี้ม.เอกชนได้ส่วนต่างไม่มาก

 “โรงเรียนแพทย์ม.เอกชน มีความจำเป็นต้องเก็บค่าเรียนสูง แต่ไม่ได้ทำกำไรหรือความมั่งมีจากการเปิดโรงเรียนแพทย์  ส่วนใหญ่เป็นการสร้างความภูมิใจที่ได้ร่วมผลิตแพทย์ให้ประชาชน สังคมมากกว่าตัวเงินที่จะได้”ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์กล่าว 

เอกชนเปิดคณะแพทย์ โอกาสประเทศไทย

ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า การที่ม.เอกชนเปิดคณะแพทย์เป็นโอกาสของประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันมีนักเรียนที่จบจากโรงเรียนนานาชาติจำนวนมากที่ต้องการเรียนแพทย์ แต่ไม่สามารถไปแข่งขันสอบเข้าม.รัฐวิธีการปกติไม่ได้ เพราะวิธีการเรียน หลักสูตร และไม่ตอบโจทย์ เพราะต้องมีการไปใช้ทุน

ดีมานด์ 'ผู้เรียนแพทย์' สูงกว่ารัฐรับได้ 30 เท่า เหตุผลม.เอกชน ‘เปิดคณะแพทย์ใหม่’

เมื่อเอกชนเปิดก็เป็นโอกาสให้คนกลุ่มนี้มีทางเลือกในชีวิตแล้วไปส่งเสริมระบบสุขภาพของประเทศ ไม่เฉพาะเพียงเรื่องบริการรักษา แต่อาจเติมเต็มในเรื่องอื่นได้ เช่น การมีสุขภาพดี  การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค หรือเป็นแพทย์ที่ทำงานให้ประเทศไทยหรือต่างชาติได้ ก็จะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ให้โอกาสคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาเลือกเรียนและไม่ต้องไปใช้ทุนในระบบแบบถูกบังคับ 

“ตอนนี้แต่ละปีมีเด็กไทยไปเรียนแพทย์ในต่างประเทศปีละหลายร้อยคน ซึ่งคณะแพทย์ ม.เอกชนไทยในปัจจุบัน รับได้ราวแห่งละ 50 คนต่อปี  เมื่อเปิดเพิ่มแล้วให้เด็กกลุ่มนี้เรียนแพทย์ในบ้านตัวเอง จบแล้วก็น่าจะทำงานในไทยมากกว่าไปต่างประเทศ ทำให้ไม่สูญเสียทรัพยากรกลุ่มนี้ไป ม.เอกชนจึงสนใจเข้ามาร่วมผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้น”ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์กล่าว 

เข้มงวดคุณภาพมาตรฐาน

เรื่องของคุณภาพ ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์ กล่าวว่า แพทยสภาและหน่วยงานกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ทุกอย่างเข้มงวดและมีหลักเกณฑ์แน่นอนชัดเจน ระดับนานาชาติ ทำให้ยกระดับโรงเรียนแพทย์ไทยขึ้นมามาก โดยมีการเน้นเรื่องคุณภาพของอาจารย์แพทย์ ต้องถูกบ่มเพาะว่ามีความเป็นครูด้วยหลักการทางแพทยศาสตร์ศึกษา

เพราะฉะนั้น สถาบันการศึกษาแห่งใดจะเปิดแล้วไม่มีอาจารย์ที่มีความรู้ทางแพทยศาสตร์ศึกษา ไม่พัฒนาอาจารย์แพทย์ โอกาสจะได้รับการรับรองหลักสูตรให้เปิดคณะแพทย์ใหม่ เป็น 0 %

“การเตรียมเพื่อเปิดคณะแพทย์ใหม่ในประเทศไทย มีความเข้มงวดในเรื่องคุณภาพสูงมาก เป็นซัพพลายที่สำคัญมาก ที่จะทำให้เราเริ่มต้นบัณฑิตแพทย์ที่ดีและต่อไปเป็นแพทย์เฉพาะทางที่ดี ดังนั้น ไม่ใช่ใครคิดจะเปิดก็เปิดได้ ต้องมีขั้นตอนการตรวจรับรองอย่างเข้มงวดมากๆ”ศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์กล่าว