วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ไทยขาดแคลน 'เทอราปิส' 70,000 เร่งปั้นกำลังคนรับ 'เวลเนสอีโคโนมี' อัปรายได้หลักแสน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรม เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือ Thai Wellness Therapist Program  เพื่อยกระดับวิชาชีพด้านนวดไทยสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนส (Wellness Specialist) ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจประเทศ และขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติอย่างยั่งยืน ระหว่าง  5 องค์กร ได้แก่   

  • กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด
  • และสมาคมสปาไทย

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเป็นประธานและสักขีพยานพิธีลงนามความร่วมมือว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและบริการสุขภาพครบวงจร โดยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

มุ่งยกระดับการแพทย์แผนไทย นวดไทย และสมุนไพรไทย ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการต่อยอดสู่ตลาดสากล เพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ปัจจุบันเศรษฐกิจเวลเนสของประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 4.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ในปี 2567 เป็นอันดับที่ 24 ของโลก ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นอันดับที่ 15 ของโลก 

"ตลาดยังมีการเติบโตอย่างมากต่อเนื่อง แต่เรายังขาดแคลนบุคลากรด้านการบำบัดกว่า 70,000 คน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูง”นายพัฒนากล่าว  

การผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนในครั้งนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับวิชาชีพด้านนวดไทยและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ที่เป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” และเป็นจุดแข็งของประเทศ สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนส เพื่อช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจประเทศ และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

อัปรายได้เทอราปิสแตะหลักแสน

ด้านดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า จากความร่วมมือครั้งนี้ 5 หน่วยงานจะร่วมกันสร้าง “ระบบนิเวศกำลังคนเวลเนสไทย” ที่ครบวงจร ตั้งแต่การจัดการศึกษา การรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงการจ้างงาน ซึ่งเมื่อผ่านหลักสูตรนี้เชื่อว่ารายได้ของเทอราปิสที่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจ Wellness ระดับโลกภายใต้มาตรฐานนี้ สามารถขยับขึ้นไปได้ถึงระดับหลักแสนบาทต่อเดือน

โดยพัฒนาหลักสูตรเทอราปิสด้านเวลเนสไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ขับเคลื่อนสู่การเป็น Global Wellness Hub อย่างยั่งยืน รวมทั้ง สร้างระบบรับรองดิจิทัลและฐานข้อมูลกลางของบุคลากรเวลเนสที่มีมาตรฐาน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี

ไทยขาดแคลน 'เทอราปิส' 70,000  เร่งปั้นกำลังคนรับ 'เวลเนสอีโคโนมี' อัปรายได้หลักแสน

ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ จะรับผิดชอบการพัฒนามาตรฐานและกรอบหลักสูตรกลางสำหรับการรับรองบุคลากรเวลเนส จัดทำและดูแลระบบรับรองวิทยฐานะแบบดิจิทัล ตลอดจนพัฒนาระบบทะเบียนกลางและกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพในระดับประเทศ

นายพีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รับผิดชอบการพัฒนาความเป็นเลิศด้านบริการ เน้นทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษเฉพาะทาง บุคลิกภาพ และจิตวิทยาการบริการระดับ 5 ดาว พัฒนานวัตกรรมธุรกิจร่วมกับภาคอุตสาหกรรม

ออกแบบโปรแกรมเวลเนสที่มีความคิดสร้างสรรค์และตอบโจทย์แนวโน้มการตลาดโลก ตลอดจนบ่มเพาะผู้ประกอบการ จัดทำโปรแกรมพัฒนาทักษะการบริหารจัดการธุรกิจเวลเนส สำหรับเทอราปิสที่ต้องการ     ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้างานหรือเจ้าของกิจการ

"ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน คาดว่าจะต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรให้ได้อีกหนึ่งเท่าตัวจากตัวเลขที่ขาดอยู่ เพื่อรองรับนโยบายการเป็น Wellness Hub ของประเทศ โดยหลักสูตรที่ใช้ 900 ชั่วโมงเน้นความเข้มข้น มีการบูรณาการความรู้จากหลายคณะ ทั้งแพทย์แผนไทย การแพทย์บูรณาการ พยาบาล เทคนิคการแพทย์ คอสเมติก และวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อสร้างบุคลากรที่แข็งแกร่งจริงๆ"

ใช้วิทยาศาสตร์การแพทย์ยกระดับนวดไทย

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส พร้อมสนับสนุนพื้นที่ องค์ความรู้ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานจริงสำหรับนักศึกษาและเทอราปิสภายใต้โครงการ ตลอดจนร่วมเชื่อมโยงโอกาสการจ้างงานให้กับผู้สำเร็จการศึกษาหรือผู้ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานของหลักสูตร

นอกจากนี้ กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส ยังจะร่วมพัฒนาและยกระดับหลักสูตรผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีทางการแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Medicine) และความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อให้หลักสูตรมีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม และตอบโจทย์มาตรฐานระดับสากล

ไทยขาดแคลน 'เทอราปิส' 70,000  เร่งปั้นกำลังคนรับ 'เวลเนสอีโคโนมี' อัปรายได้หลักแสน

ทั้งนี้ การร่วมมือเน้นการนำ "Scientific Wellness" หรือการดูแลสุขภาพที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์รองรับมายกระดับการนวดไทยที่เป็นสมบัติชาติอยู่แล้ว ทาง BDMS จะเข้ามาช่วยอบรมโดยนำความรู้ทางการแพทย์มาเสริม เพื่อให้ระบุได้ชัดเจนว่าการนวดช่วยป้องกันการบาดเจ็บหรือส่งเสริมสุขภาพตามหลักการแพทย์ได้อย่างไร

เป้าไทยเป็น Wellness Hub of the World

“เป้าหมาย คือ การทำให้ประเทศไทยเป็น Wellness Hub of the World ที่คนทั่วโลกอยากมาดูแลสุขภาพ โดยสื่อสารกันด้วยภาษาทางวิทยาศาสตร์ที่มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ความรู้ดั้งเดิมให้ทันสมัยและจับต้องได้มากขึ้น”นพ.ตนุพลกล่าว 

นพ.ตนุพล กล่าวอีกว่า แม้โลกจะมีเทรนด์เรื่อง AI หรือเทคโนโลยีต่างๆ แต่ในที่สุดแล้วคุณค่าที่สูงมากจริงๆ คือ "คน" หรือทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งไทยสามารถใช้ Soft Power และ Soft Skill ตรงนี้มายกระดับเศรษฐกิจได้ ที่ผ่านมาเราอาจจะใช้แรงงานเยอะแต่ได้รายได้น้อยเกินไป การพัฒนาเป็น Scientific Wellness จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงให้เข้าประเทศมากขึ้น และจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในอนาคต

ผู้ประกอบการพร้อมเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติ

นายกรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ต กล่าวว่า บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด พร้อมสนับสนุนพื้นที่และทรัพยากรสำหรับเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานจริงของนักศึกษาและเทอราปิส รวมถึงส่งเสริมการจ้างงานบุคลากรที่ผ่านการรับรอง โดยมี ชีวาศรม อะคาเดมี่ (หน่วยงานในเครือ) ร่วมนำข้อมูลเชิงลึกและสะท้อนความต้องการของตลาดแรงงานไปพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้อย่างตรงจุด

นายสุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย กล่าวว่า สมาคมสปาไทย รับผิดชอบการประสานเครือข่ายผู้ประกอบการสปาและเวลเนสเพื่อสนับสนุนสถานที่ฝึกปฏิบัติงานจริง และสะท้อนข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาหลักสูตร สนับสนุนการเชื่อมโยงการจ้างงาน

โดยประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงาน โอกาสฝึกงาน และบุคลากรที่ผ่านการรับรองจากโครงการแก่สถานประกอบการในเครือข่าย และสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบรับรองวิทยฐานะแบบดิจิทัล ตลอดจนร่วมติดตามประเมินผล เพื่อพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับการใช้งานของภาคอุตสาหกรรม