เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2569 ที่แพทยสภา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวในการเสวนา เรื่อง “การเปิดคณะแพทย์แห่งใหม่ ทางออกแก้ปัญหาแพทย์ไทยจริงหรือ?” จัดโดยแพทยสภาว่า ในการประชุมสภานโยบายอุดมศึกษาที่มีการศึกษามาพอสมควรเรื่องเกี่ยวกับทุนการสนับสนุนแพทย์ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)กำลังจะหมด
จำเป็นต้องทำกรอบสนับสนุนทุนเรื่องนี้ไว้ก่อนเพื่อไม่ให้มีช่องว่างช่วงรอยต่อ จึงให้มีการสนับสนุนทุนผลิตแพทย์ของกสพท.ต่อเป็นเวลา 10 ปี โดยพิจารณาจากเรื่องปริมาณแพทย์ที่เกษียณ และแพทย์ที่ผลิตใหม่ ซึ่งอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าจะเปิดโรงเรียนแพทย์ใหม่
ไม่ได้พูดถึงการเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ในการประชุมสภานโยบายอุดมศึกษาดังกล่าว ไม่ได้พูดถึงการเปิดโรงเรียนแพทย์ใหม่ แต่เรื่องการเปิดหลักสูตรใหม่ สป.อว.จะดูแลหลักสูตรร่วมกับแพทยสภา โดยคำนึงคุณภาพเป็นหลัก แม้ สป.อว.จะเห็นว่าผ่านได้ ก็จำเป็นต้องผ่านแพทยสภาอนุมัติ จึงจะเปิดหลักสูตรได้ เพราะการประกอบวิชาชีพสำคัญมากในเชิงปฏิบัติ”ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องการใช้ทุนของแพทย์ในหน่วยงานต่างๆ และการกระจายแพทย์ ก็มีการพูดกันมากว่า หากมีโรงเรียนแพทย์นอกจากพื้นที่กรุงเทพฯ โดยอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ แนวโน้มแพทย์ทำงานในพื้นที่จะมีมากขึ้นหรือไม่ ทำให้คนอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า อว.จะไปเปิดโรงเรียนแพทย์ในที่ต่างๆ ซึ่งสิ่งที่อว.จะสนับสนุน คือ โอกาสในการผลิต แต่การจะผลิตอย่างไรเป็นการหารือร่วมระหว่างทีมจัดทำหลักสูตรและแพทยสภา แต่จะไม่ลดเกณฑ์คุณภาพ
หลักสูตรแพทย์ควรมีความหลากหลาย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า รัฐมีนโยบายสนับสนุน Wellness Economy หรือเศรษฐกิจเวลเนส เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งวิทยาการทางการแพทย์และสาธารณสุขของโลก โดยจะต่อยอดจากความแข็งแกร่งด้านบริการทางการแพทย์( Medical Service) ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ
เช่น ยาเทคนิคใหม่ การผ่าตัดด้วยเทคนิคทันสมัย การใช้ AI และข้อมูลจีโนมิกส์(Genomic) ตลอดจนการผลิตเครื่องมือแพทย์แบบสวมใส่( Wearable Sensor) และการพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการผลิตแพทย์ที่สามารถรองรับองคาพยพใหม่ ๆ เหล่านี้ได้
“ผมไม่เคยบอกว่าจะมีการเปิดคณะแพทย์แห่งใหม่ แต่หลักสูตรแพทยศาสตร์ในอนาคตอาจต้องมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น การเรียนแพทย์ควบคู่กับ AI หรือ การเรียนแพทย์ควบคู่วิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภัยคุกคามใหม่ ๆ ได้”ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงประเด็นที่ว่าหลักสูตรแพทย์ควรมีความหลากหลาย จะต้องเปิดคณะแพทย์ใหม่หรือผลิตในคณะแพทย์เดิมว่า วันนี้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพและการเปิดคณะแพทย์หรือเปิดหลักสูตรแพทย์ ซึ่งความจริงมีการทำเรื่องนี้อยู่แล้วจากการสนับสนุนทุนในการผลิตแพทย์โดยรัฐบาลพยายามทำให้กรอบเรื่องนี้ไม่ยึดติด
“สิ่งที่เน้นย้ำคือเรื่องคุณภาพ ทั้งเรื่องหลักสูตรและคุณภาพทางวิชาชีพ ซึ่งมองทั้งเรื่องการผลิตและความต้องการ จำเป็นต้องมีความสมดุลโดยมองประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งทางแพทยสภาดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะมีแพทย์ที่ผลิตออกมามีคุณภาพมาตรฐาน”ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
มรภ.เปิดคณะแพทย์ใหม่เป็นสิทธิ
เมื่อถามว่ามีนโยบายอย่างไรหากกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)จะเปิดคณะแพทย์ใหม่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การเปิดคณะแพทย์เป็นสิทธิของทุกสถาบันที่มีความพร้อม แต่ต้องเน้นเรื่องการควบคุมคุณภาพของหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ที่ออกมา
ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิเปิด โดยเรื่องคุณภาพนั้น อว.และแพทยสภา มีการหารือร่วมกันอยู่แล้ว เพื่อส่งมอบแพทย์ที่มีคุณภาพที่ดี โดยกระทรวงอว. พร้อมสนับสนุนทั้งหมดเพื่อให้สถาบันการการศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ผลิตแพทย์ออกมาให้ได้คุณภาพเพื่อประชาชน
ถามกรณีการผลิตออกมาแต่ขาดการคงอยู่ในระบบภาครัฐ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ในการบูรณาการ ทั้งกระทรวงอว.และกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐและเอกชน รวมถึงอัตรากำลัง และการกระจายตัวแพทย์ ซึ่งโปรแกรมที่จะมีการกระจายแพทย์จะต้องมีการพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆร่วมกัน
Blueprint ความเป็นเลิศทางการแพทย์ไทย
ยังมีการพูดคุยกันถึงความสามารถของแพทย์เฉพาะทางที่จะส่งไปยังแต่ละพื้นที่ หรือการใช้เทเลเมดิซีน ,เศรษฐกิจเวลเนส ,จีโนมิกส์ ,การรักษาขั้นสูง ,รักษาโรคมะเร็ง หรือโรคเกี่ยวกับผู้สูงอายุ
"จะมีการพูดคุยแผนระยะยาว โดยทำเป็น Blueprint ดูความเป็นเลิศทางการแพทย์ของประเทศไทยเป็นหลัก พร้อมพิจารณาถึงกลไกการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งจะทำงานกับแพทยสภา และกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา กล่าวว่า ทุกสถาบันที่จะเปิดคณะแพทยศาสตร์ จะต้องผ่านการพิจารณาหลักสูตรจากแพทยสภา ทั้งหมด ซึ่งมีการตรวจสอบตามขั้นตอนจำนวนมาก เพื่อรักษามาตรฐาน และแม้จะผ่านเกณฑ์สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ (สมพ.) แล้ว หากแพทยสภายังเห็นว่า ไม่เพียงพอ ก็จะลงพื้นที่ตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้มีรายงานมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)หลายแห่งมีทิศทางที่อาจจะเปิดคณะแพทย์ใหม่ โดยบางมหาวิทยาลัยนั้น สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องนี้แล้ว จึงนำมาสู่การถกเถียงในสังคมว่า "ควรมีการเปิดคณะแพทย์ใหม่"เพิ่มขึ้นหรือไม่ และการเปิดนั้นจะสามารถแก้ปัญหาระบบสาธารณสุขของประเทศได้หรือไม่
ทั้งนี้ เป็นคนละส่วนกับที่สภานโยบายอุดมศึกษาเห็นชอบให้ขยายเวลาการสนับสนุนทุนการผลิตแพทย์ของกสพท.(เป็นคณะแพทยศาสตร์เดิม)ไปอีก 10 ปี ภายใต้กรอบการผลิต 22,000 คน ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งที่ศ.ดร.ยศชนัน โพสต์ในเฟซบุ๊ก จนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าจะให้มีการเปิดคณะแพทย์ใหม่


