วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

'โปรดักส์สมุนไพรไทย' มูลค่า 45,000 ล้าน ลุยเจาะตลาด 'สัตว์เลี้ยง- T-Beauty'

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข มีการแถลงข่าว เปิดตัวงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23”นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า   ปัจจุบันเศรษฐกิจสุขภาพของโลกมีมูลค่าถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือราว 222 ล้านล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือ 1.39 ล้านล้านบาท อยู่อันดับที่ 24 ของโลก เฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทยมีมูลค่ากว่า  45,882 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของไทยในการนำทุนทางภูมิปัญญาและความหลากหลายทางชีวภาพมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

“เป้าหมายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข คือ การยกระดับการแพทย์แผนไทย จากการเป็นทางเลือก สู่การเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบสุขภาพไทย  โดยบูรณาการองค์ความรู้ดั้งเดิม  เข้ากับองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่อย่างเหมาะสม เพื่อให้การแพทย์แผนไทยมีบทบาท ในการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศ นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็ง และความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศไทยในเวทีโลก”นายพัฒนากล่าว 

ปี 2569 ขับเคลื่อน 4 เรื่อง

สำหรับปี 2569 หนึ่งใน 7 นโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขภายใต้กรอบ “MOPH PLUS+” คือ  การส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ สร้างรายได้ โดยมุ่งยกระดับ “ภูมิปัญญาไทย สู่เศรษฐกิจสุขภาพ” ผ่านการพัฒนาการแพทย์แผนไทย สมุนไพร และการใช้กัญชาทางการแพทย์ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อน

1. ยกระดับสมุนไพรไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง  ส่งเสริมสมุนไพรไทย ที่มีศักยภาพ  เช่น ขมิ้นชัน ไพล และกระชายดำ ให้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ คุณภาพสูงที่ได้มาตรฐานพร้อมแข่งขันและส่งออกสู่ตลาดโลก เพราะยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 2. สนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระบบบริการสุขภาพ  เดินหน้าพัฒนาศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในภูมิภาคต่างๆ  เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพ  ที่มีคุณภาพแก่ประชาชน /ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และเสริมทางเลือกในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

3. ผลักดันการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน  สนับสนุนการใช้ ยาสมุนไพร ในภาวะโรคที่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับและเป็นไปตาม แนวทางเวชปฏิบัติ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษา ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ  เสริมสร้างความมั่นคงทางยา  และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร

 4. ส่งเสริม “เมืองสมุนไพร”และเศรษฐกิจสุขภาพระดับชุมชน ต่อยอดศักยภาพของพื้นที่และภูมิปัญญาท้องถิ่น /เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพในระดับชุมชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งแต่ฐานราก

เศรษฐกิจสมุนไพรไทยยังมี New S-Curve เติบโต

สิ่งที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะผลักดันเพิ่มเติมในการวิจัยเชิงลึกที่จะนำไปสู่การเป็นเวชสำอาง ส่วนผสมที่อยู่ในยาแผนไทยและยาแผนปัจจุบัน จะเป็นการเพิ่มศักยภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสมุนไพรไทย โดยจะเข้าไปดูตั้งแต่ต้นน้ำ  เกษตรกรผู้ปลูก คุณภาพในการปลูก การสกัด การปรุง ให้สามารถเข้าสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ

“เศรษฐกิจของสมุนไพรไทยยังมี New S-Curve ที่จะเติบโตได้ จากปัจจุบันที่มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทยอยู่ที่กว่า 45,000 ล้านบาท  อัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับ 2 หลักต่อปี แต่จะต้องทำให้เติบโตมากขึ้นไปอีก”นายพัฒนากล่าว 

สมุนไพรสัตว์เลี้ยง- T-Beauty ตลาดโตสูง

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผ่านมาเป็นส่วนของยาและอาหารเสริมที่ใช้ภายในประเทศ หากสามารถเจาะตลาดเข้าไปในกลุ่มคอสเมติก เวชสำอาง (T-Beauty) หรือส่วนผสม สารสกัดที่อยู่ในยาแผนไทย หรือยาแผนปัจจุบัน จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีหลายหมื่นล้าน เพราะมูลค่าของยาแผนปัจจุบันทั่วโลกหลายแสนล้านบาทมาก

“ทิศทางสมุนไพรในตลาดทีบิวตี้และสัตว์เลี้ยง มีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของสัตว์เลี้ยงที่คนไทยมีอัตราเด็กเกิดใหม่ค่อนข้างน้อย จึงมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูแลให้ได้สิ่งดีๆ เพราะฉะนั้น ตลาดเรื่องสัตว์เลี้ยงยังมีโอกาสเติบโตที่ค่อนข้างสูง และเป็นเซ็กเมนต์ที่ประชาชนพร้อมควักเงินจากกระเป๋ามาใช้จ่ายเรื่องนี้ จึงเป็นอีกน่านน้ำหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปสู่ตลาดนี้ได้”นายพัฒนา กล่าว   

รุกวิจัยขั้นสูงสู่ยาแผนปัจจุบัน

นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า  ขณะนี้ได้มีการหารือร่วมกับสถาบันการศึกษาที่มีการวิจัยในเชิงลึกที่เข้มข้นและมีความพร้อมในการนำบทวิจัยมาพัฒนาเป็นสินค้าและบริการได้  โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยมีกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เป็นแม่งาน มีเป้าหมายในเรื่องสมุนไพร ตั้งแต่เกษตรกรให้สกัดและผลิตออกมาเป็นยาแผนปัจจุบันหรือส่วนผสมของยาแผนปัจจุบันให้ได้ แต่เทคโนโลยีในการปลูก การควบคุมคุณภาพจะต้องสูงขึ้น โดยต้องพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นเกษตรกรไปพร้อมกันด้วย

'โปรดักส์สมุนไพรไทย' มูลค่า 45,000 ล้าน ลุยเจาะตลาด 'สัตว์เลี้ยง- T-Beauty'

“สมุนไพรไทยบางชนิดสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบหรือสารสกัด เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่างๆได้ หากสามารถวิจัยไปถึงระดับนั้นก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกรได้อย่างมาก”นายพัฒนากล่าว   

พุ่งเป้าสู่ธุรกิจเวลเนส

ขณะที่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดสธ. กล่าวว่า ประเทศไทยมีต้นทุนที่ดีทั้งด้านสมุนไพร และการดูแลสุขภาพแบบสมดุล สอดรับกับกระแส Wellness โลกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงวางกรอบการขับเคลื่อนผ่าน  3 เสาหลัก ได้แก่ การเชิดชูภูมิปัญญาไทย โดยการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่, การต่อยอดสู่เศรษฐกิจใหม่ ผ่านการพัฒนาสมุนไพร รวมถึงธุรกิจเวลเนส ให้เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่แข่งขันได้ในระดับสากลและการผลักดันการส่งออกผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพไทยให้แข่งขันได้ในเวทีสากล

นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การจัดงานปีนี้ กรมแพทย์แผนไทยฯ จะปรับอย่างน้อย 3 เรื่อง 1.เดิมโฟกัสไปที่งานการทำสมุนไพรเพื่อเป็นยาอย่างเดียวทำให้มีมูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 45,000 ล้านบาทเท่านั้น ปีนี้จะขยาย scope ของสมุนไพรไปในอีก 3 ด้าน คือ 1.ยากลุ่มเฉพาะราย

2.จะขยายเรื่องความงาม T-Beauty ทั้งน้ำหอม กลิ่น เป็นอีกพื้นที่ที่เชื่อว่าจะสามารถทำให้เกิดมูลค่าได้อย่างมหาศาล 3.เรื่องอาหารเสริม เครื่องดื่ม เป็นตลาดใหญ่มหาศาลเหมือนกัน 4.เรื่องอาหารและยาสัตว์ เป็นเรื่องที่คนสนใจมากเช่นกัน  5.เรื่อง “Farm  to Factory” ที่จะโปรโมทให้พี่น้องเกษตรกรสามารถปลูกสมุนไพร เปลี่ยนจากพืชที่ราคาถูกไปสู่พืชที่มีมูลค่าสูง และ6.โซนการจับคู่ธุรกิจ พยายามจะจับคู่ธุรกิจให้ได้อย่างน้อย 200 คู่ค้า

 “เมื่อประสานกับพื้นที่ที่ขยายตลาดใหม่ ทั้งด้านสัตว์เลี้ยง อาหารเสริม และความงาม เชื่อว่าจะทำให้เกษตรกรมีโอกาสมากขึ้นในการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้ได้มูลค่ามากขึ้น”นพ.พงศธรกล่าว   

อนึ่ง  การจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารอิมแพ็ค ฮอลล์ 11 – 12 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 300,000 คน ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online จะมีเงินสะพัดมากกว่า 200 ล้านบาท จากการจับจ่ายใช้สอยภายในงาน และการจับคู่เจรจาธุรกิจกว่า 200 คู่ค้า