วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

อย. ยกเว้นค่าใช้จ่าย ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบัน-สมุนไพร 6 เดือน

อย. ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการพิจารณาอนุญาตบางรายการ แก่ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบัน-ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นระยะเวลา 6 เดือน ภาคเอกชนชี้ส่งผลเชิงบวกต่อ SME ช่วยออกตำรับใหม่มีคุณภาพมากขึ้น วอนรพ.รัฐจ่ายค่ายาตรงเวลา เติมสภาพคล่องภาคธุรกิจ

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ การขนส่ง วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการด้านยาในพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ผลักดันมาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สุขภาพเช่นเดิม

บรรเทาค่าใช่จ่าย 6 เดือน

สำหรับมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย. ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขยกเว้นค่าใช้จ่ายในการพิจารณาอนุญาตบางรายการเป็นระยะเวลา 6 เดือน แก่ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อช่วยลดต้นทุนและบรรเทาผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร มีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม – 22 พฤศจิกายน 2569 และผลิตภัณฑ์ยา มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน – 19 ธันวาคม 2569

ขณะนี้ มีคำขออนุญาตที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรการดังกล่าวแล้ว 943 คำขอ จากผู้ประกอบการ 136 ราย รวมจำนวนเงินที่ได้ลดหย่อนไปแล้ว 1,114,200 บาท และคาดว่าส่วนของยาแผนปัจจุบันจะลดหย่อนได้กว่า 30 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน อย. ยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านขายยาและผู้ประกอบการด้านยาในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยยกเว้นค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับการต่ออายุใบอนุญาตและการตรวจประเมินสถานประกอบการ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นฟูและกลับมาดำเนินกิจการได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านค่าใช้จ่ายในการอนุญาตยา เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายาในประเทศ โดยยกเว้นค่าใช้จ่ายสำหรับตำรับยาที่วิจัยและพัฒนาภายในประเทศโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหากำไร รวมถึงปรับปรุงแนวทางการจัดเก็บค่าใช้จ่ายกรณีการควบรวมกิจการที่เป็นเพียงการแก้ไขข้อมูลเชิงธุรการ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการประเมินด้านวิชาการ คุณภาพ ประสิทธิภาพ หรือความปลอดภัยของยา เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยาไทย

“มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบที่ผู้ประกอบการเผชิญจากสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ช่วยลดภาระต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”ภญ.สุภัทรากล่าว  

ขอรพ.จ่ายค่ายาตรงเวลา

ด้านภญ.ลลนา เสตสุบรรณ นายกสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน สะท้อนว่า  ปัจจุบันผู้ผลิตต้องเผชิญกับราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงคราม แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคายาได้เพราะมีสัญญากับโรงพยาบาลไว้แล้ว อีกทั้ง โรงพยาบาลมักสั่งยาในปริมาณมากเพราะกังวลเรื่องยาขาดแคลน ทำให้ผู้ผลิตต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และต้องขยายคลังสินค้าเพื่อตุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เช่น อะลูมิเนียม จากต่างประเทศ จึงขอให้ภาครัฐช่วยเร่งรัดให้โรงพยาบาล จ่ายเงินค่าซื้อยาให้ตรงเวลา อย่างน้อยภายใน 3 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินหมุนเวียนและไม่ต้องไปกู้ยืมธนาคารมาใช้จ่ายในสภาวะที่ค่าขนส่งและราคาน้ำมันแพงขึ้น

ส่งผลเชิงบวกต่อ SME สมุนไพร

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ  ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิตสมุนไพรประมาณ 700 ราย ยังยื่นคำขอตามโครงการนี้เพียง 100 ราย จึงมองว่ามาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมรายอื่น ๆ ได้อีกมาก ซึ่งการลดค่าธรรมเนียมช่วยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มสมุนไพรที่เป็น SME ทำให้มีกำลังใจยื่นจดทะเบียนตำรับยาใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพมากขึ้น

“สนับสนุนให้ อย. ปราบปรามผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือใส่สารต้องห้ามอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และอให้ อย. เข้มงวดกับ การใช้ อวตาร(AI) ในการโฆษณาเกินจริงที่ระบุตัวตนไม่ได้ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมและผู้บริโภค”นายสิทธิชัยกล่าว