จากกรณีที่มีผู้นำผลิตภัณฑ์ “โปรตีนอกไก่ปั่น” ส่งตรวจในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์(ห้องแล็บ) ผลวิเคราะห์พบว่า “โปรตีนตกฉลาก” โดยปริมาณโปรตีนต่ำกว่าที่แสดงบนฉลาก มีทั้งที่ตกฉลากแต่อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และตกฉลากและต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อีกทั้ง ผลวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลมีผลิตภัณฑ์ที่น้ำตาลเกินฉลาก และต่ำกว่าฉลาก และมีการเปิดเผยยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ จนสร้างความวิตกกังวลต่อผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาบริโภค
ตลาดเครื่องดื่มกล่าวอ้างโปรตีนมูลค่ากว่า 5,302 ล้าน
ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนสูงเพื่อการดูแลสุขภาพ ทำให้ข้อมูลบนฉลากอาหารมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อและวางแผนด้านโภชนาการ หากมีการแสดงข้อมูลปริมาณโปรตีนที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนและไม่บรรลุเป้าหมายด้านโภชนาการตามที่คาดหวัง แม้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายโดยตรง แต่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความเป็นธรรมทางการค้า เนื่องจากผู้ประกอบการที่ลงทุนควบคุมคุณภาพและดำเนินการอย่างถูกต้องอาจเสียเปรียบในการแข่งขัน
ปี 2568 ตลาดเครื่องดื่มที่มีการกล่าวอ้างด้านโปรตีนในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 5,302 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การกล่าวอ้างด้านโปรตีนยังเป็นหนึ่งในข้อมูลทางโภชนาการที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มากที่สุด จึงมีความจำเป็นที่ข้อมูลดังกล่าวจะต้องมีความถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ การแสดงข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องจึงไม่เพียงเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มีการเชิญผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารที่กล่าวอ้างปริมาณโปรตีนบนฉลากและการโฆษณา ทุกผลิตภัณฑ์ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอกไก่ปั่นโปรตีน รวมถึง ผู้ประกอบการห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์(ห้องแล็บ) และอินฟลูเอ็นเซอร์ นักสื่อสารการตลาด มาชี้แจงทำความเข้าใจมาตรการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมแบบออนไซต์ประมาณ 130 รายและออนไลน์กว่า 300 ราย
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ติดตามและมอนิเตอร์เรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของการตรวจสอบผลิตภัณฑ์กล่าวอ้างปริมาณโปรตีน ฉลากและโฆษณา รวมถึง สุ่มนําตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ ในทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอกไก่ปั่นโปรตีน
ผลิตภัณฑ์เติมโปรตีนยังไม่ทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย
ผลตรวจวิเคราะห์มีหลากหลายเลย บางครั้งอาจจะมีค่าที่ต่ำกว่าที่แสดงว่าฉลากพอสมควร หรือบางอันก็จะคลาดเคลื่อน อย่างเช่น ค่าโปรตีนได้แต่ไขมันไม่ได้ ไขมันได้โปรตีนไม่ได้ ซึ่งอย.ก็วิเคราะห์หาสาเหตุ และมีการเชิญผู้ประกอบการแต่ละรายไปมาดำเนินการตามกฎหมายตามความเสี่ยงของปัญหา และให้เวลาในการปรับปรุงแก้ไข แล้วก็จะดําเนินการตรวจสอบโดยละเอียดและดําเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผลของการตรวจวิเคราะห์โดย อย. จะแยกแยะได้ว่าส่วนที่ทำผิดมีความผิดเป็นลักษณะไหนอย่างไร โดยอย.จะคุยผู้ประกอบการเป็นรายไป แต่กรณีที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตกมาก เจตนาที่จะทําผิดกฎหมาย อย.จะเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ ขณะนี้อย.มีผลิตภัณฑ์ที่สอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด
“ขณะนี้ยืนยันว่าสถานการณ์ผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างปริมาณโปรตีนยังไม่รุนแรง จนกระทั่งทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายหรือได้รับความเดือดร้อน คาดหวังว่านับจากวันนี้ไป ผู้ประกอบการจะรับรู้ รับทราบ แล้วก็เข้าใจว่าจะทําอย่างไรที่ถูกต้องตามกฎหมาย”ภญ.สุภัทรากล่าว
ผลในโซเชียลฯ ไม่ใช่ทางการของอย.
ถามย้ำว่าแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่มีการเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียกว่าตกฉลาก อย.มีการตรวจสอบแล้วหรือไม่ ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า อย.สุ่มตรวจทุกแบรนด์ ทั้งที่ปรากฏในข่าวและไม่ปรากฏในข่าว และทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างเรื่องโปรตีน
ส่วนผลตรวจวิเคราะห์ที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ไม่ได้เป็นผลการตรวจวิเคราะห์จากทางการของอย. ซึ่งหน่วยตรวจวิเคราะห์ที่แสดงผลตรวจสําคัญมาก แล็บที่ทำการตรวจสําคัญตั้งแต่การเตรียมตัวอย่างเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องหรือไม่ มาตรฐานการตรวจวิเคราะห์อย่างเช่น แล็บนี้อาจจะใช้มาตรฐานแบบนึงอีกแล็บใช้อีกมาตรฐาน เพราะว่าเป็นการคํานวณตัวเลขเวลาตรวจวิเคราะห์ ถ้าผิดพลาดนิดเดียวก็จะทําให้ตัวเลขเบี่ยงเบนไป จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อย.จึงต้องจูนให้ทุกภาคส่วนเข้าใจในเรื่องของมาตรฐานวิธีการให้ตรงกันเพื่อดําเนินการเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน
ภญ.สภัทรา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันคนไทยทุกกลุ่มวัยสนใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพ เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีบทบาทมากขึ้นในการที่ช่วยเสริมปริมาณสารอาหารที่อาจจะได้รับน้อยในชีวิตประจําวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทําให้คนดูแลสุขภาพ ซึ่งผู้ผลิตและจําหน่ายจะต้องดูแลควบคุมเรื่องมาตรฐาน และเป็นเรื่องดีที่ภาคธุรกิจและทุกภาคส่วนร่วมกันสอดส่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเรื่องของวิธีการในการตรวจวิเคราะห์มีมาตรฐานดำเนินการ จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และคิดว่าผู้ประกอบที่มายื่นขอขออนุญาตกับอย.ก็คาดหวังว่าตัวเองจะทําถูกกฎหมาย คาดหวังว่าตัวเองจะทําของที่ดีให้กับผู้บริโภค แต่ถ้ามีผู้ประกอบการที่ไม่หวังดี หวังกําไรเกินควร เอาเปรียบผู้บริโภค ทำผิดกฎหมาย อย.ก็จะดําเนินการตามกฎหมาย
ปัจจัยทำให้ตกฉลาก
โปรตีนเป็นสารอาหารที่อย.อนุญาตให้ใส่ลงไปได้ เพราะฉะนั้น การแสดงฉลากของสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต มีเหตุและปัจจัยที่ทําให้ค่าที่ออกมาไม่ตรงกับที่แสดงฉลากได้หลายอย่าง ตั้งแต่
1.) การจัดหาวัตถุดิบ วัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ละล็อตแต่ละครั้งที่นําเข้ามาผลิตอาจจะมีปริมาณสารอาหารไม่เป็นไปตามที่วางสเปคไว้ เช่น ล็อตนี้โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ ล็อตนี้ไขมันต่ำโปรตีนสูง นะก็อาจจะเกิดขึ้นได้นะคะ
2.) วิธีการคํานวณ ซึ่งค่าโปรตีนไม่ได้คํานวณแบบตรงไปตรงมา อาจจะต้องคํานวณจากค่าไนโตรเจน เป็นต้น
3.) อาจจะเกิดความจงใจ เนื่องจากต้นทุนการผลิต หรือราคาวัตถุดิบบางตัวที่สูง ก็คิดว่าจะนําวัตถุดิบอื่นมาใช้แทน กรณีจงใจทำผิดในเรื่องโปรตีน เช่น สมมติขึ้นทะเบียนว่าใส่นม แต่วัตถุดิบนมแพงมาก ช่วงนี้ช็อตเทรดเกิดไปเอานมผงหรือกรดอะมิโนบางตัวมาใส่แทน ทําให้ค่าเปลี่ยนไป
ระดับความผิด หากไม่ตรงฉลาก
ภญ.สุภัทรา กล่าวอีกว่า อย.มีการกํากับดูแลโดยมาตรฐานสากล พร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดี จัดการกับคนไม่ดี และดูแลคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและคุ้มค่าสมประโยชน์กับที่ต้องการ โดยเฉพาะการเอาผิดในกรณีที่มีการจงใจทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ การใส่โปรตีนไม่ครบแล้วตกมาตรฐานและการดำเนินการตามกฎหมาย อย.จะมีระดับของการตรวจสอบ
- ใส่น้อยกว่าที่ขอขึ้นทะเบียนไว้มาก ลักษณะนี้จะเป็นอาหารปลอม ก็จะต้องเร่งดําเนินการจัดการ โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี ปรับตั้งแต่5,000- 1 แสนบาท
- แต่ถ้าเกิดว่าค่าเหวี่ยงนิดนึงไม่เกิน 20% จะเป็นเรื่องของกรณีอาหารผิดมาตรฐาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
- หรือกรณีที่เบี่ยงเบนเล็กน้อยก็อาจจะผิดในเรื่องของฉลาก ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท
“ ในกรณีผู้ประกอบการที่จงใจและเจตนาจะทําให้ผิดมาตรฐาน เพื่อจะเอาเปรียบผู้บริโภค หรือทําให้ราคาต่ำแล้วก็สามารถแข่งขันกับ เพื่อนร่วมธุรกิจได้ อันนี้อย.จะดําเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดเป็นลำดับแรก ขอให้วางใจได้ว่าอย.ติดตามมอนิเตอร์ในเรื่องนี้อยู่”ภญ.สุภัทรากล่าว
เอ็กซเรย์ ระบบขึ้นทะเบียน อย.
ภญ.สุภัทรา กล่าวด้วยว่า ผลิตภัณฑ์อาหารที่อย.ดูแลมีการจัดลําดับตามความเสี่ยงผลิตภัณฑ์ หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อาหารทางการแพทย์ อาหารสําหรับทารก จะมีความเข้มข้นในการขึ้นทะเบียนทั้งในเรื่องของ การแสดงฉลาด การตรวจวิเคราะห์เพื่อทําให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้รับอาหารตรงตามเจตนา แต่กลุ่มอื่นความเสี่ยงลดหลั่นลงมา ก็จะจัดการตามความเสี่ยง โดยต้องตรวจวิเคราะห์หาสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตราย แต่สารอาหารบางอย่างอาจจะไม่ต้องตรวจวิเคราะห์
ทว่า จะต้องทําให้ตรงตามฉลากและห้ามตกมาตรฐาน ซึ่งผลิตภัณฑ์เติมโปรตีนอยู่ในระดับเสี่ยงปานกลาง จะต้องส่งผลตรววิเคราะห์ในเรื่องของความปลอดภัยอย่างเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค หรือสารปนเปื้อน เน้นเรื่องความปลอดภัยมาก่อน
ส่วนอาหารความเสี่ยงต่ำอย่าง อาหารในภาชนะบรรจุที่วางจําหน่ายทั่วไป เช่น ขนมขบเคี้ยว หรืออาหารที่เป็นโอทอป ทั้งนี้ อย.จะเข้าไปมอนิเตอร์และตรวจสอบ ณ สถานที่ผลิตและจําหน่าย
ผู้บริโภคเชื่อมั่นผลิตภัณพ์ผ่านอย.ได้
ภญ.สุภัทรา ยืนยันว่า อย.มีกระบวนการอนุมัติอนุญาตเป็นไปตามมาตรฐาน ส่วนสิ่งที่ปรากฏในขณะนี้ ไม่ใช่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ทําผิด โดยผู้ประกอบการที่ดีของประเทศไทยมีอยู่มากมาย และในเรื่องของกระบวนการที่มีการสอดส่องนั้นในเชิงธุรกิจก็ดี แต่บางส่วนก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทั้งในเรื่องของแล็บ หรือวิธีการในการเก็บตัวอย่าง หรืออื่นๆ
ส่วน อย. ก็มีหน้าที่ในการที่จะกํากับดูแลให้ผู้ประกอบการดําเนินธุรกิจตามกฎหมาย และเป็นไปตามที่ขออนุญาตกับอย.ไว้ เพราะฉะนั้น ขอให้วางใจได้ว่าในการดูแลในเรื่องของการกล่าวอ้างโปรตีนบนฉลากนั้น อย.มอนิเตอร์อยู่แล้ว และนำปัญหาทั้งหมดมาแก้ไขปัญหาร่วมกันกับทุกภาคส่วน
“ผู้บริโภคเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับอย.ได้ ซึ่งผู้ประกอบการประมาณกว่า 90 % ที่เดินเข้ามาหาอย. มีการผลิตผลิตภัณฑ์จําหน่ายมีเจตนาที่จะทําถูกกฎหมาย แต่อาจจะมีบางคนที่จงใจหรือลางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทําไปโดยพลการ ซึ่งอย.ก็มีการแยกแยะและดำเนินการตามความผิด แต่ผู้ประกอบการที่ดีของประเทศไทยมีอยู่มากและการสอดส่องร่วมมือกันทุกภาคส่วนจะทําให้คนไม่ดีถูกกําจัดไป”ภญ.สุภัทรากล่าว
ตรวจสอบหน่วยตรวจวิเคราะห์อาหารที่อย.ให้การยอมรับ ที่นี่


