คลินิกกายภาพบำบัดเอกชน ร่วมบริการ IMC ระบบบัตรทอง 362 แห่ง เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการฟื้นฟูฯ 180 วันแรกหลังพ้นภาวะวิกฤติ ช่วงเวลาทองของการฟื้นตัว ช่วยผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ลดภาวะพึ่งพิง
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care : IMC) เป็นหนึ่งในบริการสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยหลังพ้นภาวะวิกฤตได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องในช่วง 180 วันแรก ซึ่งเป็น “ช่วงเวลาทอง” ของการฟื้นตัว
โดย ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง บาดเจ็บทางสมอง บาดเจ็บไขสันหลัง และกระดูกสะโพกหัก สามารถเข้ารับบริการกายภาพบำบัดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งที่คลินิกกายภาพบำบัดที่เข้าร่วมบริการ รวมถึงบริการเยี่ยมบ้าน ที่เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ลดภาวะพึ่งพิง และลดภาระของครอบครัวในระยะยาว
อย่างไรก็ดี เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสลงพื้นที่ติดตามการให้บริการ IMC ที่ กนก คลินิกกายภาพบำบัด เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ได้เห็นการทำงานของนักกายภาพบำบัดที่ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด รวมถึงการประสานการรักษาร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายและครอบครัวผู้ป่วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเข้าถึงบริการฟื้นฟูใกล้บ้านมีส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสฟื้นตัวของผู้ป่วย
“หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนผลลัพธ์ของบริการดังกล่าว คือ “น้องตินติน” วัย 8 ปี ผู้ป่วยเส้นเลือดสมองแตกจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมองแต่กำเนิด ซึ่งมีอาการอ่อนแรงซีกขวาหลังการผ่าตัด ไม่สามารถนั่ง พูด หรือทรงตัวได้ด้วยตนเอง ก่อนที่ครอบครัวจะได้รับข้อมูลสิทธิการฟื้นฟูผ่านสายด่วน สปสช. 1330 และเข้ารับบริการกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องที่คลินิกใกล้บ้าน” ทพ.อรรถพรกล่าว
ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีคลินิกกายภาพบำบัดเอกชนเข้าร่วมให้บริการ IMC แล้วจำนวน 362 แห่ง โดย และ สปสช. อยู่ระหว่างพัฒนาเครือข่ายบริการร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายและหน่วยบริการในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการใกล้บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มโอกาสได้รับการรักษาในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการฟื้นตัว โดยประชาชนสามารถสังเกตหน่วยบริการที่เข้าร่วมได้จากสัญลักษณ์ “30 บาทรักษาทุกที่” บริเวณหน้าคลินิก
ดร.ศิวพร มหิทธิมหาวงศ์ แม่ของน้องตินติน กล่าวว่า ช่วงแรกหลังพ้นภาวะวิกฤต ลูกชายไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ต้องพึ่งพาผู้อื่นเกือบทั้งหมด ทำให้ครอบครัวรู้สึกกังวลใจและไม่แน่ใจว่าลูกจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไม่ แต่หลังได้รับข้อมูลบริการ IMC ที่เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทองผ่าน สายด่วน สปสช. 1330
และได้เข้ารับบริการกายภาพบำบัดฟื้นฟูฯ อย่างต่อเนื่องที่ กนก คลินิกกายภาพบำบัด อยู่ใกล้บ้าน จากที่เข้ารับบริการต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน ก็เริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สามารถสื่อสาร นั่งทรงตัว ใช้มือทำกิจกรรมต่าง ๆ และเริ่มกลับมาเดินได้มากขึ้น
“ช่วงแรกน้องตินตินทำอะไรไม่ได้เลย นั่งไม่ได้ พูดไม่ได้ คอตั้งไม่ได้ ต้องช่วยเหลือทุกอย่าง แต่วันนี้น้องมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มกลับมาเดินได้มากขึ้น เราเห็นความเปลี่ยนแปลงแทบทุกสัปดาห์” แม่น้องตินติน กล่าว
ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องตินตินนั้น ดร.ศิวพร กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับการผ่าตัดจนถึงการทำกายภาพบำบัดรวมแล้วเป็นค่าใช่จ่ายหลักล้านบาท ซึ่งยังโชคดีที่ยังมีสิทธิบัตรทองรองรับค่าใช้จ่ายบริการ IMC ทำให้แบ่งเบาภาระตรงนี้ไปได้มาก
ขณะที่ นายระพีพัฒน์ จิตมาลย์ หัวหน้านักกายภาพบำบัด กนก คลินิกกายภาพบำบัด กล่าวว่า ผู้ป่วยเด็กที่เข้ารับบริการ IMC จะแตกต่างจากผู้ใหญ่ เพราะต้องออกแบบโปรแกรมการฟื้นฟูให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของครอบครัว โดยผู้ปกครองถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการรักษา
กรณีของน้องตินตินสะท้อนให้เห็นว่าการรับบริการฟื้นฟูตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 180 วันแรกหลังพ้นภาวะวิกฤต เป็นช่วงที่ร่างกายและสมองยังมีศักยภาพในการฟื้นตัวสูง หากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและทำงานร่วมกันทั้งทีมสหวิชาชีพกับครอบครัว จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
“ปัจจุบันที่คลินิกฯ มีผู้เข้ารับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบริการ IMC ในการช่วยลดภาวะพิการ ลดการพึ่งพิง และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในระยะยาว” นายระพีพัฒน์ กล่าว


