วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ลดค่าไฟได้ 55 ล้าน รพ.สธ. 25 แห่งนำร่องติด ‘โซลาร์รูฟท็อป’

สธ. ร่วมมือ กฟภ. ติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป รพ.นำร่อง 25 แห่ง สิ้นปีนี้มีถึง 100 แห่ง  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 7,211 ตันคาร์บอน/ปี คาดลดค่าไฟได้ปีละ 55 ล้านบาท ให้รพ.นำเง้นใช้ในการพัฒนาบริการประชาชน

เมื่อเร็วๆนี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นประธานและสักขีพยาน ในพิธีลงนามสัญญาให้บริการจัดการพลังงานไฟฟ้า จากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) โรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างโรงพยาบาลนำร่อง 25 แห่ง กับ นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยมี นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี

นายพัฒนา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานไปสู่ระบบที่เปิดเสรีมากขึ้น เพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดต้นทุนในระยะยาว โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593

กระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดนโยบาย Net Zero MOPH ยกระดับสถานพยาบาลในสังกัดให้เป็น “โรงพยาบาลสีเขียว” (Green Hospital) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการบริหารจัดการงบประมาณด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การติดตั้งระบบ Solar Rooftop ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่เป็นต้นทุนคงที่ขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลในระยะยาว ซึ่งปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องจ่ายค่าไฟฟ้ารวมกว่า 5,610 ล้านบาท

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงประสานความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพเชิงวิศวกรรมพลังงาน โดยนำร่องในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 25 แห่ง คาดว่า จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 7,211 ตันคาร์บอน/ปี หรือ 288 ตันคาร์บอน/ปี/แห่ง ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้รวม 55 ล้านบาท/ปี หรือ 2.2 ล้านบาท/ปี/แห่ง

“ค่าไฟที่ประหยัดได้จะกลับมาเป็นงบประมาณในการพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะขยายผลให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยผลักดันประเทศไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ Net Zero ต่อไป”นายพัฒนากล่าว 

ถามถึงแผนปฏิบัติการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ให้ไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 นายพัฒนา กล่าวว่า ในโรงพยาบาล 100 ที่มีความพร้อม และตอบรับมาแล้ว ก็ตั้งใจว่าภายสิ้นปีนี้น่าจะเดินการให้แล้วเสร็จ ซึ่งจากนี้แต่ละฝ่ายจะต้องเร่งเข้าไปสำรวจและลงทุน เพราะการลงทุนในพลังงงานสะอาดให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอนอยู่แล้ว

ด้านนายพลพีร์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐ ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จึงมอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นำความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ามาบริหารจัดการระบบ Solar Rooftop ให้กับโรงพยาบาลอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง จนถึงการบำรุงรักษาระบบอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งหากติดครอบคลุมได้ทั้งประเทศคาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณได้เป็นหลัก 1,000 ล้านบาท

ความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ใน 2 มิติ คือ

1) ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากโรงพยาบาลใช้ไฟฟ้าสูงสุดในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่โซลาเซลล์ผลิตไฟได้สูงสุด การผลิตไฟฟ้าเองจึงช่วยลดค่าไฟได้มาก ทำให้มีงบประมาณไปให้บริการประชาชนมากขึ้น

 2) เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากการเป็นพลังงานหมุนเวียนสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งได้ปีละหลายตัน ซึ่งสอดรับกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP - Power Development Plan) ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

“โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลสุขภาพและชีวิตประชาชน ความมั่นคงทางพลังงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการติดตั้งโซลาเซลล์ในหน่วยงานรัฐต้องไม่ใช่การสร้างหนี้ แต่ต้องคุ้มค่าและปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์” นายพลพีร์ กล่าว