วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

ลุย ‘ปฏิรูปสปสช.’เริ่ม 3 อนุฯ ส่วน ‘งบบัตรทอง 70’ ใช้เท่าที่ได้รับ ไม่ขอเพิ่ม

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิรูปสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ว่า ปัจจุบันมีการหารือเพื่อปรับเปลี่ยนอนุกรรมการในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  โดยมีปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เข้าไปเป็นอนุกรรมการในการพิจารณาปรับเปลี่ยนอนุกรรมการต่างๆ เบื้องต้นจะพิจารณาเริ่มจากอนุกรรมการ  3 ชุดก่อน คือ อนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการ, อนุกรรมการด้านยา  และอนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลัง

มุ่งเน้นความกระชับและรวดเร็ว

นายพัฒนา ย้ำว่า  เป้าหมายหลักของการปรับเปลี่ยน คือ การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. ให้ไร้รอยต่อและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งในด้านยาและเวชภัณฑ์  นอกจากนี้ ยังต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากเดิมที่เป็นแบบล่างขึ้นบน (Bottom-up) ให้เป็นการรับนโยบายจากบอร์ดใหญ่ลงไปมากขึ้น เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการประชุม ซึ่งจากสถิติพบว่ามีการประชุมมากกว่า 365 ครั้งต่อปี  ทำให้การดำเนินงานบางอย่างไม่ทันต่อเหตุการณ์ การปรับปรุงครั้งนี้จึงมุ่งเน้นความกระชับและรวดเร็ว

ต้องดูข้อจำกัดงบฯ-นโยบายมุ่งเป้ารัฐ

ผู้สื่อข่าวถามว่าอาจมีข้อกังวลว่า การปรับการทำงานอนุฯ ให้เร็วขึ้นอาจจะส่งผลต่อความรอบคอบ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งคิดเมื่อ 2-3 สัปดาห์ แต่วางแผนคิดมาระยะหนึ่งแล้ว และรับฟังผู้ปฏิบัติงานว่าต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร แต่ไม่ได้รื้อกระบวนการทำงานทั้งหมด จะปรับในส่วนที่สามารถทำได้ให้สั้น กระชับมากกว่านี้

และให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป ,ข้อจำกัดด้านงบประมาณ และความต้องการของประชาชน รวมถึง นโยบายภาครัฐที่หลายครั้งจะมุ่งเน้นด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ เพราะเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น มะเร็ง หรือ ผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง( ATMPs)

ผู้สื่อข่าวถามว่าการปรับเปลี่ยนจะรวมถึงเรื่องคุณสมบัติการเป็นอนุฯเพื่อป้องกันการวนเป็นอนุฯของบุคคลใดด้วยหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า  การปรับเปลี่ยนจะแตะในทุกเรื่อง โดยจะให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างผู้มีประสบการณ์กับเทคโนโลยีในอนาคต รวมถึง ความต้องการของประชาชน โดยไม่ได้มองที่ตัวบุคคลเป็นหลัก แต่มองที่ความพร้อมและความสามารถในการทำงานให้ทันสมัย

งบบัตรทองปี 70 จะไม่ขอเพิ่ม

ถามถึงแนวทางบริหารจัดการงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทงอง ปี 2570 ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าของเงิน (Value for Money) นายพัฒนา กล่าวว่า   โดยตั้งเป้าที่จะบริหารจัดการภายในงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและจะไม่ขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมยกเว้นมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งยวดจริง ๆ เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีเสถียรภาพและไม่เป็นภาระต่องบประมาณภาครัฐในภาพรวม โดยให้ความสำคัญสูงสุด คือ การทำให้โรงพยาบาลมีสุขภาพทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแรง

เชื่อปัญหาขาดทุนคลี่คลาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการตั้งเป้าไม่ขอเงินเพิ่มหากงบฯบัตรทองปี 70 ไม่พียงพอจะเป็นการกดดันรพ.ที่มีปัญหาสถานะทางการเงินอยู่แล้วหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาต้นทุนผู้ป่วยในที่ตั้งไว้อยู่ที่ประมาณ 13,000-15,000 บาท แต่ได้รับงบประมาณ 8,350 บาท

“ในปีนี้งบประมาณสำหรับผู้ป่วยในจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 9,000 -10,000 บาทตามเป้าหมาย ก็จะมีเงินเติมเข้าไปเกือบ 21,000 ล้านบาท ขณะที่ปัญหาการขาดทุนของโรงพยาบาลจากระบบ สปสช. ปีละราว 18,000 ล้านบาท จึงเชื่อมั่นว่าเรื่องขาดทุน น่าจะไม่มีปัญหา”นพ.สมฤกษ์กล่าว