วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

สาธารณสุช เดินหน้า 'อาสาพยาบาล' คาดเริ่มจ้างงานล็อตแรกไตรมาส 4 ปีนี้

“พัฒนา”สั่งเดินหน้า “อาสาพยาบาล” คาดเริ่มจ้างล็อตแรกไตรมาส 4 ปีนี้  เป็นกลุ่มพยาบาลเกษียณ  จัดให้พร้อมกันทั่วประเทศสัดส่วน 1 คน ต่อ 1 ตำบล  ส่วนพื้นที่พิเศษนำร่องจัดลงถึงระดับหมู่บ้าน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนโครงการ "อาสาพยาบาล" เพื่อเข้ามาเสริมทัพบุคลากรด้านสาธารณสุขในระดับพื้นที่ โดยลักษณะงานประจำที่มีตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ชัดเจนร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการทำงานในชุมชน ไม่ได้มีความทับซ้อนกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือกลุ่ม Caregiver 

“ที่สำคัญจะมีเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) ให้แก่อาสาพยาบาลที่สนใจด้วย โดยมีการหารือกับสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อจัดทำหลักสูตรอบรมช่วยให้ผู้ที่เป็นอาสาพยาบาลสามารถต่อยอดการศึกษา เพื่อเป็นพยาบาลวิชาชีพหรือบุคลากรทางการแพทย์ในอนาคตได้”นายพัฒนากล่าว 

ถามว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่เพราะมีการทักท้วงจากองค์กรวิชาชีพโดยเฉพาะพยาบาล นายพัฒนา กล่าวว่า  เรื่องชื่อเรียกยืนยันที่จะใช้ชื่อ "อาสาพยาบาล" เพื่อสื่อความหมายถึงอาสาสมัครที่เข้ามาปฏิบัติงานด้านพยาบาล ซึ่งมีความแตกต่างและชัดเจนในเชิงไวยากรณ์ต่างจากคำว่า "พยาบาลอาสา" ที่สื่อถึงพยาบาลวิชาชีพที่มาทำงานอาสาสมัครที่เยจะใช้ก่อนหน้านี้ โดยหลังจากนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดหลักสูตรและขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

“คาดว่าจะสามารถส่งอาสาพยาบาลล็อตแรกลงปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ในช่วงต้นไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยจะเป็นพยาบาลเกษียณอายุเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญและใช้ระยะเวลาในการอบรมหลักสูตรเพิ่มเติมสั้นกว่าบุคคลทั่วไป”นายพัฒนากล่าว 

ก่อนหน้านี้ นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า  ในส่วนของการจัดการหลักสูตรอาสาพยาบาล สบส.จะเป็นผู้ประสานงานหลัก โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) และวิทยาลัยพยาบาลที่มีอยู่ทั่วประเทศ เข้ามารับผิดชอบในการเรียนการสอนภาคทฤษฎี ขณะที่การฝึกภาคปฏิบัติ จะเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาล, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้กระบวนการเตรียมความพร้อมของอาสาพยาบาลมีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด  คาดว่า จะเปิดรับสมัครพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเดือนก.ค.นี้ และจะสามารถเริ่มจ้างงานอาสาพยาบาลชุดแรกได้ไม่เกินเดือนพ.ย.2569

นพ.ภูวเดช กล่าวอีกว่า จากเดิมที่จะทำเป็นพื้นที่นำร่องจริง แต่เมื่อพิจารณาในเรื่องของหลักสูตร ภารกิจ และหน้าที่ต่างๆ แล้ว ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข เห็นตรงกันว่าควรทำให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ จึงมีมติให้เริ่มดำเนินงานพร้อมกันทั่วประเทศสัดส่วน 1 คน ต่อ 1 ตำบล  

สำหรับ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 และ 10 จะยังคงมีความพิเศษในฐานะพื้นที่นำร่องจำลอง โดยจะมีการบรรจุอาสาพยาบาลในบางตำบลหรือบางอำเภอให้ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน เพื่อทดลองและศึกษาผลลัพธ์ เนื่องจากเป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ คือ การผลักดันให้มี อาสาพยาบาล 1 คน ต่อ 1 หมู่บ้านทั่วประเทศ

นพ.ภูวเดช กล่าวด้วยว่า  เรื่องขอบเขตการปฏิบัติงานและวิชาชีพ ได้มีการวางแนวทางบริหารจัดการแบ่งเป็น

1.) กลุ่มที่มีวิชาชีพติดตัว เช่น พยาบาลวิชาชีพที่เกษียณอายุราชการ หรือผู้จบด้านกายภาพบำบัด กลุ่มนี้จะสามารถปฏิบัติงานตามขอบเขตวิชาชีพของตนเองได้เลย

2.) กลุ่มที่ไม่มีวิชาชีพเฉพาะทาง จะให้ปฏิบัติงานเฉพาะตามภาระงานและภารกิจที่กระทรวงฯ มอบหมายให้เท่านั้น และในการทำงานจริงจะมีทีมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เข้ามาช่วยกำกับดูแล และรองรับการทำงานในส่วนที่เกินขอบเขตหน้าที่ของอาสาพยาบาล เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานการรักษาพยาบาลระดับชุมชนอีก