วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2569

Login
Login

แงะงบ ‘บัตรทอง 70’ เกือบ 3 แสนล้าน ยังขาดอีกกว่า '3 หมื่นล้าน'

ส่องงบบัตรทอง ปี 2570 เกือบ 3 แสนล้าน ได้ต่ำกว่าขอกว่า 34,000 ล้าน  งบผู้ป่วยในเพิ้มขึ้น 16,000 ล้าน ค่าส่งเสริมสุขภาพทะลุ 30,000 ล้าน บอร์ดสปสช.ปรับแผนเน้น ‘ใช้จ่ายคุ้มค่า’ เข้าถึงบริการ แต่ต้องสมดุลรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง

อาจเรียกได้ว่า “งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง” ปีงบประมาณ 2570 ถูกจับตามองเป็นพิเศษทั้งในเชิง “เม็ดเงิน”ที่ได้รับ และ “การบริหารจัดการเงิน”

เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมามีการสะท้อนอย่างเข้มข้น ถึงภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินของรพ.รัฐ และเป้าที่ถูกหยิบยกมาชี้ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งคือ “การจัดสรรงบฯบัตรทอง” จนถึงขั้นเรียกร้องให้ “ปฏิรูปสปสช.(สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)”

ได้รับต่ำกว่าที่ขอราว 34,000 ล้าน

แม้ว่าคำของบประมาณขาขึ้น “กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือกองทุนบัตรทอง” ปีงบประมาณ 2570 จะอยู่ที่ 323,291 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราเหมาจ่ายต่อหัวประชากรที่ 5,299 บาทต่อคนต่อปี คิดเป็นการขอที่เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ราว 58,000 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 21.86 %   และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 อนุมัติไว้ในวงเงิน 298,113  ล้านบาท

ทว่า เมื่อวันที่  2 มิ.ย.2569 ครม.ผ่านความเห็นชอบพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 และในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) มีการเปิดเผย “งบฯบัตรทองปี 2570”ได้รับอยู่ที่  289,112  ล้านบาท สำหรับประชากรราว 47 ล้านคน คิดเป็นอัตราเหมาจ่ายรายหัว 4,669 บาทต่อคนต่อปี 

ลดลงไปจากที่ครม.อนุมัติไว้ประมาณ 9,000 ล้านบาท  แต่เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 23,817 ล้านบาทหรือคิดเป็น 8.98 %
และหากเทียบว่า "งบบัตรทอง 2570" ที่เพียงพอนั้น คือ ยอดตามจำนวนที่จัดทำคำขอขึ้นไป เท่ากับ "เงินที่ได้รับตามพ.ร.บ.งบประมาณ"นั้น ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงที่มีการประมาณการจะเกิดขึ้นถึง 34,000 ล้านบาท  

หลังหักเงินเดือนเหลือ 2.14 แสนล้าน

งบบัตรทอง ปี 2570 กรอบวงเงิน 289,112 ล้านบาทนี้ คิดเป็นประมาณ 1.1% - 1.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย ซึ่งมูลค่าจีดีพีถูกประเมินไว้ราว 19 - 20 ล้านล้านบาท

ภาพรวมงบประมาณกองทุนบัตรทองปี 2570 เป็นส่วนของเงินเดือน 74,968 ล้านบาท   เหลือเงินงบประมาณที่ส่งให้ สปสช. บริหารจัดการ อยู่ที่ 214,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 เป็นจำนวน 20,294 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.47 %

ในส่วนของงบบริหารงานสำนักงาน สปสช. ได้รับจัดสรร วงเงิน 1,456 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 253.79 ล้านบาท หรือลดลง 14.83 %

งบฯผู้ป่วยในเพิ่มกว่า16,000 ล้าน

งบบัตรทอง ปี 2570 เหลือจำนวน 289,112 ล้านบาท นำมาจัดสรรเพื่อดูแลประชาชนในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่ม A: งบเหมาจ่ายรายหัว วงเงิน 220,257  ล้านบาท สำหรับงบประมาณประเภทบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว ครอบคลุมบริการสาธารณสุขที่จำเป็น

  • บริการผู้ป่วยนอกทั่วไป (OP General): วงเงิน 72,748.4677 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,772 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  5.47 %
  • บริการผู้ป่วยในทั่วไป (IP General): วงเงิน 104,999.9483 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,949 ล้านบาท หรือ 19.25 %
  • บริการกรณีเฉพาะ (CR): วงเงิน 32,923.3361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,210 ล้านบาท หรือ 3.82 %
  • บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์: วงเงิน 503.0462 ล้านบาท (เท่าเดิม)
  • บริการการแพทย์แผนไทย (TTM): วงเงิน 3,012.5768 ล้านบาท (เท่าเดิม)
  • บริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุน: วงเงิน 6,070.3073 ล้านบาท ลดลง 42.7 ล้านบาท หรือลดลง 0.70 %

ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพฯ วงเงิน 30,000 ล้านบาท

2.กลุ่ม B: บริการนอกงบเหมาจ่ายรายหัว วงเงินรวม 68,855.3628 ล้านบาท ใช้สำหรับการขับเคลื่อนงานบริการเฉพาะและบริการเชิงรุกในชุมชน หรือที่เรียกติดปากว่า “กองทุนย่อย” อาทิ

  •  ค่าบริการทางการแพทย์ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์  วงเงิน 4,529.3625 ล้านบาท (เท่าเดิม)
  • ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง วงเงิน 17,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,442 ล้านบาท คิดเป็น 8.98 %
  • ค่าบริการควบคุม ป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง วงเงิน1,560 ล้านบาท (เท่าเดิม)
  • ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  วงเงิน 1,490 ล้านบาท(เท่าเดิม)
  • ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการระดับปฐมภูมิ วงเงิน 4,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 537 ล้านบาท คิดเป็น 14.25 %
  • ค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน วงเงิน 5,514  ล้านบาท (เท่าเดิม)
  • ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค วงเงิน 30,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,099 ล้านบาท คิดเป็น  3.79 %

ต้องสมดุลเข้าถึงบริการ-รักษาเสถียรภาพการเงิน

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 มติเห็นชอบ “กรอบระยะเวลาและหลักการจัดทำข้อเสนอแนวทางการบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (งบขาลง) ปีงบประมาณ 2570” พร้อมมอบให้ สปสช.ดำเนินการจัดทำรายละเอียดและนำกลับมาเสนอต่อบอร์ด สปสช. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

แงะงบ ‘บัตรทอง 70’ เกือบ 3 แสนล้าน ยังขาดอีกกว่า '3 หมื่นล้าน'

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ดสปสช.  กล่าวว่า งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้นการบริหารจัดการ จะต้องคำนึงถึงทั้งการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของประชาชนในปัจจุบัน และความยั่งยืนของระบบในระยะยาว

บอร์ด สปสช. ได้กำหนดหลักการสำคัญให้การใช้จ่ายงบประมาณทุกส่วนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน ภายใต้แนวคิด Value for Money หรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

“บอร์ด สปสช. ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังของกองทุน เพื่อให้ระบบฯ สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุนบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การดูแลระดับปฐมภูมิ และการลดบริการที่เกินความจำเป็นโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาว” นายพัฒนากล่าว

มุ่งใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศ-ยาสามัญ

แนวทางที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบครั้งนี้ ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการและกองทุน การพัฒนาระบบกำกับติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจจับความผิดปกติและการทุจริตได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการบริหารจัดหายา วัคซีน และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์อย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง

รวมถึง ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิตภายในประเทศ การบริหารจัดการยาสามัญอย่างเหมาะสม และการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ด้านสุขภาพและเศรษฐกิจโลก เพื่อให้กองทุนบัตรทองสามารถรองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

แงะงบ ‘บัตรทอง 70’ เกือบ 3 แสนล้าน ยังขาดอีกกว่า '3 หมื่นล้าน'

เร่งรับฟังความเห็นแนวทางบริหารงบ

ขณะที่นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สปสช. จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบ ผ่านเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการและการรับฟังความคิดเห็นตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. 2569 เพื่อให้การจัดทำแนวทางบริหารงบประมาณสอดคล้องกับสถานการณ์จริงและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด ก่อนนำเสนอให้บอร์ดสปสช.พิจารณาอีกครั้ง และจัดทำประกาศบริหารจัดการกองทุนเพื่อใช้ในปีงบประมาณ 2570 ต่อไป

“สปสช. จะนำข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน รวมถึงความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ ครม. มอบหมายให้พิจารณา มาประกอบการจัดทำรายละเอียดการบริหารงบกองทุนปี 2570 เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับภารกิจของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน” นพ.จเด็จ กล่าว

เมื่องบจำกัดต้องจัดลำดับสิทธิประโยชน์

อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการ “งบฯประมาณบัตรทองปี 2570 “ที่ยึดแนวคิด Value for Money” เกิดขึ้นพร้อมกับที่สปสช.ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับ “การจัดลำดับความสำคัญของสิทธิประโยชน์” โดยส่วนของ “คนทำงานหน้างาน” มองว่าการกำหนด “ระดับนโยบายบริหารของกองทุน” มุ่งแต่เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ มิคำนึงถึงลำดับความสำคัญของบริการภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด

เช่น การให้สิทธิประโยชน์ฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศ แต่ก่อนหน้านี้กลับมีปัญหากับให้สิทธิประโยชน์วัคซีน ป้องกันโรคปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบป้องกันปอดอักเสบในเด็ก  เป็นต้น
ต้องระวังว่าท้ายที่สุดแล้ว  แรงปะทะและความไม่เข้าใจของการให้ “บริการจริง” กับ “สิทธิประโยชน์”ที่กำหนดไว้ จะตกอยู่ที่ “หน่วยบริการกับผู้ป่วย” มากขึ้น